Croatia Trip: Plitvice National Park

วันที่สองของทริปโครเอเชีย เราตื่นนอนแต่เช้าตรู่ ประมาณ 7 โมงเช้า เพราะว่าต้องรีบเช็คเอาท์ กินข้าวเช้า แล้วไปเดินเที่ยวอุทยานแห่งชาติ Plitvice ให้เสร็จก่อนบ่าย เพราะว่าต้องขึ้นรถบัสไปเมือง Split ตอน 15.30 รถบัสรอบถัดไปที่มีก็นู่น เกือบเที่ยงคืนน่ะ แต่ว่าถ้ามาเที่ยวตอนช่วง high season ช่วงหน้าร้อนอะไรอย่างนี้ ก็จะมีเที่ยวรถถี่ขึ้นแหละ สามารถเช็ครอบรถและซื้อตั๋วได้จากเว็บนี้เลย http://www.buscroatia.com/

หลังจากกินข้าว เช็คเอาท์อะไรเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็เดินลากกระเป๋าย้อนกลับไปยังทางเข้าหมายเลข 1 ของอุทยาน ที่เราลงรถบัสมาเมื่อวานตอนเย็น แล้วก็เดินข้ามถนนไปยังฝั่งทางเข้าอุทยาน พอถามเจ้าหน้าที่ตรง Information ว่าฝากกระเป๋าได้ที่ไหน เค้าก็เอากุญแจห้องเก็บของให้เรา แล้วก็ชี้บอกว่าห้องเก็บของอยู่ทางนี้ๆ เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วเอากุญแจมาคืนด้วย แต่ละคนจะเอากุญแจไปได้นานไม่เกิน 5 นาทีมั้ง ไม่แน่ใจว่านานแค่ไหน แต่ว่าห้องเก็บของก็อยู่ใกล้ๆตรงส่วน Information นั่นแหละ ที่นี่ฝากกระเป๋าได้ฟรีด้วย ไม่คิดเงิน ใครที่มาเที่ยวอุทยานจากเมืองอื่นตอนเช้า แล้วพอเที่ยวเสร็จก็เดินทางไปเมืองอื่นต่อก็สามารถหอบสัมภาระมาด้วยแล้วเอามาฝากไว้ที่อุทยานระหว่างเดินเที่ยวได้เลย นอกจากห้องเก็บของแล้ว ด้านหน้าทางเข้าอุทยานก็มีร้านขายของที่ระลึกกับร้านอาหารอีกด้วย

พอฝากกระเป๋าเสร็จก็เดินมาซื้อตั๋วเข้าชมอุทยาน สำหรับค่าตั๋วนั้น จะมีราคาแตกต่างกันไปตามฤดูกาล ช่วง low season ก็จะราคาถูกหน่อย แต่พอช่วง high season ราคาก็จะขยับขึ้นไปเป็น 3 เท่าเลย สามารถเช็คราคา เวลาทำการ กับรายละเอียดอื่นๆได้ที่เว็บนี้ http://www.np-plitvicka-jezera.hr/en/plan-your-visit/operating-hours-and-prices/ ตอนที่เราไป เป็นวันเกือบสุดท้ายของช่วงที่ตั๋วมีราคาถูกสุดพอดี ในเว็บบอกว่าถ้าไปช่วงนี้จะไม่มีเรือกับรถไฟพาเที่ยวให้บริการ แต่ว่าตอนเราไปก็เห็นมีให้บริการอยู่นะ งงเหมือนกัน 555

พอซื้อตั๋วเสร็จ เดินเข้ามาด้านในเสร็จแล้ว ด้านในก็จะมีทางเดินเที่ยวที่ทอดพาเราเดินลัดเลาะลงไปตามเขา ข้ามแม่น้ำ ขึ้นลงน้ำตก เลียบทะเลสาบ ทำให้เราสามารถสัมผัสกับบรรยากาศของทะเลสาบสีมรกตและน้ำตกต่างๆที่สวยงามของอุทยานนี้ได้อย่างใกล้ชิด ฝั่งด้านในทางเข้าอุทยานจะมีป้ายแผนการเดินเที่ยวอุทยานตั้งไว้ ซึ่งจะบอกว่าถ้าเดินไกลแค่นี้จะเห็นอะไรบ้าง ใช้เวลาประมาณไหน หรือสามารถดูจากในเว็บนี้ไปก่อนเลยก็ได้ http://www.np-plitvicka-jezera.hr/en/plan-your-visit/explore-the-park/visiting-programmes/ ตอนที่เราไป เราเดินตามแผน B กับแอบหลงออกนอกเส้นทางไปหน่อย 555 เดี๋ยวไว้เล่าว่าหลงออกไปตรงไหน ไม่รู้ว่าถ้าเดินเที่ยวให้ทั่วๆกว่านี้จะเห็นอะไรสวยๆงามๆมากขึ้นอีกเยอะรึเปล่า แต่ว่าที่เราไปเดินมาตามแผน B นี้ ก็รู้สึกว่าเต็มอิ่มแล้วนะ เดินไม่เยอะเกินไป แล้วก็ได้เห็นพวก highlights เยอะอยู่ เดี๋ยวไว้คราวหน้าถ้ามีโอกาสค่อยกลับมาเดินต่อให้ครบ คราวนี้เสียดายนิดนึงตรงที่ต้นไม้ยังไม่มีใบ ทำให้บรรยากาศดูแห้งแล้ง ไม่มีสีสันสดใสของใบไม้ (แต่ว่าสีของทะเลสาบก็เขียวๆฟ้าๆจัดจ้านสุดๆนะ) คราวหน้าถ้ามาอีกจะพยายามกลับมาตอนฤดูร้อน ไม่ก็ฤดูใบไม้ร่วง

