Copenhagen

IMG_2760

ประตูทางเข้า Freetown Christiania

เที่ยวบินกลับมายุโรปครั้งนี้เราใช้บริการสายการบิน Norwegian Airlines อีกเช่นเคย ตอนแรกต้องบินไปลงที่ Stockholm อีกครั้ง แต่ปรากฏว่าต้องเปลี่ยนเที่ยวบินให้ไปถึงเร็วขึ้นเพราะต้องไปลงทะเบียนเรียนที่มหาลัย เอ้อใช่ลืมเล่า ตอนระหว่างที่กำลังเที่ยวอยู่ที่ Hamburg ก่อนกลับไทยเราได้อีเมลล์จากมหาลัยมาบอกว่าเค้ารับเราแล้ว เย่ 555 คณะ Mechatronik und Informationstechnik แล้วมีก็พวกข้อมูลการเตรียมตัวก่อนเข้ามหาลัยอะไรงี้แนบมาด้วย แล้ววันที่เราต้องไปลงทะเบียนมันก่อนวันที่เรากลับมาถึงเยอรมัน สรุปว่าเลยต้องเปลี่ยนเที่ยวบินกลับ เสียเงินเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ว่าต้องเปลี่ยนไปบินลงที่ Copenhagen เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์คแทน ซึ่งก็ดีมาก เพราะเราจะได้เที่ยวเพิ่ม 555

ที่ Copenhagen ในที่สุดเราก็ประสบความสำเร็จกับการหาโฮสต์จาก Couchsurfing อีกครั้งหลังจากล้มเหลวมาหลายครั้ง 55 โฮสต์คราวนี้เป็นนักเรียนปริญญาโทชาวเดนมาร์ค แถมห้องที่เค้าอยู่ยังอยู่แถวใจกลางเมืองเลย เป็นทำเลที่ดีมาก มาเที่ยวครั้งนี้เรารู้สึกว่าได้เที่ยวแบบจริงๆจังๆขึ้นมาหน่อย หลังจากที่ทริปที่ผ่านๆมาเที่ยวแบบกั๊กๆตลอด ไม่ค่อยได้ทำอะไรเท่าไหร่ เอาแต่เดินๆๆ เดี๋ยวมาดูกันว่า 4 วัน 3 คืนใน Copenhagen นี้ เราไปทำอะไรมาบ้าง

แผนที่ท่องเที่ยวเมือง Copenhagen ตรงที่สีเข้มๆน่ะเดินตามได้เลย สวยมากๆ

ตอนที่เรากลับมาถึงยุโรปอีกครั้งกำลังเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงพอดี อากาศหนาวมาก จากอากาศร้อนที่ไทยมาเจออากาศหนาวที่นี่ปรับตัวแทบไม่ทันกันเลยทีเดียว เรามาถึงวันแรกตอนช่วงเย็นๆละ ที่ Copenhagen เดินทางจากสนามบินเข้ามายังตัวเมืองง่ายมาก มีรถไฟจากสนามบินต่อตรงมาถึงเลย วันแรกที่เรามาถึงยังไม่ได้ทำไรมาก ออกไปเดินเล่นดูเมืองข้างนอกเฉยๆ  อากาศหนาวมากกก ไม่รู้คิดไปเองหรือว่ายังปรับตัวไม่ทันรึเปล่า แต่รู้สึกว่าที่ระดับอุณหภูมิที่เท่าๆกันเนี่ย ที่นี่หนาวกว่าที่เยอรมันมาก

