Croatia Trip: Zadar & ค่าใช้จ่าย

และแล้ว ทริป 5 วัน 4 คืนในประเทศโครเอเชียของเราก็ดำเนินมาถึงคืนสุดท้าย สำหรับคืนสุดท้ายนี้เราก็เลือกจะค้างคืนที่เมือง Zadar ซึ่งเป็นเมืองที่เราจะบินกลับไปเยอรมันในวันต่อไปด้วย จะได้เดินทางไปสนามบินง่ายๆ ไม่ต้องลนมาก และอีกอย่าง เมือง Zadar นี้ก็เป็นเมืองเล็กๆ เวลาตอนเย็นๆค่ำไม่กี่ชั่วโมงน่าจะพอสำหรับการเดินเที่ยวเมืองเก่าได้

รถบัสวิ่งพาเรามาถึงสถานีรถบัส Zadar ที่เราได้มาตั้งแต่วันแรกของทริปไปแล้วอีกครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้ จุดหมายของเราไม่ใช่ Plitvice แล้ว แต่ว่าเป็นใจกลางเมืองเก่าของ Zadar นี่เอง จากสถานีรถบัส เราก็เดินลากกระเป๋าตรงไปยังบริเวณเมืองเก่าของ Zadar ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร จริงๆจะนั่งรถบัสเข้าไปก็ได้แหละแต่งก 555 พอไปถึงตัวเมืองเก่าแล้วเราก็เดินไปยังที่พักของเราในคืนนี้ ซึ่งก็คือ Tequila Bar Hostel ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมืองเก่า ท่ามกลางย่านผับบาร์เลย ตรงจุดนี้ ถ้าใครชอบเที่ยวผับเที่ยวบาร์อาจจะชอบ เพราะว่าอยู่ใกล้ที่พัก แต่สำหรับบางคน ตอนกลางคืน โดยเฉพาะช่วงสุดสัปดาห์ เสียงมันจะดังหน่อย คือก็ไม่ได้ดังมาก แต่ว่าถ้าใครหลับยากก็อาจจะมีปัญหาได้

หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรมแล้วเราก็ออกไปเดินดูเมือง สำหรับเมืองเก่าของ Zadar นี้ ถนนหลายๆเส้นจะมีความกว้าง มีความดูเป็นเมืองจริงๆ มีระเบียบมากขึ้น แต่ว่าก็ยังมีถนนบางเส้นที่แคบๆ เป็นตรอกๆเหมือนกับของเมือง Split หรือ Trogir อยู่ ความพิเศษของเมือง Zadar ก็คือ เมืองนี้เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดในประเทศโครเอเชีย คือมีหลักฐานการตั้งถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ในบริเวณนี้ย้อนไปถึงตั้งแต่สมัยยุคหินนู่นเลย! แต่ว่าทุกวันนี้บ้านเรือนในบริเวณเมืองเก่าของ Zadar ก็จะมีตึกใหม่บ้าง เก่าบ้าง ปนๆกันไป อาคารเก่าๆส่วนใหญ่ที่ยังเหลืออยู่ก็จะเป็นอาคารที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง

พวกสถานที่ท่องเที่ยวเก่าแก่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโบสถ์ต่างๆ หรือว่าซากปรักหักพังจากยุคโรมัน ก็จะตั้งอยู่กระจัดกระจายไปในบริเวณตัวเมืองเก่า แต่ว่านอกจากสิ่งก่อสร้างโบราณต่างๆแล้ว ที่เมือง Zadar นี้ เค้ายังมีการสร้างจุดท่องเที่ยวสมัยใหม่ขึ้นมาอีกสองอย่าง ที่ตั้งอยู่บริเวณริมชายหาด ตรงปลายสุดทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของบริเวณเมืองเก่า จุดท่องเที่ยว 2 สิ่งนี้ก็คือ Sea Organ และ The Greeting to the Sun

20170401_174416

Sea Organ ก็คือ บริเวณริมหาดที่เค้าทำเป็นขั้นบันได และเจาะให้มันมีช่องๆให้น้ำทะเลสามารถไหลเข้าไปได้ พอน้ำทะเลไหลเข้าไปในช่องนั้นแล้วก็จะเกิดเสียงขึ้นด้วยหลักการที่คล้ายกับการเกิดเสียงในเครื่องดนตรี Organ ไปนั่งพักผ่านริมหาดแล้วฟังเสียง Sea Organ ไปพลางๆ ก็เพลินดีเหมือนกัน แต่นั่งนานๆก็แอบรำคาญนะ 555

ส่วน The Greeting to the Sun นี่ก็จะเป็นลานกลมๆที่ทำจากแผง Solar Cell คือตอนกลางวันแผงนี้ก็จะเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ แล้วพอตอนกลางคืนมันก็จะส่องแสงสีหลายๆสีออกมา ก็สวยและน่าสนใจดี

20170401_181033

20170401_181256

และแล้วเราก็เก็บจุดสำคัญๆทั้งหมดที่อยากเห็นในเมือง Zadar ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนั้นก็แค่เดินเล่นเพลินๆอีกนิดนึง แล้วก็เดินกลับไปที่พัก เผอิญว่าวันที่เราไปเป็นวันศุกร์พอดี พวกผับบาร์ต่างๆริมถนนใกล้ๆที่พักเราก็เลยคึกครื้นเป็นพิเศษ คนเต็มไปหมด แถมเสียงก็ดัง แต่สำหรับเราจริงๆแล้วก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะว่าเป็นคนที่ถ้าง่วงจริงๆก็หลับได้อยู่แล้ว สำหรับห้องนอนในคืนนั้นก็เป็นห้องรวมแบบ 4 คน แต่ว่าคืนนั้นมีคนนอนแค่ 2 คน เรา กับคนอินเดียอีกคนนึง ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมาก ต่างคนต่างแยกย้ายกันเข้านอน 55

