Croatia Trip: Šibenik

เช้าวันสุดท้ายในเมือง Split เราตื่นนอนแต่เช้า เช็คเอาท์ออกจากที่พักแล้วก็ลากกระเป๋าเดินไปที่สถานีรถบัส เดินเข้าไปซื้อตั๋วรถบัสไปเมือง Šibenik ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วด้านใน แล้วก็ออกมาขึ้นรถบัสที่จอดรออยู่ด้านหน้าสถานีแล้ว (อย่าลืมเอากระเป๋าใส่ช่องเก็บของใต้รถก่อน พร้อมกับจ่ายเงินค่าเก็บกระเป๋าอีกประมาณ 10 Kuna) เสร็จแล้วก็ออกเดินทางกัน สำหรับวิวทิวทัศน์ของวันนี้ก็จะเป็นวิวทะเล ซึ่งวันนี้เราก็ไม่พลาดแล้ว เลือกนั่งที่นั่งฝั่งซ้าย ได้เห็นวิวทะเลเต็มๆ ทะเลอะเดรียติกสีน้ำเงินสดใส สวยมาก

รถบัสใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง แล้วเราก็มาถึงสถานีรถบัส Šibenik พอมาถึงแล้วเราก็เดินลากกระเป๋าเข้าไปนั่งเล่นเน็ตด้านในสถานีรถบัสแป๊บนึง แล้วอยู่ดีๆก็มีหญิงชราชาวโครเอเชียเดินมาถามเป็นภาษาอังกฤษว่ามีที่พักรึยัง ตอนแรกก็แอบสงสัยว่าเป็นมิจฉาชีพรึเปล่า แต่เราก็ตอบไปว่าไม่ได้ค้างที่นี่ แค่มาแวะเที่ยวเฉยๆ เค้าก็บอกว่าเค้ามีบ้านอยู่ในเมืองเก่าแล้วก็เปิดบ้านเป็น Guesthouse ให้แขกมาพัก คืนละ 40 ยูโรมั้งจำไม่ได้ละ แล้วเค้าก็ถามว่ามาจากประเทศอะไร เราตอบว่าประเทศไทย เค้าก็บอกว่าอ๋อประเทศไทยเนี่ยสวยนะ อยากไป อะไรประมาณนี้ 55555 แล้วก็ถามต่อว่าแล้วไปเที่ยวไหนมาแล้วบ้างล่ะ เดี๋ยวเค้าช่วยแนะนำ ไรงี้ เราก็บอกว่าไปเที่ยว Split กับ Plitvice มาแล้ว เดี๋ยวจะเดินเที่ยวเมือง Šibenik แล้วเดี๋ยวจะขึ้นรถไปเมือง Zadar ต่อ เค้าก็บอกว่า Šibenik เนี่ยเล็กนิดเดียวไม่มีอะไรหรอก ถ้าเที่ยว Plitvice มาแล้ว อยากให้ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Krka อยู่ใกล้ๆเมือง Šibenik นี่แหละ แถมสวยกว่า Plitvice อีก คือก่อนมาเราก็อ่านเรื่องอุทยาน Krka นี่มาเหมือนกันนะ แต่ที่ไม่คิดจะไปเพราะว่าคิดว่าไปแค่อุทยานเดียวก็พอแล้ว แล้วที่เหลือก็เป็นเที่ยวเมืองเก่าดีกว่า แล้วก็ไม่อยากจะอัดๆเข้ามาให้โปรแกรมเที่ยวมันแน่นเกินด้วย แต่หญิงชราคนนั้นพูดพรรณนาความดีงามของ Krka ซะอยากไปเลย 555 แล้วเค้าก็เดินไปถามที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วให้เลยนะว่าตอนนี้มีรถจาก Šibenik ไป Krka กี่โมงบ้าง แล้วก็มาบอกเราว่าถ้าขึ้นรถตอนนี้ กลับมาตอนนี้ จะยังไป Zadar ตอนนี้ได้ทันนะ อะไรอย่างนี้ แต่เราก็ยังอยากเดินเที่ยวเมือง Šibenik อยู่ เลยบอกเค้าไปว่า เดี๋ยวจะไปรีบๆเดินเที่ยว Šibenik แล้วค่อยกลับมาขึ้นรถบัสไป Krka แล้วก็ขอบคุณเค้าก่อนจะเอากระเป๋าเดินทางไปฝากที่ห้องเก็บของ แล้วก็ออกไปเดินเที่ยวตัวเมือง Šibenik