IMG_2566

ศาลากลางเมือง Copenhagen

บ้านริมน้ำ

บ้านริมน้ำ

ถึงแม้ว่าประเทศเนเธอร์แลนด์จะเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องการขี่จักรยานมาก แต่ตำแหน่งเมืองที่เป็นมิตรกับผู้ขี่จักรยานที่สุดในโลกนั้นจริงๆแล้วตกเป็นของเมือง Copenhagen นี่เอง ด้วยความที่เป็นเมืองที่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆสำหรับผู้ขี่จักรยานอย่างก้าวกระโดด (ในขณะที่เมืองอย่าง Amsterdam กลับไม่ได้มีการพัฒนาอะไรมากนัก) และในเมื่อไหนๆก็มาถึงเมืองที่เป็นมิตรกับจักรยานมากที่สุดในโลกแล้ว จะไม่ลองขี่จักรยานดูก็กระไรอยู่ เช้าวันต่อมาเราเลยตัดสินใจเช่าจักรยานจากโรงแรม The Square (http://www.thesquarecopenhagen.com/) ที่อยู่ตรงใจกลางเมือง บริเวณหน้าศาลากลางเมืองพอดี สนนราคาสำหรับเวลา 24 ชั่วโมงก็ประมาณ 120 DKK หรือประมาณ 630 บาท จักรยานสภาพดีมาก ประสบการณ์โดยรวมไม่มีอะไรให้ติเลย

IMG_2793

หลังจากที่ได้จักรยานแล้ว เราก็ออกเดินทางไปกับเพื่อนนักท่องเที่ยวจาก Couchsurfing อีกคนนึงที่ชื่อ Carl จริงๆแล้ว Carl เป็นคนเดนมาร์ค แต่ไปโตที่สหรัฐอเมริกา เค้าพอรู้จักสถานที่ต่างๆในเมือง Copenhagen อยู่บ้างเลยขี่จักรยานนำเราไปได้ เราเริ่มต้นทัวร์จักรยานในวันนั้นโดยการกินข้าวเช้าที่ Torvehallerne ซึ่งเป็นสถานที่อารมณ์ประมาณตลาดนัดในร่มอะไรอย่างงั้น มีพวกซุ้มขายอาหารประจำชาติของเดนมาร์คหลากหลายชนิดมากมายเต็มไปหมด แต่ละอย่างไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ตรงบริเวณนี้จะแบ่งเป็นตึกเล็กๆสองตึก ตึกหนึ่งจะขายของคาว ส่วนอีกตึกหนึ่งจะขายของหวาน Carl พาเราไปซื้อ Smørrebrød (อ่านไม่ออก 55555) ซึ่งเป็นอาหารประจำชาติเดนมาร์คมาลองกินดู Smørrebrød เป็นเหมือนแซนด์วิชจากขนมปังแข็งๆที่จะมีหลากหลายหน้าหลากหลายรสชาติให้เลือกกิน และแต่ละหน้าต่างก็มีสีสันจัดจ้านชวนให้น้ำลายสอ น่าลิ้มลองสุดๆ Carl ซื้อ Smørrebrød มาสามชิ้น สามหน้า หน้าหนึ่งเป็นตับเป็ด อีกหน้าเป็นปลาทอด อีกหน้าเป็นเนื้อ แล้วก็มีอะไรอะไรไม่รู้โรยหน้าเต็มไปหมด แต่ว่าไม่ต้องรู้หรอก เพราะว่าไม่อร่อย 555 กินไปผะอืดผะอมไป แต่ต้องกินให้หมดเพราะแพง ปลอบตัวเองว่าคงเลือกหน้าผิด 555555

ตลาด Torvehallerne จากด้านหน้า กับคนขาขาดข้างนึง

ตลาด Torvehallerne จากด้านหน้า กับคนขาขาดข้างนึง

IMG_2611

ด้านในตลาด Torvehallerne สภาพคล้ายๆฟู้ดคอร์ต แต่ไม่มีโต๊ะให้นั่งกิน

IMG_2607

แซนด์วิช Smørrebrød

IMG_2612

ช็อคโกแล็ตไส้วิปครีม จำชื่อไม่ได้ละ

IMG_2609

Smørrebrød ซ้ายล่างเป็นปลาและกุ้ง ขวาเป็นเนื้อ ทูน่า และอะไรอีกหลายอย่าง ด้านบนเป็นแฮมและตับเป็ด ไม่อร่อยซักอย่าง กินแล้วอ้วกจะแตก