20170401_210700

20170401_212338

เช้าวันต่อมาเราก็ตื่นแต่เช้า เช็คเอาท์ แล้วก็ลากกระเป๋าเดินไปรอรถบัสไปสนามบินที่ป้ายรถบัสที่อยู่ตรงใกล้ๆประตูเมืองฝั่งทิศตะวันออกของเมืองเก่า เสร็จแล้วก็ซื้อตั๋วกับคนขับ แล้วก็เดินทางไปสนามบินกัน แล้วในที่สุดก็ถึงเวลาปิดทริปโครเอเชียอันสวยงามนี้ลง

สรุปค่าใช้จ่ายนิดนึงก่อนปิดทริป

วันที่หนึ่ง

  • เครื่องบินจาก Baden-Baden ไป Zadar – 13 Euro
  • รถบัสจากสนามบินไปสถานีรถบัส Zadar – 25 Kuna
  • อาหารกลางวันที่ Mcdonald – 42 Kuna
  • น้ำเปล่าครึ่งลิตร 1 ขวด – 4.8 Kuna
  • รถบัสจาก Zadar ไป Plitvice – 85 Kuna
  • ค่าเก็บกระเป๋าใต้ท้องรถ – 8 Kuna
  • ค่าที่พัก 1 คืน – 300 Kuna
  • ค่าอาหารเย็นที่โรงแรม – 120 Kuna

วันที่สอง

  • ค่าอาหารเช้าที่โรงแรม – 50 Kuna
  • ค่าเข้าอุทยาน Plitvice (ราคานักเรียน) – 45 Kuna
  • รถบัสจาก Plitvice ไป Split – 140 Kuna
  • ค่าเก็บกระเป๋าใต้ท้องรถ – 7 Kuna
  • ค่าที่พัก 2 คืน – 200 Kuna
  • นมครึ่งลิตร – 7 Kuna

วันที่สาม

  • รถบัสจาก Split ไป Trogir – 22 Kuna
  • อาหารกลางวันที่ร้าน Kamerlengo ใน Trogir – 205 Kuna
  • รถบัสจาก Trogir ไป Split – 22 Kuna
  • ป็อปคอร์นเล็ก – 10 Kuna
  • ค่าขึ้นชมหอคอยระฆัง – 20 Kuna

วันที่สี่

  • รถบัสจาก Split ไป Šibenik – 54 Kuna
  • ค่าเก็บกระเป๋าใต้ท้องรถ – 10 Kuna
  • ค่าเข้าชมป้อมปราการ (ราคานักเรียน) – 30 Kuna
  • ค่าฝากกระเป๋าระหว่างเดินเที่ยวเมือง – 10 Kuna
  • แซนด์วิชอาหารกลางวัน – 13 Kuna
  • รถบัสจาก Šibenik ไป Zadar – 46 Kuna
  • ค่าเก็บกระเป๋าใต้ท้องรถ – 10 Kuna
  • ค่าที่พัก 1 คืน – 105 Kuna
  • พิซซ่าอาหารเย็น – 24 Kuna

วันที่ห้า

  • รถบัสจากเมืองเก่า Zadar ไปสนามบิน – 25 Kuna
  • อาหารกลางวันที่สนามบิน เป็น Schnitzel ไก่กับมันฝรั่งต้ม – 80 Kuna
  • เครื่องบินจาก Zadar ไป Baden-Baden – 17 Euro

รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด = 1719.8 Kuna + 30 Euro = 260.46 Euro = 9824.43 บาท

สำหรับประเทศโครเอเชียนี้ ต้องบอกว่าถึงแม้จะหาข้อมูลมาค่อนข้างเยอะและเห็นรูปต่างๆของประเทศนี้ระหว่างที่หาข้อมูลมาเยอะแล้ว แต่ว่าพอได้มาเห็นของจริง ความตื่นเต้น ความประทับใจก็ไม่ได้ลดลงเลย ประเทศโครเอเชียนี่เป็นประเทศที่สวยและมีเสน่ห์มากๆ ธรรมชาติก็สวย บ้านเมืองก็เก่าแก่และสวยงามมาก แถมทะเลก็ยังสวยมากๆอีก สำหรับครั้งแรกในประเทศโครเอเชียนี้ก็จะเน้นไปที่เมืองชายฝั่งทะเลอะเดรียติกทางด้านใต้ของประเทศก่อน แต่เราว่าในภูมิภาคอื่นๆของประเทศเนี่ยจะต้องมีบรรยากาศต่างๆที่แตกต่างออกไปเยอะแน่ๆ เดี๋ยวไว้คราวหน้าๆถ้ามีโอกาสกลับมาใหม่ จะไปตระเวนเที่ยวให้ทั่วทั้งประเทศเลย ประเทศเล็กอยู่แล้ว คงเที่ยวให้ทั่วได้ไม่ยากมาก 5555 แต่สำหรับเรื่องราวของทริปครั้งนี้คงต้องจบลงตรงนี้ก่อน แล้วไว้มาติดตามเรื่องราวของทริปครั้งหน้ากันใหม่โนะ

20170401_174343.jpg

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s