Europe 2016 Trip: Vienna (1)

เช้าวันที่ 4 ใน Munich เราตื่นมาพบกับวันอันสวยงาม ที่อากาศสดชื่น มีแดดส่องจ้า ท้องฟ้าแจ่มใส… แต่วันนี้กรูจะไม่อยู่แล้ว!!! ทีวันที่เที่ยวอยู่นะฟ้านี่มืด ฝนตก พอจะกลับล่ะอากาศแจ่มใสเชียวนะ 5555 ทอดถอนใจในโชคชะตา แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้หมดเวลาของ Munich แล้ว จากนี้ไปจะเป็นเวลาของ Vienna วะฮ่าๆๆ

img_4222

เช้าสุดท้ายใน Munich อากาศแจ่มใสเชียว

วันนั้นเราก็ออกเดินทางจาก Munich มาตอนสายๆโดยรถบัสของบริษัท Flixbus ระหว่างทางมีการแวะจอดรับส่งผู้โดยสารอยู่ 2 ครั้ง แล้วก็มีจอดพักรถครึ่งชั่วโมงอีกครั้งหนึ่ง เดินทางกันนานเกือบ 6 ชั่วโมง แต่ในที่สุดก็มาถึงที่จอดรถบัสใกล้ๆสถานีรถไฟใต้ดิน Erdberg ใน Vienna จากตรงนั้นเราก็นั่งรถไฟใต้ดินมายังบ้านของโฮสต์คนแรก ที่อาศัยอยู่ในย่าน Meidling โฮสต์คนนี้เป็นครูสอนวิชาเลขนักเรียนม.ต้น ชื่อ Chris ตอนเราไปถึงบ้านเค้าพระอาทิตย์ก็เพิ่งตกดินไปพอดี Chris ก็ทำอาหารเย็นให้กิน เป็นหมูทอด กับ สลัด กับ องุ่น กับ ข้าว อะไรหลายอย่างสัพเพเหระมากมายมากองเอาไว้ในจานเดียวกัน Fusion ไปอี้กกก 5555 ก็เป็นเมนูที่แปลกดี แต่รสชาติก็อร่อยอยู่ แล้วเค้าก็เปิดซีรีย์เยอรมันให้ดู แต่ตอนนั้นเราง่วงมากเลยเผลอหลับ เค้าเลยให้ไปนอนก่อน รู้สึกแอบเสียมารยาทเบาๆ 555 แต่เค้าก็ไม่ได้ว่าอะไร คืนนั้นก็นอนยาวยันเที่ยงเลย แล้วก็ตื่นมากลิ้งไปกลิ้งมา วันนั้นยังไม่ค่อยมีอารมณ์อยากออกไปเดินเที่ยวเท่าไหร่ เพราะว่ายังปวดขาอยู่มากๆ แล้วก็ยังไม่รู้ว่ามีอะไรให้เที่ยว 555 บ่ายนั้นก็ชิวๆอยู่กับบ้าน แล้วก็เข้าเน็ตหาข้อมูลดูว่าใน Vienna มีอะไรให้เที่ยวบ้าง พอดีว่าห้องของ Chris นั้นอยู่ใกล้ๆกับพระราชวัง Schönbrunn ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในเมือง Vienna พอดี เราเลยลากสังขารออกจากบ้านแล้วก็ค่อยๆเดินเตร็ดเตร่ไปจนถึงบริเวณของพระราชวัง

พระราชวัง Schönbrunn นั้น ในอดีตเป็นพระราชวังที่ประทับในฤดูร้อนของราชวงศ์ Habsburg ของออสเตรีย ตัวพระราชวังนั้นมีขนาดใหญ่มาก ประกอบไปด้วยห้องเล็กห้องน้อยถึง 1441 ห้อง และที่สำคัญคือพระราชวังนี้ยังถูกสร้างขึ้นมาเพื่อมาประชันความงามกันกับพระราชวัง Versailles ของประเทศฝรั่งเศสด้วยอีก ทำให้คนดูอย่างเราๆต้องไปตัดสินกันซะหน่อยละ ว่าของจริงจะสวยซักแค่ไหน 555 นอกจากจะมีตัวพระราชวังที่มีขนาดใหญ่แล้ว ตัวบริเวณรอบๆของพระราชวังยังประกอบไปด้วยสวนที่มีขนาดใหญ่มากที่ถูกแบ่งออกเป็นโซนต่างๆมากมาย และยังมีสวนสัตว์ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นทีของเขตพระราชวังอีก และที่สำคัญคือ บริเวณด้านหลังของพระราชวังนั้นจะเป็นเนินเขาที่เราสามารถเดินขึ้นไปชมวิวจากด้านบนเนินเขาได้ ซึ่งจากตรงนั้น เราจะเห็นวิวของพระราชวัง Schönbrunn และตัวเมือง Vienna ที่ตั้งอยู่เป็นฉากหลังอย่างเต็มๆตาแบบไกลสุดลูกหูลูกตาเลย

