Weekend in Paris

เคยมั้ยที่มีความรู้สึกแบบ คืนวันศุกร์อยู่บ้านคนเดียวไม่มีอะไรทำ วันพรุ่งนี้ก็วันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว อยู่ดีๆก็มีอารมณ์อยากจะขึ้นรถไปไหนก็ได้ซักแห่งขึ้นมาซะงั้นอะ เราเป็นคนนึงที่มีอารมณ์นี้บ่อยๆมาก โดยเฉพาะช่วงที่การบ้านมหาลัยยังไม่เยอะมาก 555 คืนวันศุกร์ทีไรอยากจะเดินไปขึ้นรถไฟแล้วนั่งไปที่ไหนก็ได้ที่ไม่น่าเบื่อเหมือนอยู่บ้านเฉยๆ แต่ในความเป็นจริงนั้นทำได้แค่เปิดเว็บดูราคาตั๋วผ่านๆแล้วก็ปิด เพราะจองกระชั้นชิดแบบนี้แม้แต่รถบัสก็หาราคาถูกๆยาก 55 ไม่รู้จะไปไหน ไหนจะต้องหาที่พักอีก ถ้าต่อไปทำงานมีเงินเก็บแล้วอาจจะได้มีโอกาสทำอย่างนี้สมใจ แต่ตอนนี้ก็คงไปได้แค่ใกล้ๆหรือไม่ก็ได้แค่นั่งดูตั๋วไปก่อน

P1010178.JPG

แต่เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา บริษัท Flixbus ได้เปิดโอกาสให้สิ่งนี้เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น โดยการออกโปร 10 ยูโร ไปไหนก็ได้อย่างกะทันหันมา ซึ่งโปรนี้ก็ไม่พลาดสายตาเรา 55 ถึงจะไม่ได้จองแล้วออกเดินทางเดี๋ยวนั้นได้เลย แต่ว่าระยะเวลาก่อนจะถึงวันที่ออกเดินทางได้ก็ไม่ได้ไกลกัน แค่ไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น ตอนนั้นจริงๆแล้วเมืองที่อยากไปที่มีอยู่ในเส้นทางของบริษัทนี้ด้วยก็คือเมือง Lausanne ไม่ก็ Geneva ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพราะตอนนั้นอารมณ์แบบอยากไปต่างประเทศอะ ไม่อยากเที่ยวในเยอรมัน แต่ว่ารอบรถไปสองเมืองนี้ไม่ดีเพราะไปเช้าถึงบ่าย กลับเช้าถึงบ่ายอีก เวลาเที่ยวหายหมด หวยเลยมาตกที่ปารีส ซึ่งก็อยากไปอีกรอบมาได้ซักพักละ แถมยังไปดึกถึงเช้า กับกลับดึกถึงเช้าอีก มีเวลาเที่ยวสองวันเต็มๆ เลยจองไปเลย ไปคืนวันศุกร์ กลับคืนวันอาทิตย์ ส่วนที่พักก็หาจาก Couchsurfing ไม่กี่วันก็ได้ละ พอถึงคืนวันศุกร์วันออกเดินทางก็สะพายเป้หนึ่งใบ ขี่จักรยานไปสถานีรถไฟ เดินไปขึ้นรถบัสเก๋ๆ แล้วก็ออกเดินทางไปปารีส ความฟินมีจริง 55555