เมือง Šibenik นี้ก็เป็นเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ริมทะเลอีกเมืองหนึ่ง แต่ความพิเศษของเมือง Šibenik ก็คือ มันเป็นเมืองริมชายฝั่งทะเลที่เก่าแก่ที่สุดที่ถูกก่อตั้งขึ้นโดยชาวโครแอท ในขณะที่เมืองใหญ่ๆอื่นๆตามชายฝั่งจะถูกก่อตั้งขึ้นโดยชาวกรีก ไม่ก็ชาวโรมัน บริเวณเมืองเก่าของเมือง Šibenik จะตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งบ้านอาคารต่างๆก็จะตั้งเรียงรายกันขึ้นไปบนเนินเขา แล้วก็มีป้อมปราการตั้งอยู่บนยอดเขานั้น อารมณ์คล้ายๆ Minas Tirith ในเรื่อง Lord of the Ring เลย (มโนเอาเองเพื่ออรรถรส) 555

20170401_11511720170401_115316

หลังจากที่เดินสำรวจดูด้านนอกของตัวเมืองเก่าแล้ว ก็ได้เวลาเดินเข้าไปสำรวจภายในตัวเมืองบ้าง เมือง Šibenik ก็เป็นอีกเมืองหนึ่งที่เต็มไปด้วยตรอกซอกซอยแคบๆ แต่สำหรับเมืองนี้จะมีความพิเศษกว่าเมืองอื่นๆที่เราไปมา ก็คือ ถนนเส้นต่างๆมันจะไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน ระหว่างเดินสำรวจจะต้องมีการเดินขึ้นบันไดลงบันได ก็ยิ่งทำให้เราเพลิดเพลินกับการเดินสำรวจยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนตึกรามบ้านช่องของที่นี่ก็มีความเก่าแก่มาก เป็นเมืองที่ให้ความรู้สึกโบราณที่สุดในทริปนี้เลย สถานที่สำคัญต่างๆ เช่นโบสถ์ต่างๆ หรือสวนแบบยุคกลาง ก็จะซ่อนตัวอยู่ระหว่างบ้านคนในเขตเมืองเก่านี้แหละ ทำให้พอเดินอยู่ดีๆอาจจะแว้บไปเจอสถานที่ลับเป็นโบสถ์หรืออะไรอย่างนี้ก็ได้ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนกับเล่นเกมขึ้นไปอีก 555

20170401_135607

แผนที่บริเวณเมืองเก่าของ Šibenik

หลังจากเดินเข้าเดินออกสำรวจถนนเส้นต่างๆของตัวเมืองเก่าซักพัก เราก็เดินตามป้ายขึ้นไปยังป้อมปราการ St. Michael’s Fortress ที่อยู่บนยอดเนินเขา ตรงบริเวณยอดเขาข้างๆตัวป้อมปราการจะเป็นสุสานที่มีป้ายหลุมศพตั้งอัดกันแน่นไปหมด จากตรงนั้นเราจะสามารถมองออกไปเห็นตัวเมือง และทะเลได้ ช่างเป็นฮวงซุ้ยที่ดีจริงๆ

เสร็จแล้วก็ถึงเวลาขึ้นไปชม St. Michael’s Fortress กัน ก่อนจะเข้าไปเราต้องจ่ายค่าเข้าเป็นราคา 50 Kuna หรือประมาณ 250 บาท แล้วจะได้ตั๋วมา ซึ่งตั๋วใบนี้สามารถใช้เข้าชมป้อมปราการได้สองแห่ง คือ St. Michael’s Fortress กับ Barone Fortress ที่อยู่ห่างออกไปอีกนิดหน่อย แล้วก็อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่า St. Michael’s Fortress (แต่ละที่ต้องเข้าชมภายใน 7 วันหลังจากที่ซื้อตั๋วมา) ตอนแรกเราไม่ได้อ่านตั๋วดีๆเลยไม่รู้ว่าใช้เข้าชมได้อีกที มาเห็นข้อความในตั๋วนั้นอีกทีก็ตอนกลับมาจากโครเอเชียแล้ว 555 เสียดายมากก

20170401_122351

St. Michael’s Fortress

St. Michael’s Fortress นี่ นอกจากจะเป็นป้อมปราการเก่าแล้ว เค้ายังรีโนเวตใหม่เพื่อปรับเปลี่ยนตรงด้านบนของป้อมมาใช้ให้เป็นสถานที่จัดการแสดงแบบ Open Air ด้วย ระหว่างที่คนดูการแสดง ก็จะสามารถเห็นวิวของทะเลอะเดรียติกตรงด้านหลังเวทีได้ด้วย คงจะฟินน่าดู

