Zurich

หลังจากกลับมายัง Karlsruhe อีกครั้ง เราก็ไปยื่นเอกสารขอต่อวีซ่าที่สำนักงานชาวต่างชาติ (Ausländerbehörde) แต่ว่ากว่าจะถึงเวลารายงานตัวสำหรับมหาลัยก็ยังเหลือเวลาอีกเป็นอาทิตย์ เราเลยตัดสินใจไปเที่ยวเมืองๆหนึ่งที่เราเล็งๆจะไปมานานแล้ว ซึ่งก็คือ Zurich ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์นั่นเอง เหตุผลที่อยากไปก็เพราะว่า Zurich เป็นเมืองใหญ่ที่สุดในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และก็อยู่ไม่ไกลจาก Karlsruhe มาก และที่สำคัญคือมีรถบัสวิ่งตรงไปถึงเลยด้วย เป็นหนึ่งในแค่สองสามเมืองในสวิตเซอร์แลนด์เองที่ในขณะนั้นมีรถบัสเอกชนวิ่งไป (แต่ตอนนี้เปิดเส้นทางเพิ่มและ และเดี๋ยวอีกต่อไปก็คงเปิดเพิ่มมาอีกเรื่อยๆ /เก็บตัง)

10625015_883808631666938_4133155516830203786_n

ครั้งนี้เราเดินทางด้วยรถบัสของ Postbus ที่จองไว้ตั้งแต่ตอนอยู่ไทยละ ตอนนั้นมีโปรโมชั่นออกมาพอดีเลยได้ราคา 10 ยูโรต่อเส้นทาง (ปกติจะราคา 15 ต่อเส้นทาง ก็ถูกลงมานิดนึง) พูดถึง Postbus นิดนึง หลังๆมานี้มีบริษัทรถบัสเอกชนต่างๆในเยอรมันเปิดใหม่มาเยอะแยะมาก สืบเนื่องมาจากกฏหมายที่เพิ่งอนุญาตให้สามารถเปิดบริษัทรถบัสเอกชนได้ (เมื่อก่อนจะมีแค่รถไฟเท่านั้น ไม่อนุญาติให้มีรถบัสเดินทางระหว่างเมืองไกลๆ) รวมถึงความนิยมในการเดินทางด้วยรถบัสที่เพิ่มขึ้นมากด้วย จริงๆแล้ว Postbus ก็เป็นบริษัทรถบัสที่มีมาซักพักแล้ว แต่จะไม่ดังเท่าบริษัท Meinfernbus หรือ Flixbus เพราะว่าส่วนใหญ่แล้วราคาจะสูงกว่านิดหน่อย แล้วก็ไม่ค่อยมีการโปรโมตมาก แต่ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังมานี้รู้สึกว่า Postbus นี่กระหน่ำโปรโมตมากๆ การตลาดมาเต็ม ทั้งโปรโมตทางเมลล์ ทางเฟสบุ๊ค ทั้งออกโปรโมชั่นมารัวๆ เพิ่มเส้นทาง ไปยุบรวมกับบริษัทรถบัสอื่นๆ แถมราคาก็ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด โปรโมตเยอะมากจนหลังๆมานี้ Meinfernbus กับ Flixbus ดร็อปลงไปเลย ก็เป็นที่น่ายินดีสำหรับผู้บริโภคอย่างพวกเราที่เกิดการแข่งขันกันอย่างเข้มข้นขนาดนี้ (แม้แต่ Deutsche Bahn ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟของเยอรมนียังออกโปรโมชั่นมาเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่งั้นสู้พวกรถบัสไม่ได้แน่นอน ราคาแพงกว่าเป็นสิบเท่าขนาดนั้น)

