Europe 2016 Trip: Salzburg

เช้าวันที่ 6 ใน Vienna เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราได้เห็นท้องฟ้าสีคราม พระอาทิตย์ส่องแสง และบรรยากาศอันแสนสดใส… ในวันที่จะต้องออกเดินทางอีกพอดี =,.= อากาศช่างไม่เคยเป็นใจ วันนี้เราต้องเดินทางจาก Vienna ไปยัง Salzburg โดยการแชร์รถจากเว็บ Blablacar ซึ่งวิธีการก็ไม่มีอะไรยุ่งยากแค่เสิร์ชหาต้นทาง-ปลายทาง กับวันเดินทางในเว็บ แล้วก็ดูว่ามีใครเดินทางเส้นทางนี้ในวันนี้บ้าง แล้วก็ติดต่อคนขับไปว่ายังมีที่ว่างเหลือรึเปล่า ที่เลือกเดินทางโดยวิธีนี้ ไม่เดินทางโดยรถบัสก็เพราะว่ามีราคาถูกสุดเท่าที่เช็คมา ราคารถบัสจะประมาณ 25 ยูโร ส่วนราคา Blablacar จะประมาณ 17-19 ยูโร ปกติที่ผ่านๆมา Blablacar จะให้จ่ายเงินเป็นเงินสดโดยการจ่ายโดยตรงกับคนขับรถตอนเจอกันเลยตลอด แต่เดี๋ยวนี้เค้าเปลี่ยนระบบ ให้จ่ายเงินโดยการโอนเงินแทน แล้วก็บวกค่าบริการเข้าไปในค่าเดินทางอีก 3 ยูโร เอากำไรไปอีก ต้องรอดูว่าจะมีเว็บอื่นเปิดมาตัดราคาแข่งรึเปล่า ลูกค้าอย่างเราๆจะได้เปลี่ยนไปใช้ 555

img_5041

บรรยากาศยามเช้าที่หน้าตึกรัฐสภา แดดส่องเชียว

สำหรับการเดินทางเที่ยวนั้นก็มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 5 คน รวมคนขับแล้ว เบาะหลังก็นั่งเบียดกันไป 3 คน เรานั่งอยู่ตรงเบาะหลังข้างผู้หญิงชาวอเมริกันคนนึงชื่อ Mo ที่มาทำงานเป็นครูพี่เลี้ยงเด็กอยู่ในเยอรมนีแล้วก็กำลังมาเที่ยวอยู่ในประเทศออสเตรีย Mo เป็นคนคุยเก่งแล้วก็เป็นมิตร ร่าเริงมาก ระหว่างทางเรากับเค้าก็ผลัดกันชวนคุยนู่นนี่ไปเรื่อยๆ สรุปว่าก็เลยคุยๆๆกันไปเรื่อยๆตั้งแต่ต้นทางยันปลายทางเลย เป็นครั้งแรกเลยที่เจอคนที่คุยถูกคอตอนที่นั่งรถจาก Blablacar 55 พอไปถึง Salzburg แล้วเรายังต้องรอเจอกับโฮสต์อีกประมาณสองสามชั่วโมง เราเลยลากกระเป๋าเดินตาม Mo ไปที่ Hostel ที่เค้าพักก่อน (YoHo) แล้วก็ถือโอกาสแอบเอากระเป๋าไปฝากในห้องฝากกระเป๋าของ Hostel เลย ไม่ต้องเสียตังด้วย 555 โชคดี ถ้าไม่เจอ Mo คงจะต้องเสียเงินฝากกระเป๋าในล็อคเกอร์ในสถานีรถไฟแน่ๆ

