One day in Paris

สำหรับโพสต์นี้ก็จะมาเล่าเรื่องการเที่ยวเมืองปารีสในระยะเวลาหนึ่งวันเต็มๆ ตั้งแต่เช้ามืดพระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นยันดึกดื่นมืดค่ำเลยโนะ ก็หวังว่าคงจะเป็นโปรแกรมเที่ยวตัวอย่างที่ตรงใจใครหลายๆคน หรือไม่ก็อาจจะสามารถนำไปปรับใช้กับโปรแกรมของแต่ละคนได้ไม่มากก็น้อย

พูดถึงที่มาของทริปนี้นิดนึง คือตอนเดือนกุมภาพันธ์มีเพื่อนเราจากไทยมาฝึกงานที่ Frankfurt เราก็เลยนัดเจอกัน ตอนแรกก็นึกอยู่นานว่าจะเจอกันที่ไหนดีที่อยู่ใกล้ๆเมือง Karlsruhe สุดท้ายก็ตกลงกันว่าจะไป…. ปารีส! ใกล้มากก 5555 แต่ก็อยากไปทั้งคู่อยู่แล้ว แล้วมันก็สามารถนั่งรถบัสข้ามคืนไปกลับได้จากทั้ง Frankfurt และ Karlsruhe และตอนนั้นราคาก็ไม่แพง คือประมาณเที่ยวละ 20-25 ยูโรต่อคนเท่านั้น ของบริษัท Euroline กับ Flixbus เลยตกลงตามนี้แหละ คืนวันศุกร์เราต่างคนต่างก็นั่งรถบัสมาจากเมืองของตัวเอง มาเจอกันที่ปารีสประมาณ 7 โมงเช้า เดี๋ยวจะพิมพ์โปรแกรมแบบสั้นๆไว้ก่อน แล้วจะโพสต์รูปพร้อมเล่ารายละเอียดตามหลังมาละกัน

  • 7.00 พบกันที่ปารีส สถานีรถบัส Paris, Porte Maillot
  • ขึ้นรถไฟใต้ดิน (Metro) ปื้ดเดียวจากสถานี Gallieni ไปลงสถานี École Militaire เดินเล่นหาอะไรกินรอพระอาทิตย์ขึ้น
  • เดินข้ามแม่น้ำไปยัง จัตุรัส Tracodero ดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นด้านหลังหอไอเฟลที่ Palais de Chaillot
  • นั่ง Metro ไปสถานี Arc de Triomphe ขึ้นไปดูวิวเมืองปารีสกับหอไอเฟลยามเช้า
  • เดินตามถนน Champs-Élysées ไปจนถึง Grand Palais และ Petit Palais ถ่ายรูปที่สะพาน Pont Alexandre III
  • เดินย้อนกลับไปนั่ง Metro จากสถานี Champs-Élysées – Clemenceau ไปลงสถานี Carrousel du Louvre แล้วก็เดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์ Louvre
  • กินข้าวกลางวันที่ Food Court ใต้พิพิธภัณฑ์ Louvre ตอนนี้ประมาณบ่ายๆละ
  • เดินข้ามสะพาน Pont des Arts ข้ามแม่น้ำมาอีกฝั่ง เดินริมน้ำไปจนถึงมหาวิหาร Notre-Dame
  • กินเครปร้านข้างๆ Notre-Dame
  • นั่ง Metro จากสถานี Cité ไปลงสถานี Anvers เดินขึ้นเนินไปดูวิวพระอาทิตย์ตกดินที่ด้านหน้ามหาวิหาร Sacré-Cœur
  • เดินเที่ยวใน Montmartre เดินเที่ยวลงเนินมาถึงสถานี Blanche ถ่ายรูปด้านหน้า Moulin Rouge
  • นั่ง Metro แว้บมาลงสถานี Champs-Élysées – Clemenceau เดินมาดูวิวหอไอเฟลที่สะพาน Pont Alexandre III ดูหอไอเฟลส่องแสงระยิบระยับ (กะเวลาดีๆ หอไอเฟลจะส่องแสงระยิบระยับทุกๆต้นชั่วโมง
  • นัง Metro กลับมาสถานี Gallieni รอรถบัสกลับที่สถานีรถบัส Paris, Porte Maillot
  • 22.00 นั่งรถบัสกลับ
  • 2017-04-18_005139.jpg