12189846_527790987369219_6919554504166883350_n

ผลิตภัณฑ์ใหม่อีกอย่างของ Postbus ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการตลาดแบบใหม่นี้ก็คือ Postbus Card (https://www.postbus.de/Postbus-Karte/) ซึ่งก็คือบัตรที่เราสามารถใช้ลดราคาตั๋วรถบัสของ Postbus ได้ 25% ทุกครั้งที่เราซื้อตั๋ว และถึงแม้ราคาตั๋วที่เราซื้อจะเป็นราคาโปรโมชั่นอยู่แล้ว เราก็ยังสามารถใช้ Postbus Card นี้ลดราคาเพิ่มได้อีก! สำหรับ Postbus Card นี้ก็มีราคา 25 ยูโร สามารถสั่งซื้อได้โดยการเข้าไปจองรถบัสไปไหนก็ได้ในเว็บ Postbus และในระหว่างขั้นตอนการpostbus-karteจ่ายเงินจะมีตัวเลือกมาให้เลือกว่าอยากจะสั่งซื้อ Postbus Card ด้วยมั้ย ถ้าตกลง ราคาตั๋วรถบัสที่เรากำลังจะจองนั้นก็จะถูกลดไป 25% โดยอัตโนมัติเลย ส่วนตัว Postbus Card ก็จะถูกส่งมาให้ทางไปรษณีย์ ระหว่างนั้นเราจะได้ Postbus Card ชั่วคราวเป็นไฟล์ PDF ให้ดาวน์โหลดมาไว้ก่อน อ้อ! ข้อดีของ Postbus Card อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อเราเดินทางกับ Postbus เราจะได้เครื่องดื่มร้อนมาฟรีหนึ่งแก้วด้วย ตัว Postbus Card จะมีอายุ 1 ปี ถ้าใครเดินทางทางรถบัสบ่อยอยู่แล้ว Postbus Card ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

กลับมาที่เรื่องของเราต่อ รถบัสของเราเที่ยวนี้ก็เดินทางมาแวะเปลี่ยนรถที่สนามบิน Stuttgart ก่อนจะเดินทางต่อตรงไปยัง Zurich ที่ Zurich เราไปพักกับ Jan ซึ่งเป็นเพื่อนจาก Couchsurfing ที่เคยมาพักบ้านเราที่กรุงเทพ Jan เป็นนักเรียนป.ตรีของมหาวิทยาลัย ETH Zurich ซึ่งเป็นมหาลัยท็อปเทนของโลกเลย เย็นวันที่เรามาถึง Jan มีเรียนเต้น Street Dance ของมหาลัย เลยพาเราไปเรียนด้วย เอ๋อแดกมาก เพราะเกิดมาไม่เคยเรียนเต้นจริงๆจังๆเลย เคยเรียนแต่ลีลาศกากๆในคาบพละตอนม.ปลาย 5555 ในคอร์ส Street Dance ที่นี่จะมีคนสอนอยู่หนึ่งคน เค้าจะสอนเต้นเป็นเพลงๆไป เพลงนึงจะใช้เวลา 3 อาทิตย์ ตอนเริ่มคอร์สทุกครั้งทุกคนก็จะเต้นอะไรเบาๆ ยืดเส้นยืดสาย วอร์มร่างกายพร้อมๆกันก่อน แล้วพอเริ่มสอนกับเพลง คนสอนก็จะเปิดเพลงแล้วก็เต้นให้ดูว่าท่อนนี้จะเต้นยังไง แล้วก็จะเต้นพร้อมๆกัน ทวนๆประมาณสามสี่รอบ แล้วก็จะสอนท่อนต่อไป ไปเรื่อยๆ จนครบทุกท่อนที่เค้าตั้งใจจะสอนในอาทิตย์นั้น แล้วตอนท้ายๆทุกคนก็จะเต้นท่าทุกท่าที่เค้าสอนมาในวันนั้นพร้อมๆกัน แล้วทุกคนคือ professional มาก ส่วนเรานี่ เค้าขึ้นท่อนต่อไปแล้ว ท่อนแรกยังจำไม่ได้เลย พูดได้คำเดียวว่า เอ๋อแดก 555 แต่ก็สนุกดี เป็นอะไรที่แปลกใหม่