สำหรับสุดสัปดาห์ในปารีสนี้ก็เป็นการมาปารีสครั้งที่สามของเรา ซึ่งก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่ก็เป็นในเรื่องของการเดินเตร็ดเตร่ตามจุดสำคัญๆในเมือง กินลมชมวิว ดื่มด่ำบรรยากาศ ไม่ต่างอะไรกับชะโงกทัวร์ทั่วไปมากมาย 555 เพียงแค่มีเวลาอ้อยอิ่งเยอะกว่าแค่นั้น แล้วก็ต้องเดินเยอะหน่อย ขึ้นรถไฟแค่เฉพาะเส้นทางไกลๆเพื่อประหยัดค่าเดินทาง การมาครั้งนี้จริงๆแล้วมีสิ่งที่อยากมาชมเป็นพิเศษอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือ Catacombs of Paris ซึ่งเป็นสุสานเก่าแก่ในเมืองปารีสที่มีพื้นกว้างใหญ่และชอนไชไปมาอยู่เบื้องล่างของท้องถนนของเมืองปารีส ที่สำคัญคือตามผนังและเพดานของสุสานนี้ยังเต็มไปด้วยชิ้นส่วนกระดูกและหัวกระโหลกเต็มไปหมด นอกจากนี้ สุสานโบราณใต้เมืองปารีสแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง “As Above, So Below”อีกด้วย ซึ่งก็มีความน่าดูมาก (ยังไม่เคยดู) เรารู้เรื่อง Catacombs of Paris มาจากเรื่องย่อของหนังเรื่องนี้แหละ ส่วนอีกสถานที่ที่อยากไปชมก็คือย่าน Noisy-le-Grand ซึ่งเป็นย่านชานเมืองทางตะวันออกของเมืองปารีสที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมแบบ Postmodern ที่แปลกตา และยังมีอาคารที่เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์แฟรนไชส์ชื่อดังชุด The Hunger Game ภาค Mocking Jay Part 2 อีกด้วย!!! ซึ่งแฟน Hunger Game อย่างเรา พอได้รู้เรื่องของสถานที่แห่งนี้แล้วก็ถึงกับหูผึ่งไปเลยทีเดียว พอดีแอบไปเห็นรูปอาคารนี้ในเฟสบุ๊คของเพื่อนที่แชร์บทความเรื่องหนึ่งมาแล้วจำได้ว่าอาคารนี้มันอยู่ใน Mocking Jay 2 นี่นา เลยเข้าไปอ่านบทความนั้นดู เลยได้รู้ว่าอาคารแห่งนี้มีอยู่จริง และอยู่ตรงชานเมืองปารีสนี่เอง!

เอาเข้าจริงได้ไปมาแค่ Noisy-le-Grand ส่วนสุสานไม่ได้เข้าไปดูเพราะว่าคนต่อแถวรอยาวมากกกกก จากทางเข้าออกมาวนแล้ววนอีกยาวเป็นกิโล เรามีเวลาเที่ยวน้อย เลยตัดสินใจไปเดินดูที่อื่นดีกว่า ไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่ นอกจากนี้ก็แค่ไปกินๆดื่มๆตอนกลางคืนนิดหน่อย ไม่ได้ทำอะไรมาก สำหรับโพสต์นี้ก็คงจะโฟกัสไปที่เรื่องของ Noisy-le-Grand ละกันโนะ

หลังจากที่มาถึงปารีสและไปเจอโฮสต์แล้ว เราก็นั่งรถไฟ RER ออกมายังชานเมืองทางทิศตะวันออกเลยเพื่อมายัง Noisy-le-Grand ซึ่งเมืองๆนี้ก็เป็นหนึ่งในกลุ่มเมืองย่านชานเมืองของปารีสที่ถูกพัฒนาขึ้นมาในช่วงปี 70-80 เพื่อให้เป็นเมืองใหม่ในอุดมคติที่มีคอนเซปต์คือสถาปัตยกรรมที่ล้ำสมัย แต่มีราคาย่อมเยา และสามารถจุผู้อยู่อาศัยได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งจริงๆแล้วเมืองเหล่านี้ก็ตอบโจทย์ของคอนเซปต์นี้ได้ดี แต่ดันขาดปัจจัยที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของความเป็นที่อยู่อาศัยไป ซึ่งก็คือความมีชีวิตชีวา และนอกจากนี้ “เมืองใหม่” อันแสนจะวิลิศมาหราเหล่านี้ยังขาดการเอาใจใส่ดูแลรักษาจากชาวเมืองอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ปัจจุบันนี้ เมืองเหล่านี้มีสภาพไม่ต่างจากเมืองร้างที่ยังมีคนอาศัยอยู่ ทุกวันนี้ใน Noisy-le-Grand มีประชากรส่วนมากเป็นผู้อพยพจากหลายๆประเทศ ทั้งจากแอฟริกา จากยุโรปตะวันออก รวมถึงทั้งจากเอเชียตะวันออก