img_5054

แผนที่เดินเที่ยวเมืองที่แปะอยู่ใน Hostel

พอฝากกระเป๋ากับรอ Mo เช็คอินเสร็จแล้ว เราก็ออกไปเดินเตร็ดเตร่ในใจกลางเมืองด้วยกัน เริ่มต้นจากสวน Mirabellgarten ฉากหนึ่งจากในภาพยนตร์เรื่อง The Sound of Music เสร็จแล้วก็ข้ามไปกินข้าวที่อีกฝั่งของแม่น้ำ มื้อนี้เป็นเคบับถูกๆเพราะต้องรีบกิน 55 แล้วโฮสต์เราก็ส่งข้อความมาบอกพอดีว่าทำงานเสร็จแล้ว เราเลยกลับไปเอากระเป๋า แล้วก็เดินไปที่บ้านของโฮสต์

img_5077

สวน Mirabell ปราสาทหลังใหญ่ที่เห็นในฉากหลังคือปราสาท Hohensalzburg

img_5083

สวน Mirabell และปราสาท Mirabell

img_5098

เมืองเก่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำ Salzach

img_5093

img_5101

แม่น้ำ Salzach

โฮสต์ของเราในเมือง Salzburg นี้ มีชื่อว่า Gerhard บ้านของ Gerhard ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมือง ติดกับบ้านที่เคยเป็นบ้านพักของ Mozart ในอดีตพอดีเลย อยู่ตรงใจกลางระหว่างสถานที่สำคัญทุกอย่างจริงๆ แถมยังมีป้ายรถเมล์ตั้งอยู่ตรงหน้าประตูบ้านพอดีเลยอีก ต้องบอกว่าเป็นทำเลที่แบบว่าโอ้โห! ดีกว่านี้มีอีกมั้ย??! นับว่าเป็นโชคดีของเรามากจริงๆที่ส่ง Couch request ไปหา Gerhard และเค้าก็ตอบรับด้วย และหลังจากคุยไปคุยมา ปรากฏว่า Gerhard ทำงานอยู่ที่ Hostel ที่เราเอากระเป๋าไปฝากมะกี๊นี้เอง 5555 ช่างมีความบังเอิญ เค้าบอกว่าตอนเช้าเราสามารถไปกินข้าวเช้าที่ Hostel ของเค้าได้ฟรีด้วย อะไรจะดีขนาดนี้ ได้โฮสต์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง 555

พอเราเก็บกระเป๋าที่บ้านของเค้าเสร็จแล้ว Gerhard ก็พาเราขึ้นมาดูวิวจากบนดาดฟ้าของเค้า ซึ่งจากจุดยุทธศาสตร์ตรงนั้นก็สามารถมองเห็นวิวเด่นๆของเมือง Salzburg รวมทั้งปราสาท Hohensalzburg ได้อย่างเต็มตาเลย แหม่ ทำบุญด้วยอะไรนะถึงได้มีที่อยู่ในทำเลดีขนาดนี้ เค้าบอกว่าราคาไม่แพงมากด้วยนะ ห้องประมาณ 40 ตร.ม. มีห้องน้ำห้องนอนห้องนั่งเล่นพร้อมส่วนทำครัว ราคาค่าเช่าประมาณ 600 ยูโรต่อเดือนเอง ราคานี้สำหรับทำเลนี้ถือว่าถูกมากๆจริงๆ

IMG_5111.JPG

วิวจากบนดาดฟ้า

หลังจากชมวิวทิวทัศน์ของเมือง Salzburg จากดาดฟ้าบ้านของ Gerhard แล้ว Gerhard ก็พาเราเดินข้ามแม่น้ำไปเดินเที่ยวเมืองเก่า พาไปดูบ้านอีกหลังของ Mozart แล้วก็พาเราเดินขึ้นเขาไปยังปราสาท Hohensalzburg Gerhard บอกว่าตั้งแต่เวลา 5 หรือ 6 โมงเย็นเป็นต้นไปไม่แน่ใจ เค้าจะเลิกเก็บค่าผ่านประตู ใครๆก็สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ แต่แค่จะไม่สามารถเข้าไปชมส่วนที่เป็นพิพิธภัณฑ์ได้เท่านั้น