หลังจากกินเสร็จแล้วเราก็ขี่จักรยานตรงไปยัง Landmark ของเมือง Copenhagen กัน ซึ่งก็คือรูปปั้นนางเงือกหรือ Den Lille Havfrue ที่ตั้งอยู่ริมหาดทางเหนือของเมือง แล้วก็เดินดูป้อมปราการ Kastellet ที่ตั้งอยู่ข้างๆแถวนั้นอีกซักพัก

IMG_2621

ปราสาท Rosenborg

IMG_2624

ปราสาท Rosenborg

ชั้นมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ

ชั้นมารอพี่ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะ

ทางเข้าป้อมปราการ และรูปปั้นใครซักคน

ทางเข้าป้อมปราการ และรูปปั้นอนุสรณ์แด่ทหารชาวเดนมาร์คที่ร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่สอง รอบๆบริเวณป้อมปราการจะเป็นคันดินสูงใหญ่ ขึ้นไปเดินเล่นด้านบนได้ แต่ไม่อนุญาตให้ขี่จักรยาน

IMG_2652

โบสถ์ St Alban ด้านนอกป้อมปราการ

IMG_2653

ด้านในป้อมปราการ

IMG_2657 IMG_2656

อนุสรณ์สถานอะไรซักอย่างด้านในป้อมปราการ

อนุสรณ์สถานอีกแห่งด้านในป้อมปราการ ข้อความบนกำแพงนี้มีความหมายว่า 0ne time, one place, one human

พอออกมาจากป้อมปราการแล้วเราก็ขี่จักรยานผ่านตึกสวยๆเยอะแยะมากมาย (สวยมากกก แถวใจกลางเมือง Copenhagen นี่มีตึกใหญ่ๆสวยๆเยอะมาก) กลับเข้ามาทางใจกลางเมือง

Amalienborg

พระราชวัง Amalienborg เป็นพระราชวังที่ตั้งอยู่ล้อมรอบสี่แยกวงเวียนขนาดใหญ่ แต่ละแยกก็ขนาบข้างไปด้วยตึกรามใหญ่โตโอ่โถงหรูหราฟู่ฟ่ามากมาย แกรนด์มากๆ ปังมากๆ

IMG_2691

แต่ละมุมของสี่แยกวงเวียน

IMG_2694

กรุ๊ปนักเรียน (จากเยอรมนีแน่นอน มาทั้งชุด Lederhosen เลย 5555) ยืนมุงดูทหารเปลี่ยนเวร

พระราชวัง Amalienborg

กลุ่มทหารเดินไปเปลี่ยนเวรทั้งสี่มุมตึก

IMG_2685

สุดปลายแยกเส้นหนึ่งเป็นโบสถ์ Frederik

เป็นโบสถ์ที่ใหญ่โตมากๆ

เป็นโบสถ์ที่ใหญ่โตมากๆ

Nyhavn ท่าเรือที่เป็น Landmark แห่งหนึ่งของ Copenhagen เลย ใครมาถึงต้องมาถ่ายรูปที่นี่

Nyhavn ท่าเรือที่เป็น Landmark แห่งหนึ่งของ Copenhagen เลย ใครมาถึงต้องมาถ่ายรูปที่นี่