img_4272

วิวจากบนยอดเนิน

จากบ้านของ Chris นั้น ทางเข้าเขตพระราชวัง Schönbrunn ที่ใกล้ที่สุด จะเป็นทางเข้าที่อยู่ในสวนด้านหลังพระราชวัง ซึ่งก็มีข้อดี เพราะว่าทางนั้นมันอยู่ตรงบริเวณที่เป็นด้านบนของเนินเขาพอดี ทำให้เราไม่ต้องออกแรงเดินขึ้นเขาเพื่อไปชมวิว ที่ตรงยอดเนินเขานั้นจะมีพระราชวังเล็กๆอีกแห่งนึงตั้งอยู่ ชื่อว่า Gloriette ซึ่งก็เป็นพระราชวังขนาดจิ๋วที่สวยงามมากเหมือนกัน แต่ว่าตอนที่เราไปนั้นเค้าปิดซ่อมอยู่พอดี เค้าเอาผ้ามาคลุมปิดหมด มองไม่เห็นตัววังเลย T.T แต่ว่าแค่ได้เห็นวิวของพระราชวัง Schönbrunn กับตัวเมือง Vienna จากด้านบนเขานั้นก็น่าประทับใจสุดๆแล้วแหละ ถึงแม้อากาศจะไม่ค่อยดี (อีกแล้ว) ก็เถอะ

จากยอดเนินเขานั้น เราก็ค่อยๆเดินลงมาตามเนินเขา มายังสวนหลังปราสาทที่อยู่ทางด้านล่าง ซึ่งตรงนั้นก็จะมีน้ำพุสไตล์ Barogue ขนาดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยรูปสลักโรมันรูป่ร่างต่างๆเต็มไปหมด ให้ความรู้สึกแบบยิ่งใหญ่มาก หรูหราฟู่ฟ่าราคาแพงสุดๆ เพียงแค่ได้เห็นก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นไฮโซผู้ดีมีสกุลรุนชาติมาจากราชวงศ์ไหนซักแห่งก็มิปาน ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นน้ำพุที่เล่นใหญ่อลังการงานสร้างขนาดนี้มาก่อนเลย

หลังจากตกตะลึงกับน้ำพุ Neptunbrunnen เสร็จแล้ว เราก็เดินดูรอบๆตัวปราสาท ซึ่งก็มีขนาดใหญ่มากจริงๆ แต่ถามว่าสวยมั้ย? ก็รู้สึกไม่ได้สวยเว่ออะไรขนาดนั้นนะ แต่สงสัยคงจะคาดหวังเยอะไป ถามว่าสวยสู้ Versailles ได้มั้ย ส่วนตัวแล้วเราชอบ Versailles มากกว่าเพราะว่ามันมีความเยอะ มีความลิเกดี แบบมีความเคลือบทองอะไรงี้ สไตล์ฝรั่งเศส แถมยังมีขนาดใหญ่กว่ามาก ส่วน Schönbrunn จะออกแนวเรียบๆหรู นิ่งๆ สไตล์เยอรมัน ประมาณนั้น แต่เดินๆดูบริเวณด้านหน้าของพระราชวังก็พอรู้สึกได้ว่ามีบางอารมณ์ที่คิดว่าได้แรงบันดาลใจมาจากพระราชวัง Versailles

img_4317

พระราชวัง Schönbrunn

1407963850_large

พระราชวัง Versailles (ภาพจากเน็ต)

วันนั้นเราไม่ได้เข้าไปดูด้านในพระราชวัง เพราะมีความรู้สึกว่าเดี๋ยวยังไงก็คงได้กลับมาใหม่อีกรอบ แล้วไว้คราวนั้นค่อยเข้าไปดูด้านในก็ได้ 55 อวยพรตัวเองไว้ก่อน (จริงๆก็คือแอบงกแหละ ไม่อยากเสียค่าเข้า เข้าไปดูสภาพด้านในเสร็จเดี๋ยวพอออกมาก็ลืม) พอเดินดูรอบๆเสร็จเราก็รีบเดินกลับไปบ้านเลย ที่รีบไม่ใช่อะไร เพราะว่าแบตมือถือหมด! ลืมหยิบ Power Bank มา ต้องรีบกลับไปชาร์จแบต 5555