หลังจากมาถึงเมือง Noisy-le-Grand แล้ว เราก็เดินดูบรรยากาศในเมือง เดินผ่านห้างสรรพสินค้าแห่งนึง แล้วก็เดินไปยังตึก Les Espaces d’Abraxas ซึ่งเป็นตึกที่เค้าใช้ถ่าย Hunger Game ที่เราอยากมาดู บรรยากาศในเมืองจะออกอึมครึม หม่นหมอง ตึกรามต่างๆจะออกแนวแปลกตา ตึกธรรมดาๆก็มีเยอะ แต่จะมีพวกสิ่งก่อสร้างกับของตกแต่งที่แอบพิศดารตั้งอยู่ตรงนั้นตรงนี้ แต่ที่สำคัญคือในตัวเมืองแทบไม่เห็นคนเลย แต่พอเข้าไปในห้างสรรพสินค้าก็มีคนเยอะอยู่นะ ส่วนตรงบริเวณตึก Les Espaces d’Abraxas ว่างเปล่าเหมือนในรูปอะ ในห้องต่างๆมีคนอาศัยอยู่ มองเข้าไปบางทีก็เห็นความเคลื่อนไหวบ้าง แอบได้ยินเสียงวิทยุดังมาจากหน้าต่างบานไหนซักบาน แต่ด้านนอกคือโล่ง นานๆจะมีคนเดินออกจากตึกไปด้านนอกที แต่นอกจากเราแล้วก็ไม่มีใครมาเดินถ่ายรูปเลย มีกลุ่มเด็กหญิงอีกแค่สองสามคนที่มาเดินๆถ่ายรูปด้วยกัน แต่ดูแล้วน่าจะเป็นคนท้องถิ่น ไม่น่าใช่นักท่องเที่ยว เราเดินเตร็ดเตร่อยู่อีกซักพักก็เดินเข้าไปดูในเมืองต่อในอีกทิศนึง แล้วก็เจอสิ่งก่อสร้างอีกอย่างที่อลังการไม่แพ้กันเลย

หลังจากเดินเข้ามาทางอีกด้านของเมืองแล้ว เราก็มาเจอกับจัตุรัสขนาดใหญ่ที่มีตึกรูปทรงกระบอกขนาดใหญ่ตั้งประจันหน้ากันอยู่สองตึก อลังการงานสร้างไปอีก จัตุรัสนี้มีชื่อว่า Les Arènes de Picasso ซึ่งในบริเวณนี้ของเมืองก็ยังคงมีผู้คนบางตา แถมยังมีแก๊งคนดำยืนมั่วสุมกันอยู่ตามซอกหลืบของตึกเต็มไปหมด เค้าเห็นเราถ่ายรูปแล้วเค้าถามเลยว่าถ่ายอะไร เราเลยบอกไปว่าถ่ายตึกอยู่ บอกว่าเป็นนักท่องเที่ยวด้วยภาษาฝรั่งเศสงูๆปลาๆ เค้าเลยเดินกลับไป 555 แต่แอบอันตรายมาก ใครจะมาแถวนี้ก็ระมัดระวังตัวหน่อยละกัน อย่าทำตัวกะโตกกะตากมาก ทำตัวกลืนๆไปกับคนแถวนี้ เพราะแถวนี้คนเอเชียอาศัยอยู่ก็เยอะอยู่

พอออกมาจาก Les Arènes de Picasso เราก็เดินกลับไปยังสถานีรถไฟแล้วก็นั่งรถกลับเข้าไปในเมืองปารีส แล้วอีกวันครึ่งที่เหลือก็ออกเที่ยวแบบ typical tourists 555 ไปหมดสถานที่สำคัญ เคยไปมาแล้วก็ไปอีก ดื่มด่ำบรรยากาศให้เต็มอิ่ม ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ รูปมา

อันนี้ข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับคนที่สนใจเรื่อง Noisy-le-Grand สถาปัตยกรรมแบบนี้ไม่ได้มีแค่เมืองนี้ที่เดียวนะ แต่ยังมีอยู่ในเมืองอื่นๆรอบๆนอกเมืองปารีสด้วย มีช่างภาพที่ชื่อ Laurent Kronental เค้าสนใจและตามเก็บภาพจากเมืองเหล่านี้มารวบรวมกันเป็นผลงานที่ชื่อว่า Souvenir d’un Futur (Memory of a Future) ใครสนใจจะไปตามรอยก็เข้าไปอ่านต่อได้ในเว็บเหล่านี้เลย

http://www.archdaily.com/774578/a-utopian-dream-stood-still-ricardo-bofills-postmodern-parisian-housing-estate-of-noisy-le-grand

http://www.idesignarch.com/postmodern-neoclassical-housing-estate-a-theoretical-utopia/

http://www.untappedcities.com/2012/01/26/science-fiction-in-the-suburbs-of-paris-when-mass-housing-meets-postmodernism/

IMG_8151

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s