Croatia Trip: Split

หลังจากที่ขึ้นรถบัสมาจากอุทยานแห่งชาติ Plitvice แล้ว เราก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป ซึ่งก็คือเมือง Split หลังจากเดินทางออกมาจาก Plitvice ได้ซักพัก รถบัสก็จอดพักระหว่างทางที่จุดเดียวกันกับตอนนั่งไป Plitvice ซึ่งก็คือที่ภัตตาคาร Macola ในเมือง Koranica แล้วหลังจากนั้นรถก็วิ่งยาว จะจอดก็แค่จอดรับส่งคนตามเมืองแค่นั้น สำหรับการนั่งรถบัสครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่วิวทิวทัศน์ข้างทางทำให้เราตื่นตาตื่นใจมากๆ และก็เป็นอีกครั้งที่เราเลือกฝั่งที่นั่งผิดอีกแล้วเหมือนกัน 5555 สำหรับรถเส้นทางนี้นะ แนะนำให้นั่งทางฝั่งซ้ายเหมือนเดิม จะเห็นวิวสวยมาก ส่วนใหญ่ก็เพราะว่ารถจะวิ่งบนถนนที่อยู่บนภูเขา แล้วฝั่งซ้ายจะเป็นเนินลาดลงไป ทำให้เราเห็นวิวจากมุมสูงได้กว้างไกลมาก

ช่วงเวลาประมาณ 20-30 นาทีก่อนจะมาถึงสถานีรถบัสของเมือง Split เป็นช่วงที่รถจะวิ่งข้ามหุบเขาสูงที่ทอดขนานกับแนวชายฝั่ง จากด้านที่ไม่ติดชายฝั่ง ออกมายังด้านที่ติดชายฝั่ง จะเป็นแว้บแรกที่เราจะได้เห็นชายฝั่งทะเลจากเนินเขานั้น ซึ่งนั่นก็เป็นอีกวิวที่สวยงามเกินคำบรรยายมากๆ ด้านหนึ่งจะเป็นทะเล แล้วก็จะมีบ้านเรือนตั้งเรียงรายกันขึ้นมาตามแนวเนินเขา แล้วฉากหลังก็จะเป็นเทือกเขาหินปูนขนาดใหญ่ แล้วตอนนั้นพระอาทิตย์ก็กำลังตกดิน ทำให้มีแสงสีทองนวลๆฉาบไปบนวิวทิวทัศน์นั้น ทำให้สวยละมุนยิ่งขึ้นไปอีก สำหรับวิวนี้จะอยู่ทางขวาของตัวรถ

ภาพหน้าจอ 2017-04-30 09.16.51

แล้วหลังจากผ่านไปประมาณ 4 ชั่วโมง รถบัสของเราก็เดินทางมาถึงสถานีรถบัสของเมือง Split ที่ตั้งอยู่ข้างๆกับตัวเมืองเก่า หลังจากลงจากรถบัส เราก็ได้เห็นภาพแรกของตัวเมืองของเมือง Split ที่สวยงามมาก มีริมหาดที่เค้าทำเป็นลานให้คนมาเดินเล่นกับนั่งกินข้าวชมทะเล มีอาคารเก่าๆตั้งเรียงรายกันอยู่ริมหาด แล้วก็มีภูเขาที่มีบ้านเล็กๆตั้งเรียงรายกันอยู่ตรงตีนเขา แต่ว่าตอนนั้นไม่มีเวลายืนชมวิวเยอะ เพราะว่าต้องรีบลากกระเป๋าไปเช็คอินเข้าที่พักก่อน จะได้รีบออกมาเดินเที่ยวอีกรอบ 55 สำหรับคืนนั้นเราก็พักที่ CroParadise Green Hostel แต่ปรากฏว่าตอนไปถึงเคาน์เตอร์เช็คอิน พนักงานบอกว่าไม่มีชื่อเรา!! แต่พอลองดูดีๆอีกที สรุปก็คือเราจองวันมาผิด จองเลยไปหนึ่งคืน 5555 แต่ว่าเค้าก็แก้ไขให้ ไม่ต้องเสียค่าอะไรด้วย ดี๊ดี แล้วพนักงานก็พาเราไปที่ห้องพัก ซึ่งเป็นห้องชุดแบบ apartment ห้องหนึ่ง ที่เค้าแบ่งห้องหับต่างๆในนั้นทำเป็นห้องพักของ hostel หมายความว่าในห้องชุดหนึ่งห้องเนี่ย มันก็จะประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่น ห้องครัว แล้วก็อาจจะห้องนอนอีก 2-3 ห้อง ห้องน้ำอีก 2-3 ห้องอะไรอย่างนี้ใช่ปะ เค้าก็เอาห้องนอนแต่ละห้องมาทำเป็นห้องพัก บางห้องก็เป็นห้องแบบ dorm มี 3 เตียง บางห้องก็มี 2 เตียง อะไรอย่างงี้ แล้วทุกคนที่นอนในห้องชุดนั้นก็ใช้ครัว ห้องน้ำ กับห้องนั่งเล่นร่วมกัน สำหรับคืนนั้นเราจองแบบห้องเดี่ยวไป ห้องที่เราได้มีเตียงอยู่สองเตียง แต่ว่าก็ให้เรานอนแค่นอนเดียว นอกจากนั้นในแต่ละห้องนอนก็ยังมีตู้ล็อคเกอร์สำหรับเก็บของสำหรับแขกแต่ละคน แล้วก็ยังมีทีวีพร้อม Netflix และคอมพิวเตอร์สำหรับให้ใช้เน็ตด้วย คือสำหรับราคาที่ถูกมาก แค่ประมาณ 10 ต้นๆยูโรต่อคืนเนี่ย มีบริการต่างๆให้มาอย่างจัดเต็มมาก