    แผนที่ประกอบพร้อมกราฟิคระดับ Hollywood เส้นสีฟ้าคือเดิน เส้นสีแดงคือนั่ง Metro

เริ่มจากตอนมาถึงเลย เราเลือกจองรถเที่ยวที่วิ่งมาลงสถานีเดียวกัน ก็คือสถานี Paris, Porte Maillot รถของเรามาถึงตอน 6.30 ส่วนของเพื่อนมาถึงตอน 7.00 พอเจอกันแล้วก็ไปขึ้นรถไฟใต้ดินกัน ซึ่งพวกเราก็ซื้อตั๋วชุดที่มีชื่อว่า Carnet Ticket มา ซึ่งการซื้อ Carnet Ticket เนี่ย ก็คือการซื้อตั๋วแบบเดินทางเที่ยวเดียวทีเดียว 10 ใบ เวลาเราเลือกตัวเลือก Carnet Ticket นี้บนเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ตั๋วจะให้ตั๋วแบบเดินทางเที่ยวเดียวมา 10 ใบ แต่ราคาที่เราจ่ายจะถูกกว่าการซื้อตั๋วเที่ยวเดียวแยกกัน 10 ใบ ซึ่งเราก็ตั้งใจว่า 10 ใบนี้จะใช้ด้วยกัน 2 คน แถมเราก็ยังมีตั๋วที่เหลือจากการซื้อ Carnet Ticket แล้วใช้ไม่หมดตอนครั้งที่แล้วที่มาปารีสมาด้วยอีกใบอีก ก็หวังว่าคงพอ

photo7.jpg

พอซื้อตั๋วเสร็จแล้วเราก็นั่งรถไฟใต้ดิน หรือที่นู่นเค้าเรียกว่า Metro มาลงที่สถานี École Militaire กัน ตอนนั้นฟ้ายังมืดอยู่เลย ร้านรวงอะไรก็ยังไม่เปิด ถนนก็ยังโล่ง มาถึงแล้วก็เดินแว้บไปดูหอไอเฟลจากมุมไกลๆแป๊บนึงแล้วก็เดินหาข้าวเช้ากินกัน จริงๆตอนแรกเราตั้งใจว่าจะมากินอาหารเช้าแบบฝรั่งเศสกัน คือ ครัวซองต์ น้ำส้ม กาแฟ อะไรอย่างงี้อะ แล้วก็จะเดินข้ามแม่น้ำไปยังจัตุรัส Trocadero เพื่อไปดูวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่ด้านหลังหอไอเฟลกัน แต่ว่าพอเดินๆหาของกินดู เอาจริงๆราคามันแพงมากๆ แบบอาหารเช้าเซ็ตละ 8-9 ยูโร อะไรอย่างนี้ ทำใจจ่ายไม่ลงจริงๆ แล้วตอนนั้นร้านก็ยังไม่เปิดกัน เลยเดินวนไปวนมาจนพระอาทิตย์ขึ้นซะก่อน 55555 (วันนั้นพระอาทิตย์ขึ้นตอน 8.41) แล้วก็เลยตัดสินใจกิน Mcdonald นี่แหละ 555 กินเสร็จก็เดินย้อนกลับมา ผ่านหอไอเฟล แล้วก็ข้ามแม่น้ำไปยังจัตุรัส Trocadero กัน