สำหรับช่วงที่เราเดินออกนอกเส้นทางนั้น ถ้าลองดูในแผนที่ของแผนการเดินเที่ยวแบบ B ทางด้านขวาของแผนที่ จะเห็นติ่งขีดสีแดงลากออกมาจากเส้นทาง แล้วมาหยุดตรงจุดที่แม่น้ำสายที่ไหลมาจากด้านบนไหลมาบรรจบแม่น้ำสายหลัก ตรงจุดนั้นจริงๆแล้วมันก็คือทางที่เค้าทำแยกออกมานิดนึง เพื่อให้สามารถเดินไปชมน้ำตก Great Waterfall ซึ่งเป็นน้ำตกที่สูงที่สุดในอุทยานนี้ได้ใกล้ๆ ทีนี้ ตามแผน B พอเดินออกจากเส้นทางมาดูน้ำตกเสร็จแล้วก็ต้องเดินย้อนกลับไปเข้าเส้นทางเดิม แต่ว่าจากจุดดูน้ำตกนั้น มันมีทางเดินเล็กๆที่ทอดขึ้นไปจนถึงด้านบนของหน้าผานั้นด้วย ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเราเลยเดินขึ้นไปจนถึงด้านบนน่ะ พอขึ้นไปถึงด้านบนก็จะเจอถนนเส้นเล็กๆที่ทอดขนานไปตามแนวทะเลสาบ แล้วก็มีพวก Guesthouse อีกไม่กี่หลังที่สามารถมองเห็นได้จากตรงนั้น แต่ว่าบรรยากาศจะดูบ้านๆ ดูห่างไกลอะ ไม่มีคน ไม่ใช่ฝั่งที่คนมาเที่ยว อยากรู้เหมือนกันว่าช่วง high season ตรงนี้จะคนเยอะป่าว แล้วการจะเข้ามาอุทยาน Plitvice โดยมาทางฝั่งนี้ของทะเลสาบเนี่ยต้องเดินทางมายังไง เพราะตอนที่เราเดินขึ้นมาถึงด้านบนก็ไม่เจอรั้วกั้น หรือทางเข้าอะไรเหมือนอีกฝั่งที่เราเข้ามานะ ขึ้นมาก็เห็นพวก guest house เลย แสดงว่าถ้าเดินทางมาอุทยานจากฝั่งนี้เนี่ย จะสามารถเนียนเดินลงไปเดินเที่ยวอุทยานโดยไม่ซื้อตั๋วได้รึเปล่า 5555 อันนี้ก็เป็นปริศนาที่ยังต้องขบคิดกันต่อไป

จากด้านบนของหน้าผานั้น มันจะมีทางเดินเท้าเล็กๆลัดเลาะไปตามริมหน้าผาด้วย ซึ่งจากตรงนั้นเราสามารถมองลงไปเห็นทะเลสาบและน้ำตกที่อยู่ด้านล่างได้ เราก็เดินไปตามริมหน้าผานิดนึง แล้วก็ตัดสินใจเดินย้อนกลับไปที่จุดชมน้ำตก Great Waterfall เพราะว่าไม่ค่อยประทับใจวิวเท่าไหร่ การได้เดินใกล้ๆผิวน้ำตรงด้านล่างน่าจะสวยกว่า แต่ว่าตรงด้านบนนั้นก็มีจุดหนึ่งที่วิวสวยนะ คือพอขึ้นมาถึงด้านบนแล้วให้เดินไปทางฝั่งที่เดินออกห่างจากน้ำตก จะเจอกับจุดชมวิวเล็กๆจุดนึง จุดนั้นน่าคือวิวสวยมาก ถ้าจะเดินขึ้นไป ก็ไปดูแค่จุดนี้ แล้วก็เดินกลับลงมาก็ได้