20170331_083542

มุมเดียวกัน คนละเวลา

20170330_192807

แผนที่ท่องเที่ยวของเมือง Split ที่พนักงานให้มาพร้อมกับอธิบายว่าอะไรคืออะไร วงกลมซ้ายสุดที่คำว่า Marjan คือทางเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวบนภูเขา วงกลมใหญ่ตรงกลางคือตัวเมืองเก่า สี่เหลี่ยมสีน้ำตาลในวงกลมเมืองเก่าคือกำแพงพระราชวังเก่า วงกลมเล็กๆใต้วงกลมเมืองใหญ่คือทางเดินริมหาด วงกลมขวาบนคือตำแหน่งที่พัก วงกลมขวาล่างคือสถานีรถบัส

หลังจากที่เก็บของเสร็จแล้ว เราก็ออกไปเดินเล่นในเมือง ตอนนั้นพระอาทิตย์ตกดินแล้ว ท้องฟ้าก็มืดแล้ว เสียดาย พลาดบรรยากาศตอนโพล้เพล้ พระอาทิตย์กำลังจะตกดินเลย แต่ว่าก็ได้เป็นบรรยากาศกลางคืน ของตัวเมืองเก่าที่ส่องแสงเรืองๆแทน

การก่อตั้งของเมือง Split นั้น เริ่มต้นจากการที่จักรพรรดิโรมันที่มีชื่อว่า Diocletian มาสร้างพระราชวังขึ้นที่นี่เพื่อที่จะได้ย้ายมาอาศัยอยู่หลังจากสละราชบัลลังก์แล้ว แล้วหลังจากนั้นพอเวลาผ่านมาเรื่อยๆ เมือง Split ก็ตกไปอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรนั้นบ้างอาณาจักรนี้บ้าง จนทุกวันนี้ก็กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศโครเอเชีย ส่วนตัวพระราชวังของ Diocletian นั้นก็แปรสภาพไปเยอะเหมือนกัน ส่วนของพระราชวังดั้งเดิมก็เหลืออยู่แค่นิดเดียวตรงแถวๆใจกลาง ตรงมหาวิหาร Saint Domnius เท่านั้น ส่วนบริเวณอื่นๆก็มีชาวบ้านมาสร้างอาคารนั้นอาคารนี้ ขึ้นมาเต็มไปหมด ลามออกไปจนถึงบริเวณด้านตะวันตกด้านนอกเขตพระราชวังด้วย ถ้าลองกลับไปดูรูปแผนที่ด้านบน ด้านในวงกลมที่วงล้อมรอบเมืองเก่า จะเห็นว่าทางซีกขวามีกรอบสี่เหลี่ยมสีน้ำตาลอยู่ ตรงกรอบนั้นก็คือกำแพงของพระราชวังเก่านั่นเอง