img_5146

จากด้านบนปราสาทเราก็จะสามารถเห็นวิวทิวทัศน์ของเมืองเก่าของ Salzburg อันสวยงามได้ แต่ที่หลายๆคนไม่รู้คือ วิวทิวทัศน์จากอีกฝั่งของปราสาทนั้นก็สวยสดงดงามไม่น้อยไปกว่าวิวจากฝั่งของเมืองเก่าเลย เพราะว่าจากอีกด้านของปราสาทนั้นเราจะสามารถมองเห็นภูเขาสูงส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลได้ และถ้าหากว่ามาในตอนพลบค่ำ เราก็จะสามารถชมพระอาทิตย์ตกดินจากฝั่งนี้ได้ด้วย ซึ่งตอนที่เราไปถึงนั้นพระอาทิตย์ก็กำลังจะตกพอดี แสงสีแดงสดที่ทาบทับลงไปบนเทือกเขาและผืนฟ้ากว้างใหญ่นั้นช่างงดงามเกินคำบรรยาย ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันเก็บภาพความประทับใจและหยุดยืนดูปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันตระการตาที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้านั้น ขณะที่พระอาทิตย์สีทองค่อยๆเคลื่อนต่ำลงอย่างเชื่องช้า และแผ่นฟ้าเบื้องหลังเทือกเขาสลับซับซ้อนนั้นก็ถูกฉาบไปด้วยแสงสีแดงที่ค่อยๆเข้มขึ้นเรื่อยๆ เข้มขึ้นเรื่อยๆ จนราวกับว่าจะไม่เปิดทางให้รัตติกาลอันมืดมิดได้เข้ามาครอบคลุมผืนฟ้าอันกว้างใหญ่นั้นเสียแล้ว

img_5159

วิวของเมืองเก่าจากด้านบนปราสาท

img_5186

วิวจากอีกฝั่งของปราสาท

img_5261

ยิ่งย่ำค่ำ ท้องฟ้าก็ยิ่งแซมไปด้วยแสงสีจัดจ้านยิ่งขึ้น

img_5240

img_5257

เรายืนดื่มด่ำอยู่กับบรรยากาศยามสนธยานั้นอยู่ซักพัก จนพระอาทิตย์ค่อยๆลับขอบฟ้า และแสงสีแดงค่อยๆมืดมิดลง แล้วเราก็เดินกลับไปดูวิวอีกฝั่งอีกรอบนึง แต่ว่าวิวของเมืองเก่ายามค่ำคืนไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ คือแอบมืดๆ นึกว่าจะเปิดไฟสว่าง เปิดสปอตไลท์โชว์พวกโบสถ์พวกวิหารอะไรมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ แต่ก็ดีแล้วแหละ ลดโลกร้อน 55 เสร็จแล้วเรากับ Gerhard ก็เดินลงเขากลับไปบ้านกัน คืนนั้น Gerhard พาเพื่อนอีกสองคนมานั่งคุยกันที่บ้าน แล้วก็ทำซูชิกับกิมจิให้กินด้วย พอดึกๆก็แยกย้ายกันกลับ แล้วต่างคนต่างก็เข้านอน ก็เป็นอีกหนึ่งวันในทริปที่เต็มอิ่มกับเพื่อนร่วมทาง และเต็มอิ่มกับสิ่งที่ได้พบได้เห็นสุดๆ ถึงแม้ว่าขาจะยังปวดอยู่เบาๆ แต่ว่าจิตใจก็เต็มร้อย พร้อมออกเดินทางในวันรุ่งขึ้นแล้ว 55

วันต่อมาเราตื่นนอนแต่เช้าพร้อมกับ Gerhard แล้วก็เดินไปที่ Hostel ที่ทำงานของ Gerhard พร้อมกัน แล้วเค้าก็เอาคูปองให้เราเข้าไปกินข้าวเช้าของ Hostel ได้ฟรี ดีใจมาก ของฟรี ต้องกินยัดๆๆเข้าไปให้เต็มที่ เพราะวันนี้ไม่รู้ว่าจะได้กินอีกทีเมื่อไหร่ด้วย 555

หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จก็ได้เวลาออกเดินทาง ตอนแรกกกก ที่วางแผนไว้ตั้งแต่ตอนกำหนดวันในทริปเลยคือตั้งใจว่าจะแค่เดินเที่ยวในเมือง Salzburg นี่แหละ แล้วที่นี้ตอนระหว่างกำลังเที่ยวอยู่ก่อนจะมาถึง Salzburg นั้นเราก็นึกได้ว่าไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว ทำไมไม่แวะไปเที่ยว Hallstatt ล่ะ อยากไปอีกครั้งมานานแล้วนี่นา แต่พอมาถึง Salzburg แล้วก็เพิ่งนึกได้ว่าที่ใกล้ๆกับ Salzburg ก็มีทะเลสาบ Königssee ที่น่าเที่ยวอยู่เหมือนกันนี่นา ก็เลยลองถาม Gerhard ว่าเค้าคิดยังไง เค้าก็แนะนำให้ไป Königssee เพราะว่าอยู่ใกล้ๆ เดินทางแค่ประมาณชั่วโมงเดียว แถมยังมีอะไรให้ทำเยอะแยะ ส่วน Hallstatt ต้องใช้เวลาเดินทางถึงขาละสองชั่วโมงครึ่ง แถมตรงนั้นก็มีแค่หมู่บ้านเล็กๆให้เดินดูกับถ่ายรูป มีอะไรให้ทำน้อยกว่าที่ Königssee แต่ประเด็นคือ ค่าเดินทางไปกลับ Salzburg-Hallstatt 50 ยูโร ส่วนค่าเดินทางไปกลับ Salzburg-Königssee แค่ 10 ยูโรเท่านั้น! (ถ้าซื้อเหมาเป็นตั๋ววัน) เลยตัดสินใจไป Königssee โลด 555 ซึ่งก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดจริงๆ เพราะว่า Königssee นั้นเป็นทะเลสาบที่สวยมากๆ สวยงดงามราวกับสวรรค์บนดินเลย แต่ว่าโพสต์นี้เราจะพูดถึงแค่ Salzburg ก่อน เอาไว้โพสต์หน้าค่อยมาเล่าเรื่องของ Königssee กับโพสต์รูปงามๆ ส่งท้ายเรื่องราวของทริปปิดเทอมนี้กันโนะ

hallstatt_300

หมู่บ้าน Hallstatt (ภาพจากเน็ต)

img_5922

Obersee ทะเลสาบเล็กๆที่อยู่ถัดไปจากทะเลสาบ Königssee นี่ถ่ายเองจากกล้อง iPhone 5 นะไม่ใช่รูปจากเน็ต no filter ด้วย พอนึกออกแล้วโนะว่ามันสวยขนาดไหน *o*

กลับมาที่ Salzburg ต่อ หลังจากที่เรากลับจาก Königssee มาถึง Salzburg แล้ว Gerhard ก็พาเรากับ Couchsurfer คนจีนอีกคนที่เค้าจะโฮสต์ด้วยในคืนนั้นไปกินข้าวเย็นกัน ซึ่งก็ไม่ใช่ที่ไหนไกล ร้านใน Hostel ที่เค้าทำงานอยู่นั่นแหละ 555 คืนนั้นก็เป็นอีกมื้อที่เราสั่ง Chicken Schnitzel มากิน แต่ว่าเนื้อไก่ใน Hostel นี่รสชาติแบบบ้านๆมาก รสชาติเหมือนอาหารโรงอาหาร ถึงจะราคาถูกกว่ากินร้านอาหาร แต่ก็ไม่ได้ถูกกว่ากันมาก แถมด้วยเงินที่จ่ายในราคาเท่านี้เราสามารถไปหาของอร่อยอย่างอื่นกินแทนก็ได้ อย่างเช่นเคบับเป็นต้น 555 แต่ก็ไม่ได้เรื่องมากอะไรหรอก 55 ไหนๆเค้าก็อุตส่าห์พามาแล้วก็กินไป พอกินเสร็จแล้ว Gerhard กับคนจีนก็กลับบ้านไปกันก่อน ส่วนเราก็ใช้เวลาในค่ำคืนที่เหลือเดินเตร็ดเตร่ไปตามตรอกซอกซอยของเมืองเก่า ใช้เวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดดื่มด่ำกับบรรยากาศอันแสนจะโรแมนติกของเมืองเล็กๆที่แสนจะงดงามแห่งนี้ ถ้ามาเที่ยวกับคนรู้ใจก็คงจะดีไม่น้อยนะเนี่ย 55