การเต้นของคนอื่น

การเต้นของเรา

หลังจากเต้นกันจุใจแล้วเราก็กลับไปกินข้าวที่บ้านของ Jan แล้วก็ออกไปเต้นกันต่อ 555 คืนนั้นเราไปเดินถนน Langstrasse ซึ่งเป็นถนน nightlife สายที่ยาวที่สุดใน Zurich กัน ต้องบอกว่า ใครที่มีมโนภาพของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ว่าเป็นดินแดนที่แสนสงบ ธรรมชาติอลังการ มีภูเขาหิมะ ป่าไม้ ทุ่งหญ้า วัว ชาวนา ชีวิตพอเพียง ฯลฯ แล้วล่ะก็ ถ้าได้มาเห็นถนนสายนี้อาจจะร้องไห้ เพราะถนน Langstrasse ก็คือพัฒน์พงศ์ดีๆนี่เอง 5555 จริงๆก็ไม่ขนาดนั้นหรอก แต่ก็ตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์อย่างสิ้นเชิงล่ะ แต่จริงๆแล้ว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นประเทศธรรมดาประเทศหนึ่งเหมือนประเทศอื่นๆในโลกนี่แหละ ไม่ได้มีแต่ธรรมชาติ พวกที่เที่ยวกลางคืน แหล่งเสื่อมโทรมอะไรก็มี แต่ก็จะมีน้อยหน่อย

Langstrasse

Langstrasse

IMG_3017 IMG_3019

ในสวิตเซอร์แลนด์ ถ้าจะขึ้นรถไฟตอนกลางคืน นอกจากตั๋วปกติแล้ว ยังต้องเสียเงินซื้อตั๋วพิเศษสำหรับเดินทางตอนกลางคืนโดยเฉพาะเป็นราคา 5 CHF อีก (Nachtzuschlag) ถึงจะซื้อตั๋วมาเป็นแบบตั๋วเหมา ขึ้นรถได้ 24, 48, 72 ชม. ถ้าขึ้นรถตอนกลางดึกก็ต้องซื้อตั๋วพิเศษอันนี้ด้วย อัลไลอะ ขูดรีดขูดเนื้อได้อีก

ในสวิตเซอร์แลนด์ ถ้าจะขึ้นรถไฟตอนกลางคืน นอกจากตั๋วปกติแล้ว ยังต้องเสียเงินซื้อตั๋วพิเศษสำหรับเดินทางตอนกลางคืนโดยเฉพาะเป็นราคา 5 CHF อีก (Nachtzuschlag) ถึงจะซื้อตั๋วมาเป็นแบบตั๋วเหมา ขึ้นรถได้ 24, 48, 72 ชม. ฯลฯ ถ้าขึ้นรถตอนกลางดึกก็ต้องซื้อตั๋วพิเศษอันนี้เพิ่มด้วย อัลไลอะ ขูดรีดขูดเนื้อได้อีก

วันต่อมาเราฉายเดี่ยว เดินเที่ยวเมืองคนเดียว เมือง Zurich นี่ก็เป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก บริเวณที่น่าเดินเที่ยวก็จะเป็นตรงริมแม่น้ำ Limmat แม่น้ำสายใหญ่ใจกลางเมือง แล้วก็พวกโบสถ์ ร้านค้าและตรอกซอกซอยแถบริมแม่น้ำแล้วก็ทะเลสาบที่อยู่ทางใต้ของเมือง วันนั้นเราก็เดินเที่ยวตามคำแนะนำของ Jan เรามาเริ่มต้นที่มหาวิทยาลัย ETH Zurich อีกครั้ง ซึ่งตัวมหาลัยก็เป็นตึกเก่าแก่ สวยงามน่าเดินดูอยู่เหมือนกัน แต่ประเด็นคือหลังจากเดินผ่านทางเข้าทะลุไปอีกด้านของตึกแล้ว เราก็จะเห็นวิวตัวเมือง Zurich ทั้งเมืองเลย เพราะว่าตัวมหาลัยอยู่บนเนินเขา แล้วนอกจากนั้น จากด้านหลังของตึกมหาลัยยังมีสถานีรถรางให้นั่งลงไปตรงตีนเขาที่ตัวเมืองตั้งอยู่ด้วย ที่สำคัญคือรถรางอันนี้นั่งฟรี!!! ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจมากสำหรับประเทศที่อะไรๆก็แพงไปหมดอย่างสวิตเซอร์แลนด์ รถรางนี้จะพาเราลงมาอยู่ตรงบริเวณริมแม่น้ำในใจกลางเมือง ซึ่งจากตรงนั้นเราก็เดินดูริมแม่น้ำ ลัดเลาะเข้าตรอกซอกซอยลงมาจนถึงสถานีรถราง Zürich, Bellevue ซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำไหลมาบรรจบกับทะเลสาบ แล้วจากนั้นเราก็เดินลัดเลาะริมทะเลสาบต่อลงมาเรื่อยๆมาทางทิศใต้