สิ่งหนึ่งที่สังเกตจากการเดินสำรวจเมืองเก่าของ Split แบบเร็วๆนี้ก็คือ ลักษณะการสร้างอาคารต่างๆในตัวเมืองนั้นเป็นการสร้างแบบเหมือนไม่ได้วางแปลนอะไรเลย เหมือนขีดกรอบสี่เหลี่ยมมาเป็นอาณาเขตเมืองไว้ แล้วก็เอากล่องๆมาวางๆๆๆสุ่มๆไปยังไงยังงั้นอะ ผลก็คือในเมืองจะมีตรอกซอกซอยเล็กใหญ่มากมายคดเคี้ยวไปมาเต็มไปหมดเลย ทำให้การเดินในเมืองเก่า Split นี้ ให้อารมณ์เหมือนกับการเดินในเขาวงกตกลายๆ 555 มันไม่ใช่ว่าเราจะหาทางออกไม่ได้หรอก แต่มันอารมณ์แบบว่า พอเจอร้านๆนี้ แล้วเดินเล่นต่อไปก่อนอีกซักพัก แล้วจะเดินกลับมาร้านเดิม ก็หาทางไม่เจอแล้ว อะไรอย่างนี้มากกว่า แต่ว่าก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้การเดินสำรวจเมือง Split นี้สนุกมากเลยนะ แบบมันเหมือนกับเล่นเกมอะ พอเจอซอกตึกไหนที่แคบมากๆ แบบประมาณ 2 ฟุตอะไรงี้ ก็ลองแทรกตัวเดินเข้าไปดูว่ามันจะไปทะลุตรงไหน เหมือนกับเป็นทางเดินลับยังไงยังงั้น แถมสภาพตึกรามบ้านช่องก็แปลกและดูเก่าแก่โบราณสุดๆ เดินดูเพลินมาก

หลังจากเดินสำรวจแบบคร่าวๆเสร็จแล้ว เราก็เดินกลับที่พักแล้วก็เข้านอน อาหารเย็นสำหรับคืนนั้นก็จะเป็นมื้อที่หรูที่สุดในทริปนี้ละ ซึ่งก็คือมาม่าต้มยำกุ้งกับไส้กรอกต้มที่หอบมาจากเยอรมันนั่นเอง 5555 อย่างน้อยก็ได้ใช้ครัวที่เค้ามีให้ จะได้คุ้มค่าที่พักหน่อย ตอนเรากลับมา ได้ยินเสียงดังมาจากห้องพักอีกห้องนึง แต่ว่าไม่เห็นใคร ระหว่างที่นั่งกินข้าวอยู่ก็ไม่มีใครเดินออกมา สรุปว่าวันแรกใน hostel ยังไม่เจอแขกคนอื่นเลย ได้ยินแต่เสียง

วันต่อมาเราตื่นแต่เช้าอีกครั้ง เพราะว่าวันนี้โปรแกรมแอบแน่น (จริงๆก็แน่นทุกวันแหละ 555) วันนี้ช่วงเช้าเราจะเดินทางไปยังเมือง Trogir ซึ่งเป็นเมืองเล็กๆที่เก่าแก่และสวยงามมาก ที่อยู่ห่างจาก Split ออกไปประมาณหนึ่งชั่วโมง แล้วค่อยกลับมาเที่ยว Split ต่อตอนบ่าย สำหรับเรื่องของ Trogir เดี๋ยวขอยกไว้ไปโพสต์หน้า สำหรับตอนนี้เดี๋ยวขอข้ามไปยังตอนตอนที่เรากลับมาถึง Split เลยละกัน หลังจากกลับมาถึงเราก็มุ่งหน้าไปยัง Marjan ซึ่งก็คือจุดชมวิวของเมือง Split บนภูเขา ที่พนักงานของ hostel อุตส่าห์วงกลมไว้ให้เราในแผนที่ที่ให้มานั่นเอง ระหว่างทางที่เดินขึ้นไปยังจุดชมวิวนั้นเราจะได้เห็นสภาพบ้านที่อยู่อาศัยของชาวเมืองที่สวยงาม บ้านทุกๆหลัง ย้ำว่าทุกๆหลังที่เราเห็นเลยจะเปิดให้คนมาพักหมด (ที่รู้เพราะว่าจะมีป้ายคำว่า apartment แปะไว้ตรงหน้าบ้าน) เป็นอีกครั้งที่เราได้แต่สงสัยว่านักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่มันจะเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วเค้าไปลงโฆษณาที่พักของเค้าที่ไหนกัน เพราะว่ามันแบบบ้านทุกหลังจริงๆอะ