บริเวณเมืองเก่าของ Salzburg ที่ปกติจะคราคร่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวในเวลากลางวันนั้น พอเป็นเวลากลางคืน กลับกลายเป็นเมืองที่แสนจะสงบอย่างน่าประหลาด ถนนสายชอปปิ้งกลับว่างเปล่า ตามสถานที่สำคัญต่างๆก็มีคนเดินผ่านไปผ่านมาน้อยจนนับคนได้ เป็นเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะสำรวจตัวเมืองได้อย่างเต็มที่เลยล่ะ เราเดินเตร็ดเตร่ไปตามถนนสายหลักอันว่างเปล่าของตัวเมืองเก่าไปเรื่อยๆจนไปถึงจัตุรัส Kapitelplatz ที่อยู่ข้างๆมหาวิหาร Dom zu Salzburg อันใหญ่โต ที่ตรงนั้นมีม้านั่งตั้งเรียงรายให้นั่งพักผ่อน จากจุดนั้นเราสามารถนั่งพักแล้วมองขึ้นไปเห็นปราสาท Hohensalzburg ที่ส่องแสงนวลๆอยู่บนยอดเขาได้อย่างเต็มตา เพราะว่าตัวภูเขานั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามของจัตุรัสพอดีเป๊ะ เป็นภาพที่สวยงามตราตรึงใจมากๆ

img_5902

salzburg

Kapitelplatz ตอนกลางวัน (ภาพจากเน็ต)

จาก Kapitelplatz เราเดินผ่านตัวเมืองเก่าไปเรื่อยๆจนไปถึงย่านผับบาร์ ที่เที่ยวกลางคืน ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเมืองเก่า พอไปถึงตรงนั้นแล้วก็ถึงบางอ้อว่าคนหายไปไหนกันหมด ที่แท้มาเที่ยวกลางคืนกันหมดนี่เอง 55555 ตรงบริเวณเล็กๆนั้นเป็นย่านที่อัดแน่นไปด้วยร้านอาหาร ผับ บาร์ และคลับต่างๆ ซึ่งถ้าลองมองเข้าไปในหน้าต่างแต่ละร้านนี่คือจะเห็นคนเต็มเอี้ยด แถมตรงไหนที่เป็นร้านที่เค้าห้ามสูบบุหรี่ด้านในก็จะเห็นคนยืนเกาะกลุ่มสูบบุหรี่กันอยู่ตรงถนนหน้าร้านเต็มไปหมด ตรงแถวนี้บรรยากาศจะมีชีวิตชีวามากกว่าตรงใจกลางเมืองเก่ามากๆ น่าประหลาดใจมากว่าทั้งๆที่ Salzburg ก็ไม่ใช่เมืองใหญ่แต่กลับมีย่านท่องราตรีที่ครึกครื้นและเต็มไปด้วยผู้คนขนาดนี้เชียวหรือ นอกจากบริเวณฝั่งตะวันตกของเมืองเก่าแล้ว อีกบริเวณที่เป็นย่านร้านอาหารและผับบาร์ของ Salzburg ก็จะเป็นแถวถนนคนเดิน Linzer Gasse ซึ่งถ้ามาเดินแถวนี้ตอนกลางคืนก็จะเห็นคนที่มากินข้าวในภัตตาคารหรือมาเที่ยวกลางคืนเดินผ่านมาเต็มไปหมด บรรยากาศครึกครื้นมีชีวิตชีวาไม่แพ้ตรงฝั่งตะวันตกของเมืองเก่าเลย (แต่จริงๆคงเพราะว่าคืนนั้นเป็นคืนวันเสาร์ด้วยแหละ คนเลยเยอะเป็นพิเศษ ถ้าเป็นคืนวันธรรมดาคนคงไม่เยอะขนาดนี้)

salzburg-nightlife-l-xlarge

Salzburg ยามค่ำคืน (ภาพจากเน็ต)