พอมาถึงจัตุรัส Trocadero แล้วเราก็เดินขึ้นไปยังลานด้านบน Palais de Chaillot ซึ่งเป็นจุดชมวิวหอไอเฟลที่ดีที่สุดในปารีสเลยก็ว่าได้ และวิวพระอาทิตย์ยามรุ่งอรุณที่ส่องแสงอยู่ด้านหลังหอไอเฟลที่เราเห็นในตอนนั้นก็สวยมากๆจริงๆ ยิ่งประกอบกับท้องฟ้าใสปราศจากเมฆ และทิวทัศน์ยามเช้าของทั้งเมืองปารีสที่ถูกปกคลุมไปด้วยไอหมอกจางๆและฉาบไปด้วยแสงแดดอ่อนๆนั้นยิ่งทำให้ภาพที่เห็นยิ่งสวยขึ้นไปอีก เราเองมาปารีสครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ 4 แล้ว แต่วิวที่ได้เห็นในวันนี้เป็นวิวที่สวยที่สุดที่เคยเห็นในทุกครั้งที่เคยมาปารีสเลย ถ้าใครมีโอกาสอยากจะให้มาชมวิวพระอาทิตย์ยามเช้าด้านหลังหอไอเฟลที่ Palais de Chaillot นี้ ขอรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน

หลังจากดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าเสร็จแล้ว เราก็นั่ง Metro จากตรงนั้นมาที่สถานี Arc de Triomphe แล้วก็ขึ้นไปดูวิวของเมืองปารีสอีกครั้งจากบนยอดของประตูชัย การมาครั้งนี้ทำให้เราเพิ่งได้รู้ว่า เราสามารถใช้สิทธิ์การเป็นนักศึกษาในยุโรป เข้าชมพิพิธภัณฑ์และสถานที่สำคัญต่างๆในกรุงปารีสได้แบบไม่เสียเงินซักบาทเลย แต่สามารถใช้สิทธิ์ได้จนถึงอายุ 26 ปีเท่านั้น โอ๊ยยยย ทำไมเพิ่งมารู้ตอนนี้ 5555 ต้องหาโอกาสกลับมาครั้งหน้าเพื่อมาทัวร์สถานที่สำคัญกับพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะซะแล้ว 555

เสร็จแล้วเราก็มาเดินดูถนน Champs-Élysées กัน หาของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ ก่อนจะเดินดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยๆจนถึง Grand Palais และ Petit Palais แล้วก็เดินเลี้ยวออกจากถนน Champs-Élysées เพื่อไปถ่ายรูปที่สะพาน Pont Alexandre III เพื่อเก็บ Landmark สะพานนี้เราชอบเป็นการส่วนตัว อิอิ เป็นสะพานที่เป็นต้นแบบของสะพานมัฆวานรังสรรค์ในกรุงเทพ แล้วจากสะพานนี้เราก็ยังสามารถมองเห็นหอไอเฟล และตึก Invalides ที่ใหญ่โตและสวยงามที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำได้อีกด้วย

IMG_8385

สะพาน Pont Alexander III และ Invalides ตรงด้านหลัง

ตอนเรามาถึงสะพาน Pont Alexandre III อากาศเริ่มมืดครึ้ม จากที่ท้องฟ้าสดใส แดดส่องจ้าตอนเช้า ตอนนี้เมฆฝนเริ่มก่อตัว เราเลยตัดสินใจว่าจะไปพิพิธภัณฑ์ Louvre กัน เลยเดินกลับมาขึ้น Metro ที่สถานี Champs-Élysées – Clemenceau แล้วก็นั่งไปลงสถานี Carrousel du Louvre ซึ่งทางออกที่เราออกมากันจะเป็นทางออกที่เชื่อมไปยังศูนย์การค้าที่อยู่ใต้ดินใต้พิพิธภัณธ์ Louvre จากทางออกเราก็เดินไปยังจุดขายตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์ Louvre ที่อยู่ด้านในศูนย์การค้านั้นแล้วก็ไปต่อแถวซื้อตั๋วเข้าชมพิพิธภัณฑ์กัน (ซื้อแค่ของเพื่อนอย่างเดียว ส่วนของเราเข้าได้ฟรี 5555) ตอนนั้นรอไม่นานเลย คนน้อยมาก แป๊บเดียวก็ได้ตั๋วแล้ว อ่านมาจากพันทิพย์ มีหลายคนแนะนำว่าจุดขายตั๋วตรงใกล้ๆทางออกสถานี Carrousel du Louvre จะมีคนต่อแถวน้อยกว่าตรงด้านหน้าพิพิธภัณฑ์มาก ขอคอนเฟิร์มว่าเป็นเรื่องจริง 555 หลังจากซื้อตั๋วเสร็จเราก็ไม่รอช้า ไปเดินเที่ยวพิพิธภัณฑ์กัน ณ จุดนั้นก็เป็นการสลับบทบาท ให้เพื่อนเราที่ชอบประวัติศาสตร์และอยากเที่ยวพิพิธภัณฑ์เป็นพิเศษเดินนำ ส่วนเราที่ไม่ใช่แฟนของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ก็เป็นคนเดินตามแทน 55 วันนั้นพวกเราก็พยายามเก็บแต่ highlight สำคัญๆที่อยากเห็นเป็นพิเศษกัน เพราะว่าตัวพิพิธภัณฑ์ Louvre ก็มีขนาดใหญ่มากๆ ถ้าจะเดินให้ทั่ว เป็นวันก็ไม่จบ 555