พอกลับไปถึงบ้าน ตอนนั้นก็ยังไม่เย็นมาก ยังพอมีเวลาให้ออกไปดูอะไรได้อีก เราเลยลองหาข้อมูลดูอีกที แล้วก็ตัดสินใจว่าไหนๆวันนี้ก็ไปดูมาพระราชวังนึงละ เย็นนี้ก็ออกไปดูอีกพระราชวังที่เหลือละกัน แล้ววันต่อไปค่อยเข้าไปเดินเที่ยวในใจกลางเมือง ซึ่งพระราชวังที่เหลืออีกที่นึงนี้ก็คือ พระราชวัง Belvedere นั่นเอง แล้วเราก็ออกเดินทางจากบ้านของ Chris ไปยังพระราชวังโดยที่ไม่ได้ดูรูปอะไรไปก่อน พอไปถึงสถานที่จริงก็ต้องถึงกับตะลึงในความงามของตัวพระราชวัง และบริเวณสวนรอบๆ ความรู้สึกแรกหลังจากที่เดินผ่านประตูรั้วของพระราชวังเข้าไปนั้น ก็คือ… /เปิดเพลง “นี่คือสถาน… แห่งบ้านทรายทอง ที่ฉันปองมาสู่…” 55555 พระราชวังสีขาวสะอาดที่ใหญ่โตโอ่โถงนั้น รวมทั้งสระน้ำด้านหน้า และถนนที่ทอดยาวจากประตูรั้ว วนไปยังหน้าประตูวังนั้น มันช่างให้ความรู้สึกบ้านทรายทองสิ้นดี วังอารมณ์ลิเกๆแบบนี้แหละถูกโฉลกกับเรานัก 555 หลังรักตั้งแต่แว๊บแรกเห็นเลย

img_4712

ด้านหน้า

นอกจากจะมีบริเวณสวนหน้าบ้านและสถาปัตกรรมสไตล์ Barogue ที่สวยงามแล้ว ด้านหลังของ Belvedere ยังมีสวน Barogue ขนาดใหญ่ที่วางตัวอยู่บนเนินเขาที่ลาดชันลงไปยังใจกลางเมือง Vienna ที่อยู่ด้านล่างด้วย ซึ่งจากด้านบนของเนินเขานี้เราก็จะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของตัวเมืองได้เต็มๆตาเหมือนกับที่มองจากเนินเขาหลังพระราชวัง Schönbrunn แต่จาก Belvedere เราจะยิ่งสามารถมองเห็นได้ชัดมากขึ้น เพราะว่า Belverdere ตั้งอยู่ใกล้ใจกลางเมืองมากกว่าเยอะ

img_4759

ด้านหลัง

เสร็จจาก Belvedere เราก็เดินทางกลับบ้าน แล้ว Chris ที่รออยู่แล้วก็ยกอาหารเย็นมาเสิร์ฟ ซึ่งอาหารเย็นมือนั้นก็เป็นไก่อบปาปริกา อาหารพื้นเมืองของออสเตรียที่มองผ่านๆแล้วนึกว่าแกงอะไรบางอย่างของไทยซะอีก รสชาติก็อร่อยใช้ได้ หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็ดูซีรีย์กันต่อ แล้วก็เข้านอน

วันต่อมาก็จะเป็นเวลาแห่งการสำรวจตัวเมือง Vienna อย่างจริงจังละ วันนี้จริงๆเราตั้งใจว่าจะใช้บริการ Free Walking Tour ของบริษัท Prime Tour (http://www.primerooms.at/prime-tours/free-walking-tour/) ซึ่งเค้านัดเจอกันในบริเวณใจกลางเมืองตอน 11 โมง แต่ปรากฏว่าเราหลงทาง ไปถึงไม่ทัน เลยอด TwT แต่โชคดีที่ไปเจอแผนที่สำหรับเดินเที่ยวเมือง Vienna ในเน็ต เลยตกลงว่าจะออกเดินเที่ยวเมืองโดยใช้เส้นทางนี้เป็นหลักนี่แหละ

vienna-walking-tour-center

แผนที่แสดงเส้นทางเดินเที่ยวในใจกลางเมือง Vienna

ขอแทรกตรงส่วนนี้ด้วยเรื่องของการเดินทางไปไหนมาไหนใน Vienna นิดนึง ใน Vienna เราไม่สามารถตรวจเช็ครอบรถจากใน Google Maps ได้เสมอไป เพราะว่า Google ไม่มีข้อมูลตารางการเดินทางของพวกรถไฟใต้ดินหรือรถบัสในเมือง แต่เราสามารถตรวจเช็คได้จากแอพ Qando ซึ่งวิธีใช้ก็อารมณ์ประมาณ Google Maps จะมีแผนที่ในแอพ สามารถใช้ GPS หาได้ว่าสถานีอะไรอยู่ใกล้เรามากที่สุด หารอบรถไปสถานีนี้ๆ เวลานี้ๆ ได้ ต้องเปลี่ยนรถตรงไหน กี่นาที มีบอกหมด ก็เป็นหนึ่งแอพที่มีประโยชน์มากๆสำหรับการเดินทางไปมาใน Vienna โดยระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ

https://www.wien.info/en/travel-info/transport/qando

พอมีแผนที่กับเส้นทางเดินเที่ยวอยู่ในมือแล้วเราก็พร้อมที่จะออกเดินดูเมืองแล้ว หลังจากนี้จะให้รูปภาพเล่าเรื่องเอาละกันโนะ

img_4392

เริ่มต้นกันที่พิพิธภัณฑ์ Albertina ซึ่งจากจุดนี้เราก็พอจะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่และหรูหราของเมือง Vienna จากความสวยงามและใหญ่โตของตึกรามบ้านช่อง และสถานที่สำคัญที่อยู่ใกล้ๆได้แล้ว

img_4447

ข้ามถนนมาอีกฝั่งจะเป็นจัตุรัส Maria-Theresien-Platz ขนาดใหญ่ ขนาบข้างไปด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ขนาดยักษ์

img_4507

จาก Volksgarten ข้ามถนนไปอีกฝั่งจะเป็นอาคารรัฐสภาของออสเตรีย

img_4515

จาก Burgtheater ข้ามถนนไปอีกฝั่งจะเป็นศาลากลาง Rathaus ที่มีขนาดใหญ่โตมโหฬารและสวยมากๆ

หลังจากเดินเที่ยวมาได้ซักพัก ก็ได้เวลาเพิ่มพลังด้วยอาหารกลางวัน สำหรับมื้อกลางวันนี้เรามาเจอกับสมาชิกของ Couchsurfing คนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ใน Vienna  ชื่อ Sebastian เค้าพาเรามากินข้าวที่ร้านชื่อ Weltcafe ซึ่งอ่านเมนูผ่านๆอาหารส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวๆมังสวิรัติไรงี้ แต่เมนูพิเศษวันนั้นเป็น Chicken Schnitzel หรือไก่ชุบแป้งผสม Corn flakes ทอดกับสลัดเลยสั่งมากิน อร่อยมากแถมให้เยอะมากๆด้วย ส่วน Sebastian สั่งอะไรไม่รู้จำไม่ได้ละ 55 พอกินเสร็จเค้าก็พาเราไปเดินดูตึกแล้วก็ห้องสมุดในมหาลัยของเค้าที่อยู่ใกล้ๆแป๊บนึง แล้วก็แยกย้ายกัน

img_4569

กลับมาเดินตามเส้นทางในแผนที่อีกครั้ง ตรงจุดนี้จะเป็นถนน Freyung อาคารสีเหลืองๆคือโบสถ์ Schottenstift

img_4602

จัตุรัส Am Hof

img_4598

จัตุรัส Am Hof ตรงกลางกึ่งขวาของรูปจะเป็นโบสถ์ Kirche am Hof

img_4680

หลังจากที่เราเดินมาถึงมหาวิหาร St. Stephan แล้วก็ถือว่าเป็นการจบทัวร์เดินเที่ยวรอบใจกลางเมืองในวันนั้นลง จริงๆตามแผนที่ต้องเดินวนกลับมาที่โรงละครโอเปราตรงข้างๆ Albetina อีก แต่ว่าในแผนที่ตรงเส้นทางนั้นก็ไม่มีอะไรสำคัญละ จาก St. Stephan เราเลยเดินไปชมบรรยากาศริมแม่น้ำ Danaukanal ตรงแถวๆสถานี Schwedenplatz

หลังจากข้ามไปดูอีกฝั่งของแม่น้ำนิดนึงแล้วเราก็เดินทางกลับไปบ้านของ Chris วันนี้ Chris บอกว่าเดี๋ยวจะพาเราไปกินอาหารออสเตรียในร้านอาหารโปรดของเค้ากับเพื่อนอีกคน ซึ่งก็คือร้าน Bieriger ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน Schweglerstraße มื้อนั้นก็จัด Viennese Chicken Schnitzel อาหารประจำเมือง Vienna ไป ซึ่งก็คือไก่ชุบเกล็ดขนมปังทอดนั่นแหละ กับเครื่องเคียงคือสลัดมันฝรั่ง ส่วน Chris สั่งอาหารประจำชาติเชค เค้าเรียกว่าอะไรจำไม่ได้ละ เป็นเสต๊กเนื้อราดน้ำเกรวี่ ซอสบลูเบอร์รี่ กับขนมปังนมหวานๆ ส่วนเพื่อนของ Chris สั่งแค่มันฝรั่งทอด

หลังจากกินเสร็จเราก็ไปหาของหวานกินที่คาเฟ่ใกล้ๆแถวนั้นกันต่อ แล้วก็เดินทางกลับบ้านนอน

เดี๋ยวมาต่อวันที่เหลือในตอนหน้าโนะ

img_4867

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s