หลังจากเดินสำรวจเมืองจนเต็มอิ่มแล้วก็ได้เวลาแห่งการพักผ่อนในค่ำคืนสุดท้ายของการเดินทางครั้งนี้ แอบเสียดายเบาๆที่ไม่ได้กินข้าวในร้านอาหาร กับไม่ได้ไปนั่งดื่มในผับบาร์ในเมือง Salzburg เลย แต่ว่ามันแปลว่าอะไรรู้มั้ย? แปลว่าเรายังต้องกลับมาอีกครั้งยังไงล่ะ 555 แอบเสียดายที่เราให้เวลาเมืองนี้แค่ 2 คืน จากที่คิดว่าเมืองนี้คงไม่มีอะไร กลายเป็นว่ามีอะไรมากกว่าที่คิดเยอะเลย แถมยังสวยและน่าประทับใจมากกว่าที่คิดไว้มากๆด้วย (จริงๆจะบอกว่าโชคดีที่ไม่ได้คาดหวังไว้มากก็คงได้แหละ 55) ถ้ามีโอกาสกลับมาอีกก็อยากจะใช้เวลาสำรวจตัวเมืองแล้วก็ซึบซับกับบรรยากาศของเมืองนี้ให้นานกว่านี้ แล้วก็ออกไปเที่ยวเมืองอื่นๆที่อยู่ไม่ไกลด้วย แต่ก็ไม่รู้จะมีโอกาสได้มาอีกเมื่อไหร่ แต่สำหรับเวลา 2 คืนที่มีนี้ก็ถือว่าได้ใช้เวลาค่อนข้างคุ้มค่าและได้เห็นได้สัมผัสอะไรมากมายจนเกินคุ้มแล้วแหละ ในส่วนของคืนสุดท้ายนั้นเราก็เข้านอนตามปกติ แล้วพอวันต่อมาก็บอกลา Gerhard แล้วก็นั่งรถบัสเดินทางกลับไปยัง Home Sweet Home ใน Karlsruhe ของเรา ต้องบอกว่าหลังจากเที่ยวครั้งนี้เสร็จ มีความรู้สึกว่ามันเต็มอิ่มสุดๆ แบบหลังจากนี้ไม่ต้องไปเที่ยวไหนอีกนานเลย (เพราะเงินที่เก็บมาจากการทำงานก็ใช้ไปหมดเกลี้ยงเลยเหมือนกัน T-T) หลังจากนี้ก็จะเป็นเวลาของการเรียนในมหาลัยอีกครั้ง การบ้าน และโปรเจคต์ต่างๆยังรอเราอยู่อีกมากมาย ไม่รู้ว่าจะหนักหนาแค่ไหน แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้เที่ยวอีกครั้งเมื่อไหร่ 555 เดี๋ยวคงจะมีเรื่องราวต่างๆให้เก็บมาเล่ากันต่อในโพสต์ต่อๆไป แต่เรื่องราวของทริปนี้ยังไม่จบนะ เรายังติดค้างอยู่อีกหนึ่งโพสต์ ซึ่งก็คือเรื่องของหนึ่งวันในทะเลสาบ Königssee ที่สวยงามรามกับสรวงสวรรค์นั่นเอง เดี๋ยวไว้โพสต์หน้าจะกลับมาโพสต์รูปสวยๆจากทะเลสาบนี้ต่อ ขอบอกว่าแต่ละรูปสวยหมดทุกรูปจริงๆ เลือกรูปที่จะโพสต์ไม่ถูกเลย 555 แต่จะสวยแค่ไหนเดี๋ยวเอาไว้มาดูกัน

img_5337

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s