เสร็จจากพิพิธภัณฑ์ Louvre นี่คือขาเดี้ยง จำไม่ได้ละว่าใช้เวลากันนานเท่าไหร่ แต่น่าจะไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมงอะ 555 เสร็จแล้วทั้งเหนื่อยทั้งหิว เราเลยไปหาอะไรกินในศูนย์การค้าใต้พิพิธภัณฑ์กัน เสร็จแล้วก็ออกจากพิพิธภัณฑ์แล้วก็เดินข้ามสะพาน Pont des Arts ที่มีชื่อเสียงและปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ Hollywood หลายๆเรื่องไปยังฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำกัน สะพานนี้ก็เป็นอีกจุดในเมืองปารีสที่เราชอบเป็นพิเศษ 55

ที่อีกฝั่งของแม่น้ำ เราลงมาเดินเลียบแม่น้ำไปตามริมตลิ่งที่อยู่ต่ำกว่าระดับถนนกัน จนไปถึงเกาะที่อยู่ตรงกลางของแม่น้ำ ที่มีชื่อว่า Ile de la Cité ซึ่งเป็นบริเวณที่เค้าเรียกว่าเป็นสะดือเมือง หรือเป็นใจกลางของเมืองปารีสเลย แล้วเราก็เดินข้ามสะพานไปยังฝั่ง Ile de la Cité แล้วก็เดินไปดูมหาวิหาร Notre-Dame ที่มีคนต่อแถวเพื่อเข้าชมด้านในเยอะมาก จนเราตัดสินใจไม่เข้าไปดูด้านใน แต่ไปแวะกินเครปที่ร้าน Crêperie du Cloître ที่อยู่ข้างๆ Notre-Dame แทน

หลังจากกินเครปกันเสร็จแล้ว เราก็มุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไปกันต่อ ซึ่งก็คือมหาวิหาร Sacré-Cœur ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาทางตอนเหนือของเมืองปารีสนั่นเอง จริงๆแล้วตอนแรกเราวางแผนว่าจะไปดูพระอาทิตย์ตกจากบนนั้นกัน แต่ก็เลทไปจากที่วางแผนอีกตามเคย คือกว่าจะไปถึง พระอาทิตย์ก็ตกไปไหนต่อไหนแล้ว 55555 (วันนั้นพระอาทิตย์ตกตอน 17.16) แต่ว่าจริงๆแล้วถึงจะไปถึงก่อนพระอาทิตย์ตกก็คงไม่เห็นอะไร เพราะว่าตอนนั้นเมฆเต็มไปหมด มองไม่เห็นท้องฟ้าเลย เราก็เลยแค่ดูวิวนิดนึง แล้วก็เดินดูหมู่บ้านใน Montmartre ซื้อของที่ระลึกนิดหน่อย แล้วก็เดินลงเนินไปยังสถานีรถไฟใต้ดิน Blanche กัน