ด้านหลังของตึกหลักของ ETH Zurich

ด้านหลังของตึกหลักของ ETH Zurich

วิวของตัวเมืองจากบนเนินเขา

วิวของตัวเมืองจากบนเนินเขา ย้อนแสงได้อีก

ด้านนอกของสถานีรถราง เดินเข้าไปรอขึ้นรถได้เลยไม่ต้องเสียตัง

ด้านนอกของสถานีรถราง เดินเข้าไปรอขึ้นรถได้เลยไม่ต้องเสียตัง

IMG_3035IMG_3037

แม่น้ำ Limmat ที่ไหลผ่านใจกลางเมือง Zurich

แม่น้ำ Limmat ที่ไหลผ่านใจกลางเมือง Zurich

น้ำใสมาก เห็นหินที่ก้นแม่น้าเลย

น้ำใสมาก เห็นหินที่ก้นแม่น้าเลย

IMG_3041 IMG_3045 IMG_3061 IMG_3069ตอนกำลังเดินแถวๆ Bellevue เพลินๆอยู่นั้นเราก็เหลือบไปเห็นกลุ่มคนกำลังยืนมุงแล้วก็กรี๊ดกร๊าดอะไรกันอยู่ เลยเดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น สิ่งที่เกิดขึ้นจะทำให้คุณต้องอึ้ง!!! (ตามไปดูได้ในลิงค์นี้เบย http://bit.ly/1YwSbgy) /งาน clickbait ก็มาเว้ย

IMG_3081

โรงละครตรง Bellevue

IMG_3082

สวิสมุงตรง Bellevue

ริมทะเลสาบ Zurich มีเรือยอร์ชจอดเต็มไปหมด

ริมทะเลสาบ Zurich มีเรือยอร์ชจอดเต็มไปหมด

IMG_3096 IMG_3099IMG_3112 IMG_3115IMG_3162 IMG_3161 IMG_3097 IMG_3098IMG_3106IMG_3102

งานแข่งเรือก็มา

งานแข่งเรือก็มา

IMG_3151

งานตกปลาก็มา

IMG_3136

งาน Surfboard ก็มา กิจกรรมเยอะจริงๆ

ชีวิตดี๊ดี คนเมืองนี้

ชีวิตดี๊ดี คนเมืองนี้

IMG_3132

สระว่ายน้ำสาธารณะ สปริงบอร์ดริมทะเลสาบก็มี

สระว่ายน้ำสาธารณะ สปริงบอร์ดริมทะเลสาบก็มี ชีวิตดีไปอี้กกก

IMG_3159IMG_3160

มีเรือเฟอร์รี่วิ่งรอบๆทะเลสาบด้วย แต่ไม่กล้าขึ้นเพราะกลัวขึ้นผิดลำ เดี๋ยวไปผิดทิศแล้วกลับไม่ถูก กรักๆ

มีเรือเฟอร์รี่วิ่งรอบๆทะเลสาบด้วย แต่ไม่กล้าขึ้นเพราะกลัวขึ้นผิดลำ เดี๋ยวไปผิดทิศแล้วกลับไม่ถูก กรักๆ