20170401_123036.jpg

จากตอนแรกที่เราว่าจะเดินดูเมืองแบบรีบๆ แป๊บเดียวเสร็จ เพื่อที่จะไปเที่ยวอุทยาน Krka ต่อ ปรากฏว่าเดินเที่ยวไปๆ เพลิน เลยเดินยาวเลย สรุปว่าก็คือยกเลิก Krka ไป 555 เอาไว้คราวหน้า หลังจากเดินดูวิวจากด้านบน St. Michael’s Fortress จนพอใจแล้วเราก็เดินกลับลงมา แล้วก็เดินสำรวจบริเวณเมืองเก่าต่อ จนย้อนกลับไปถึงมหาวิหาร St. James ที่มีขนาดใหญ่และสวยมาก วิวของตัวเมืองเก่าจากลานข้างๆมหาวิหารก็สวยมากๆเช่นกัน มหาวิหาร St. James นี้เป็นอีกสิ่งหนึ่งในทริปนี้ที่ถูกขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เนื่องจากความสวยงามและความสำคัญของสถาปัตยกรรมยุค Renaissance ของตัวมหาวิหาร

20170401_133951

มหาวิหาร St. James ถูกก่อสร้างจากหินล้วนๆ มีการใช้เทคนิคการก่อสร้างแบบที่ไม่จำเป็นต้องใช้ตะปูหรือวัสดุใดๆเพื่อยึดโครงสร้างต่างๆเข้าด้วยกันเลย เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของมหาวิหารนี้ คือรูปสลักรูปหน้าคนที่ตั้งเรียงรายกันอยู่รอบๆตัววิหารเป็นจำนวน 71 หน้า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนชาวเมืองในสมัยนั้น

20170401_133426

ประตูทางด้านทิศเหนือมีรูปสลักเป็นรูปสิงโตที่กำลังแบกเสาที่ Adam และ Eve ยืนอยู่

20170401_134504

เจอทีมงานถ่ายแบบจากนิตยาสาร Vogue อีกละ

เสร็จแล้วเราก็เดินดูตัวเมืองต่อไปเรื่อยๆจนในที่สุดก็ย้อนกลับมาถึงสถานีรถบัส แล้วก็มารับกระเป๋าที่ฝากไว้ (เค้าคิดค่าฝากชั่วโมงละ5 Kuna) ก่อ นจะซื้อตั๋วรถบัสและออกเดินทางไปยังเมือง Zadar สำหรับเมือง Šibenik นี้ก็เป็นอีกเมืองที่สวยและโดดเด่นมาก ถ้าเทียบกับ Trogir และ Split เนี่ย ส่วนตัวแล้วคิดว่า Šibenik นี่เดินเที่ยวสนุกสุดเลย ด้วยความที่มันตั้งอยู่บนเนินเขา สามารถเดินขึ้นเดินลง แล้วก็ขึ้นไปดูวิวบนป้อมปราการได้ และด้วยความที่มันดูโบราณที่สุดอีกด้วย ส่วนเมืองที่เดินเที่ยวสนุกรองลงมา ให้เป็นเมือง Split เพราะด้วยความที่มันเป็นเขาวงกต 555 อีกอย่าง ถ้าเทียบกัน 3 เมืองนี้แล้ว เมืองเก่าของ Šibenik ยังมีขนาดใหญ่ที่สุดอีกด้วย ทำให้ถ้าจะเดินดูเมืองจริงๆอาจจะใช้เวลามากสุดเลยนะ แต่ถ้าพูดถึงความสวยและความมีระเบียบ Trogir น่าจะมาเป็นอันดับหนึ่ง ส่วน Split ก็จะเป็นเมืองใหญ่ จะมีความคึกคักที่สุด มีร้านรวงต่างๆ ร้านอาหาร ผับ บาร์ เยอะที่สุด ถ้าใครเป็นคนชอบเดินดูบ้านเมืองแบบเรา Šibenik ก็เป็นเมืองหนึ่งที่น่ามาเที่ยวมากๆ

แล้วในที่สุดทริปโครเอเชียของเราในครั้งนี้ก็ดำเนินมาจนถึงคืนสุดท้ายจนได้ ขอปิดท้ายเรื่องราวของ Šibenik ที่ตรงนี้ก่อน แล้วเดี๋ยวมาปิดท้ายทริปโครเอเชียของเราในโพสต์หน้า กับเรื่องราวของคืนสุดท้ายในเมือง Zadar กัน

20170401_133559

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s