IMG_2715 IMG_2718เสร็จจากส่วนของใจกลางเมืองที่มีชื่อว่า Indre By แล้ว เราก็ขี่จักรยานข้ามแม่น้ำมายังเกาะ Christianshavn ที่อยู่ทางฝั่งตะวันออกกัน บนเกาะนี้เราไปเข้าชมสถานที่สำคัญมาสองแห่ง ก็คือโบสถ์ Church of Our Saviour และ Freetown Christiania ในส่วนของโบสถ์ Church of Our Saviour ก็จะเป็นโบสถ์ที่มีหอคอยที่สูงมากๆๆๆที่สามารถจ่ายเงินประมาณ 40 DKK (210 บาท) เพื่อขึ้นไปชมข้างบนได้ ความพิเศษของหอคอยของโบสถ์นี้ นอกจากความสูงที่สูงจนมองเห็นวิวข้ามไปไกลถึงฝั่งประเทศสวีเดนได้เลยแล้ว ก็คือตัวบันไดนั่นเอง เพราะว่าตัวบันไดที่นำเราขึ้นไปถึงยอดนั้นเป็นบันไดวนที่ยิ่งเดินสูงขึ้นไปเท่าไหร่บันไดก็จะยิ่งแคบลงเรื่อยๆ  จนตรงยอดปลายสุดราวบันได้สองข้างก็จะแคบจนมาบรรจบกัน แล้วก็มีโดมสีทองอยู่บนยอดของหอคอย ในอดีตบันไดวนรอบโบสถ์นี้เป็นสถานที่วัดใจของเด็กหนุ่มชาวเดนมาร์ก ใครเดินขึ้นไปสูงจนแตะตัวโดมทองบนยอดหอคอยได้จะได้รับการยอมรับว่า strong!!

church of our saviour (ภาพจากเน็ต)

มองเห็นแถบเทาๆตรงขอบฟ้ามั้ย ตรงนั้นคือเมือง Malmö ที่อยู่บนฝั่งประเทศสวีเดน จะเห็นสะพานที่เชื่อมประเทศเดนมาร์คและประเทศสวีเดนอยู่ตรงนั้นด้วย

มองเห็นแถบเทาๆตรงขอบฟ้ามั้ย ตรงนั้นคือเมือง Malmo ที่อยู่บนฝั่งประเทศสวีเดน ทางกลางขวาของรูปจะเห็นสะพานที่เชื่อมประเทศเดนมาร์คและประเทศสวีเดนอยู่ตรงนั้นด้วย

IMG_2751 IMG_2742IMG_2747 IMG_2728IMG_2739จบจาก Church of Our Saviour เราก็มาต่อกันที่ Highlight อีกอย่างของวันนี้ (Highlight ทั้งเมืองเลยแหละเอาจริง) ซึ่งก็คือย่านที่อยู่อาศัยเล็กๆใกล้ๆ Church of Our Saviour ที่มีชื่อว่า Freetown Christiania ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยที่พิเศษมากเพราะว่าเป็นบริเวณพื้นที่ที่ไม่ขึ้นต่อรัฐบาลของประเทศเดนมาร์ค มีการจัดการ การปกครอง มีกฏหมายอะไรเป็นของตัวเอง ไม่ได้ใช้กฏหมายของเดนมาร์ค เป็นเหมือนประเทศเล็กๆอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งผู้อยู่อาศัยใน Freetown Christiania ส่วนใหญ่ก็จะเป็นพวกคนฮิปปี้ พวกวณิพกอะไรอย่างงี้ อยู่กันแบบ Slow life ของแท้ นอนกันในตึกโทรมๆนิดนึง พ่นสีกำแพงตึก เตะบอล เล่นดนตรี สูบกัญชา ดื่มเหล้าไปวันๆ แล้วก็ขายของให้นักท่องเที่ยวเอาเงิน ใน Freetown Christiania กัญชาถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ผิดกฏหมาย ชาวเดนมาร์คหลายคนก็จะมาที่ Chistiania เพื่อมาซื้อและสูบกัญชาโดยเฉพาะ นักท่องเที่ยวพอเข้ามาข้างในบริเวณ Christiania แล้วก็อาจจะรู้สึกแปลกๆนิดนึงเพราะทุกคนในเมืองนี้ดูจะอารมณ์ดีกันหมด พูดจาไม่รู้เรื่อง พูดไม่หยุด ประเดี๋ยวก็หัวเราะขึ้นมาแล้วหยุดไม่ได้