พอเดินลงเนินมาถึงสถานี Blanche แล้ว เราก็ถ่ายรูปด้านหน้าโรงละคร Moulin Rouge ที่มีชื่อเสียงแป๊บนึง ตอนนั้นท้องฟ้าก็มืดละ ความเหนื่อยความเพลียก็เริ่มเข้าครอบงำ แต่ยังพอมีเวลาเหลืออยู่อีกนิดนึง เราเลยนั่งรถไฟใต้ดินกลับไปยังสถานี Champs-Élysées – Clemenceau แล้วก็เดินไปยังสะพาน Pont Alexandre III เพื่อดูวิวของปารีสริมน้ำยามค่ำคืน และเพื่อรอดูหอไอเฟลส่องประกายระยิบระยับด้วย คือหอไอเฟลเนี่ย ปกติตอนกลางคืนก็จะเปิดไฟสีเหลืองๆเรืองรองเป็นปกติทั้งคืน แต่ว่าตอนทุกๆต้นชั่วโมง เค้าจะเปิดไฟจุดๆสีขาวที่ติดอยูทั่วหอไอเฟลให้มันติดๆดับๆสลับกันเป็นเวลายาวนานประมาณ 10 นาทีมั้ง ทำให้ดูราวกับว่าหอไอเฟลกำลังส่องประกายแสงสีขาวระยิบระยับไปทั่วทั้งหอ เป็นภาพที่สวยมากๆ และเราพยายามจะมาดูให้เห็นกับตาทุกครั้งที่มาปารีส จริงๆแล้วจะไปดูตรงใกล้ๆหอไอเฟลเลยก็ได้นะ แต่ว่าอย่างที่บอกว่าเราชอบวิวของสะพาน Pont Alexandre III เป็นพิเศษ 55 แล้วก็ไม่อยากนั่งรถไฟอ้อมไปอ้อมมาไกลๆด้วย พอดูหอไอเฟลส่องแสงระยิบระยับเสร็จแล้วพวกเราก็นั่งรถไฟใต้ดินตรงดิ่งกลับไปสถานี Gallieni เลย

แล้วทริปหนึ่งวันจัดเต็มกับปารีสของพวกเราก็จบลงที่ตรงนี้ พอไปถึงสถานี Gallieni ต่างคนก็ต่างรอรถบัสกลับเมืองของตัวเอง จริงๆมีสถานที่อีกหลายแห่งเลยที่เราลิสต์เอาไว้เป็นตัวเลือกของที่ๆอาจจะพาเพื่อนไปเดินเที่ยว บางที่ก็กะว่าเอาไว้ไปถ้ามีเวลาเหลือ บางที่ก็ตั้งใจว่าจะไปแต่ก็ไปไม่ทัน เดี๋ยวจะพิมพ์รายชื่อของ Landmark ที่น่าสนใจอื่นๆเอาไว้ส่งท้ายโพสต์นี้ เผื่อใครจะเอาไปปรับแต่งใช้กับโปรแกรมที่เราพิมพ์ไว้ หรือโปรแกรมของตัวเอง แล้วโพสต์หน้าไว้มาต่อกันกับเรื่องราวของทริป 5 วัน 4 คืนในประเทศโครเอเชียกันโนะ

  • Pont de Bir-Hakeim สะพานจากในเรื่อง Inception
  • Place de la Concorde ลานประหารกษัตริย์ของฝรั่งเศสตอนปฏิวัติฝรั่งเศสครั้งแรก
  • สวน Luxembourg
  • Panthéon
  • Conciergerie พระราชวังเก่าและสถานที่คุมขังพระนางมารี อ็องตัวแน็ตก่อนจะถูกประหาร
  • Hôtel de Ville ศาลากลาง
  • Le Centre Pompidou พิพิธภัณฑ์ Modern Art ตึกสวยแปลกดี
  • Rue Mouffetard ถนนที่เต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านขายของกิน ย่านกินดื่มของนักเรียนมหาลัยแถวนั้น
  • Palais Garnier โรงโอเปร่า
  • ห้าง Galeries Lafayette Haussmann
  • ห้าง Printemps Haussmann
  • พระราชวัง Verseilles อันนี้ต้องเผื่อเวลาไว้อย่างน้อยครึ่งวันเลยแหละ 55
20170401_124635

Sibenik, Croatia

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s