20170330_101421

วิวนี้แหละ คือเห็นทะเลสาบ ทางเดินที่ทอดลงมาตามเขาเป็นแนวซิกแซก ซอกเขาที่แม่น้ำไหลผ่าน แล้วก็ภูเขาที่อยู่ตรงฉากหลัง งามมาก

หลังจากที่กลับมาเข้าเส้นทางสาย B แล้ว เราก็เดินตามเส้นทางไปเรื่อยๆจนถึงท่าเรือบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งตามแผนที่ ถ้าเมื่อกี๊ที่เราเดินอยู่ตรงริมหน้าผา เราเดินต่อไปเรื่อยๆ ในที่สุดเส้นทางก็จะมาบรรจบกันตรงท่าเรือนี้แหละ จากท่าเรือ เราก็นั่งเรือไปอีกฝั่งของทะเลสาบที่มีขนาดใหญ่.. อาจจะใหญ่ที่สุดในอุทยานแล้วก็ได้นะ พอไปถึงอีกฝั่งแล้วก็นั่งรถ shuttle bus (หรือที่ในเว็บเค้าเรียกว่า scenic train) ย้อนกลับไปลงตรงใกล้ๆทางเข้าหมายเลข 1 แล้วก็เดินเท้าต่อกลับไปยังทางเข้า ตรงจุดนี้ก็จะเป็นทางเดินริมหน้าผาเหมือนกัน แต่จะเป็นหน้าผาฝั่งตรงข้ามกับที่เราเดินมาเมื่อกี๊ ซึ่งเราว่าจากฝั่งนี้ วิวสวยกว่าอะ แล้วอีกอย่าง มุมมหาชนหลายๆมุมของอุทยาน Plitvice นี้ก็มาจากทางเดินส่วนนี้เน้นๆเลย ตอนแรกนึกว่าจะรีบๆเดินแป๊บๆให้กลับไปถึงทางเข้า แต่ปรากฏว่าถ่ายรูปเพลินเลย 555

20170330_110153

อยากจะเห็นจริงๆว่าวิวนี้ตอนที่มีใบไม้เขียวๆเต็มไปหมดเนี่ยมันจะสวยแค่ไหน

และแล้วการเดินเที่ยวอุทยานในวันนั้นก็จบลงด้วยความรู้สึกเต็มอิ่ม (และขาและไหล่ที่ปวดสุดๆจากการแบกโน้ตบุ๊คและสารพัดของใส่เป้สะพายหลังมาเดินด้วย จะเอาไว้ในห้องเก็บของตรงหน้าอุทยานก็กลัวโดนขโมย) สำหรับความประทับใจในวันนี้ ต้องบอกว่าประทับใจมากอยู่ ติดแค่ตรงที่ว่าต้นไม้ไม่มีใบเนี่ยแหละ แหม้ น่าเสียดาย 555 แต่ในส่วนของความใสและความเขียวสดของน้ำทะเลสาบ และความบริสุทธิ์ของธรรมชาตินั้น ให้คะแนนเต็มเลย แค่ได้มาดื่มด่ำบรรยากาศกับสูดอากาศบริสุทธิ์กลางป่าเขากลางทะเลสาบแบบนี้ ร่างกายก็รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมามากโขแล้ว 555 หลังจากกลับออกมายังด้านหน้าทางเข้าของอุทยานแล้วเราก็ไปขอกุญแจห้องเก็บของมาเปิดเอากระเป๋าของเราออกมา แล้วก็เดินไปนั่งรอรถบัสไปเมือง Split ตรงจุดรอรถบัสที่ตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ เยื้องๆออกไปจากทางเข้าอุทยานนิดนึง ตอนนั้นรถมาสายไปประมาณครึ่งชั่วโมง พอมาถึงแล้วก็จ่ายค่าเอากระเป๋าใส่ใต้ท้องรถกับคนขับ แล้วก็ขึ้นไปนั่งบนรถที่มีที่ว่างเหลือเฟือเลย ได้ที่ว่างสองที่ติดอีกแล้ว 555 สำหรับรถเที่ยวนั้นก็ใช้เวลานั่งประมาณ 4 ชั่วโมงกว่าจะไปถึงเมือง Split ส่วนเมือง Split นี่จะเป็นยังไง จะมีอะไรให้เที่ยวบ้าง เดี๋ยวไว้มาต่อในโพสต์หน้ากันโนะ

20170330_105136

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s