ตรงประมาณบริเวณในวงสีแดงคือพื้นที่ของ Freetown Christiania

ตรงประมาณบริเวณในวงสีแดงคือพื้นที่ของ Freetown Christiania

ใน Freetown Chistiania นี้เค้าห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด เราเลยไม่ได้ถ่ายรูปอะไรมาเลย แต่สภาพด้านในก็อารมณ์ประมาณสลัมๆแถวอเมริกาใต้นิดนึง (ไม่เคยไปหรอก แต่ว่ามันอารมณ์แบบนั้นอะ นึกออกมะ) คือก็ไม่ได้อารมณ์แบบแออัด แต่จะอารมณ์ประมาณเป็นตึกๆโทรมๆกราฟิตี้เยอะๆ มีคนขายของแบกะดิน ขายพวกเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับแนว Che Guevara นึกออกปะ แล้วก็จะมีเต็นท์ซุ้มเล็กๆอารมณ์แบบซุ้มขายอาหารงานคืนสู่เหย้าโรงเรียนที่ขายกัญชาอยู่เต็มไปหมดตรงบริเวณใจกลางเมือง เค้าจะเอาผ้าลายพรางของทหารมาคลุมไว้รอบซุ้ม มองจากข้างนอกจะไม่เห็นอะไร ถ้าจะซื้อก็ตองแหวกผ้าเข้าไป แล้วก็จะมีลานเบียร์ มีร้านขายของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆ ร้านโชว์ห่วย ร้านขายของฮิปสเตอร์ ร้านขายของวินเทจ พอให้เดินๆดูเพลินๆ พอเดินทะลุใจกลางเมืองเข้าไปด้านในเรื่อยๆก็จะเป็นบริเวณพื้นที่สีเขียว ร่มรื่น และสงบมาก บางทีก็จะเจอคนมานั่งสูบกัญชากินบรรยากาศอยู่ แล้วก็จะมีแม่น้ำกว้างใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวเล็กๆ มีบ้านไม้เล็กๆเก๋ๆฮิปๆริมแม่น้ำ สงบและเดินดูเพลินมาก เหมือนหลุดออกมาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ไม่น่าเชื่อว่ายังอยู่ในใจกลางเมืองหลวงของเดนมาร์คอยู่

IMG_2765 IMG_2764

ท่าน้ำริมแม่น้ำใน Chtistiania เห็นหอคอยของโบสถ์อยู่ไกลๆ

ท่าน้ำริมแม่น้ำใน Chtistiania เห็นหอคอยของโบสถ์ Church of Our Saviour อยู่ไกลๆ

เสร็จจาก Chistiania เราก็ขี่จักรยานกลับเข้าไปในใจกลางเมือง Copenhagen กัน ตอนแรกว่าจะแวะเข้าไปดูสวนสนุก Tivoli แต่ว่าช่วงนั้นกำลังปิดตกแต่งสำหรับเทศกาล Halloween เลยอดเบย สวนสนุกนี้มองจากข้างนอกทะลุรั้วเข้าไปดูสวยมากๆเลยนะ มีพวกสวน พวกร้านอาหาร สิ่งก่อสร้างอะไรต่างๆที่สวยเหมือนเทพนิยายเลย เสียดายมากที่ไม่ได้เข้าไป คราวหน้าถ้ากลับไป Copenhagen เมื่อไหร่จะไม่พลาดแน่ๆ

ด้านในสวน Tivoli (รูปจากเน็ต)

จบลงไปกับทัวร์จักรยานในวันแรก เป็นหนึ่งวันใน Copenhagen ที่ค่อนข้างเต็มอิ่มมาก วันต่อมาเราก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษละ แค่เตร็ดเตร่อยู่ในเมืองไปเรื่อยๆตามสไตล์