กลับเข้ามายังใจกลางเมืองอีกครั้ง

กลับเข้ามายังใจกลางเมืองอีกครั้ง

IMG_3180

อาทิตย์ตก แสงอาทิตย์สีทองอ่อนๆฉาบไปบนพื้นผิวของอาคารริมทะเลสาบ สวยมาก

IMG_3187

ชีวิตดี

IMG_3193

คนมามุงดูดารากันเยอะขึ้น งาน Zurich Film Festival กำลังจะเริ่มในอีกไม่ช้านี้แล้ว

แล้วก็หมดโปรแกรมเดินเที่ยวในวันนั้น ตอนกลางคืนเราก็มาเดินเล่นในใจกลางเมืองอีก ก็บรรยากาศดีไปอีกแบบ แล้ววันถัดไปเราก็เดินทางกลับไปยังเยอรมนีอีกครั้ง สำหรับความประทับใจของเมือง Zurich นี้ก็คงไม่มีคำอธิบายไหนที่จะเหมาะสมไปมากกว่าคำว่า ชีวิตดี อิจฉาคนที่อาศัยอยู่ที่เมืองนี้มาก คือนอกจากจะมีบ้านเมืองที่เก่าแก่สวยงามและเป็นระเบียบมากแล้ว ยังมีทะเลสาบขนาดใหญ่มาตั้งอยู่ข้างๆเมืองอีก ยังไม่พอ น้ำยังใสสุดๆ วิวสวยสุดๆ ฉากหลังยังเป็นภูเขา ซึ่งในหน้าหนาวคงจะมีหิมะขาวๆฉาบอยู่บนยอดแน่ๆ ก็เป็นอะไรที่เรียกว่า Swiss Quality มาตรฐานสวิตเซอร์แลนด์จริงๆ ถึงจะเป็นเมืองใหญ่แต่ก็ยังไม่หลุดกรอบของความเป็นมิตรกับธรรมชาติ ก็หวังว่าซักวันหนึ่งประเทศไทยของเราจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้ แต่กว่าจะไปถึงจุดนั้นได้ คงต้องเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน สิ่งๆไหนที่เราทำเพื่อช่วยโลกได้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็กๆอย่างการทิ้งขยะให้ลงถัง หรือปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็นต้องใช้งาน หรือการหันมาใช้บริการขนส่งมวลชนหรือขี่จักรยานแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัวก็ตาม ถ้าทุกๆคนมีจิตสำนึกและร่วมไม้ร่วมมือกันทำสิ่งเหล่านี้เพื่อธรรมชาติ บ้านเมืองของเรา ประเทศชาติของเรา และโลกของเราจะต้องน่าอยู่มากขึ้นอย่างแน่นอนครับ ขอบคุณสำหรับคำถามครับ /ประนมมือไหว้สวยๆ

IMG_3212IMG_3179 IMG_3219

รถรางใน Zurich

รถรางใน Zurich

ลำคลองใน Zurich ความใสระดับสระอโนดาต

ลำคลองใน Zurich ความใสระดับสระอโนดาต

IMG_3226

สถานีรถไฟ Zurich

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์

พิพิธภัณฑ์แห่งชาติของสวิตเซอร์แลนด์

วิวระหว่างทางกลับไปยัง Karlsruhe

วิวระหว่างทางกลับไปยัง Karlsruhe

แล้วก็กลับมายังเยอรมนีอีกครั้งแบบ Long term เดี๋ยวโพสต์หน้าจะมาเล่าเรื่องเทศกาลฟักทองในเมือง Ludwigsburg กับเทศกาล Volkfest ในเมือง Stuttgart ให้ฟัง (เทศกาลเบียร์ที่จัดขึ้นพร้อมๆกันกับ Oktoberfest ใน Munich แต่ว่าใน Stuttgart เค้าเรียกงานนี้ว่า Volkfest) แล้วเดี๋ยวโพสต์ถัดไปอีกจะเป็นเรื่องของมหาลัยละ

IMG_3152

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s