หลังจากเดินขึ้นมาซักพักพอให้เหงื่อออก เราก็มาถึงตรงจุดชมวิว Marjan จนได้ ตรงนั้น นอกจากจะมีระเบียงให้ยืนชมวิวแล้ว ก็ยังมีร้านกาแฟตั้งอยู่ให้เราสามารถนั่งดื่มดริงค์พลางชมวิวเมืองได้ด้วย ส่วนความสวยของวิวจากบนนั้นก็ตามภาพเลย

20170331_142501

จากจุดชมวิวตรงนั้น ยังมีทางเดินขึ้นเขาไปเรื่อยๆอีก ซึ่งเราก็เดินนะตามประสาคนอยากรู้อยากเห็น แต่ว่าจากตรงนั้นก็ไม่มีอะไรน่าสนใจละ สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างบนภูเขาลูกนี้ก็น่าจะเป็น Sveti Jere ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ฝังตัวอยู่ในหน้าผาแล้วก็โผล่ออกมาแค่ด้านหน้า แต่ว่าต้องเดินไปอีกไกลมากกกก กว่าจะถึง ถ้าใครมีเวลาไม่มาก ก็มาดูแค่จุดชมวิว Marjan นี่แหละ วิวสวย ฟินสุด

หลังจากชมวิวบนภูเขาเสร็จ เราก็เดินกลับลงมาที่ลานทางเดินริมหาดอีกครั้งซึ่งตรงลานนั้นก็มีชื่อว่า Riva ตอนนั้นก็บรรยากาศดี มีคนมานั่งกินข้าว เดินเล่น นั่งเล่นกันเต็มไปหมด เราก็หาม้านั่งว่างๆนั่งชิวๆพักขา ซื้อป็อบคอร์นมากิน ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ก่อนจะกลับเข้าไปเดินสำรวจในตัวเมืองเก่าต่อ

20170331_150101

แล้วเราก็กลับมายังบริเวณใจกลางพระราชวังเก่า หรือตรงมหาวิหาร Saint Domnius อีกครั้ง คราวนี้เราจะขึ้นไปดูวิวที่ด้านบนยอดหอระฆังกันด้วย ต้องเสียค่าขึ้น 20 Kuna หรือประมาณ 100 บาท ความสวยของวิวด้านบนก็ตามภาพเลยเหมือนกัน 55

20170331_15554720170331_155235

จริงๆแล้วที่ มหาวิหาร Saint Domnius ยังมีโถงใต้ดินที่เราสามารถลงไปชมได้อีก ซึ่งโถงใต้ดินนี้ก็เป็นหนี่งในสถานที่ถ่ายทำซีรีส์เรื่อง Game of Throne ด้วย แต่ว่าเราไม่เคยดู 555 แล้วมันต้องเสียค่าเข้าด้วย ก็เลยไม่ได้ลงไปดู แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษละ นอกจากเดินๆดูเมืองจนพระอาทิตย์ตก

20170331_185516.jpg

ค่ำวันนั้นตอนเรากลับไป hostel ก็เจอกับแขกคนอื่นที่มาพักอีก 2 คน คนแรกเป็นผู้หญิงชาวอังกฤษ ส่วนอีกคนเป็นผู้ชายชาวเยอรมัน ก็คุยๆกันนิดนึง ไม่ได้คุยเยอะเพราะว่ายังไงพรุ่งนี้เราก็จะเช็คเอาท์อยู่แล้ว เสร็จแล้วเราก็เข้านอน ต้องนอนเก็บแรงให้เยอะๆ เพราะว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็จะเป็นอีกวันที่คิวแน่นเอี้ยด 555 ตอนนี้ก็จบลงแล้วกับเรื่องราวของเมือง Split เมืองอีกเมืองที่ส่วนตัวแล้วเราชอบมาก มีเสน่ห์มาก ชอบความเขาวงกตในตัวเมืองเก่า ชอบตรอกซอกซอยเล็กๆที่เดินสำรวจเพลินมาก แล้วก็ชอบลานริมหาดที่คึกคักไปด้วยผู้คน และบรรยากาศริมทะเลที่สวยและผ่อนคลายมากๆ โดยเฉพาะตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก เป็นเมืองที่เหมาะกับการมาเยี่ยมชมด้วยประการทั้งปวง สำหรับเป้าหมายในวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นเมือง Šibenik ต่อด้วยเมือง Zadar แต่ในโพสต์ต่อไปเราจะมาพูดถึงเมือง Trogir ที่เรานั่งรถจาก Split ไปเที่ยวเป็นเวลาครึ่งวันกันก่อน จะสวยแค่ไหนนั้นเดี๋ยวไว้ไปดูกัน

20170331_084400.jpg

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s