Superkilen สวนสาธารณะเก๋ๆทางฝั่งตะวันตกของ Copenhagen

Superkilen สวนสาธารณะเก๋ๆทางฝั่งตะวันตกของ Copenhagen

IMG_2824 IMG_2827 IMG_2828 IMG_2829 IMG_2832 IMG_2835

ที่นี่เค้าจัดงาน Oktoberfest กันด้วยนะ

ที่นี่เค้าจัดงาน Oktoberfest กันด้วยนะ

แถวๆท่าเรือ Nordhavnen มีตึกโมเดิร์นๆอยู่สามสี่ตึก แต่นอกนั้นก็ไม่มีไรเลย ไกลก็ไกล

แถวๆท่าเรือ Nordhavnen มีตึกโมเดิร์นๆอยู่สามสี่ตึก แต่นอกนั้นก็ไม่มีไรเลย ไกลก็ไกล (ไม่น่ามาเบย)

บ้านในย่าน Brumleby เป็นโครงการบ้านเอื้ออาทรสำหรับคนรายได้ต่ของที่นี่

บ้านในย่าน Brumleby เป็นโครงการบ้านเอื้ออาทรสำหรับคนรายได้ต่ำของที่นี่

ส่วนนี่คือบ้านเอื้ออาทรที่ไทย

ย่านชอปปิ้งใจกลางเมือง ใหญ่มาก

ย่านชอปปิ้งใจกลางเมือง ใหญ่มาก

IMG_2853 IMG_2854สำหรับครั้งแรกใน Copenhagen นี้ก็ต้องขอบอกว่าค่อนข้างประทับใจมาก Copenhagen เป็นเมืองที่สวยและโออ่ามาก แต่ก็ดูภูมิฐานสไตล์ยุโรปเหนือ ไม่เวอร์วังอลังการดาวล้านดวงเหมือนปารีส โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าตัวเมืองของ Copenhagen สวยกว่า Stockholm แล้วก็บริเวณที่เป็นเมืองเก่าและมีตึกเก่าๆสวยๆเยอะๆก็ใหญ่กว่า พวก highlight ของ Stockholm จะกระจุกกันอยู่ในเกาะ Gamla Stan กับริมทะเลสาบแค่นั้น แต่ Stockholm จะได้เปรียบตรงที่ตัวเมืองจะเป็นเกาะๆแล้วก็มีทะเลสาบริมน้ำให้ไปว่ายน้ำเล่นหรือนั่งชิลดูวิวทิวทัศน์ของเมืองบนฝั่งตรงข้ามเยอะ แถมด้านนอกของตัวเมืองยังเต็มไปด้วยธรรมชาติ ป่า ทะเลสาบ และเกาะแก่งต่างๆ ให้ไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจมากมาย ส่วนใน Copenhagen จะมีแต่ตึกๆๆ เมืองๆๆ ถึงจะมีชายหาดก็ค่อนข้างอยู่ห่างออกไปจากใจกลางเมืองอยู่

IMG_2602

และแล้ว ในที่สุดก็ได้เวลากลับไปเยอรมนีซักที สำหรับเที่ยวบินกลับไปเยอรมนีรอบนี้เราใช้บริการของ Ryanair สายการบิน Low-cost ของประเทศอังกฤษที่พูดชื่อขึ้นมาคนยุโรปที่ไหนก็ต้องร้องอ๋อ เพราะว่าขึ้นชื่อเรื่องราคาถูกจริงๆ ซึ่งราคาเที่ยวบิน Copenhagen-Cologne ของเราก็ไม่น่าเกลียดเท่าไหร่ แค่ 19 ยูโร เท่านั้นเอง 5555 ถูกชริงๆ แต่!!! ขอบอกว่าคุณภาพก็ตามราคานะ 55555 อย่างแรกเลยคงไม่ต้องพูดแล้วว่าสายการบิน Low-cost นี่ราคาที่จ่ายคือแค่ค่าตั๋ว ถ้าจะโหลดกระเป๋าก็ต้องจ่ายเพิ่ม ถ้าจะเอาอาหารระหว่างไฟลท์ก็ต้องจ่ายเพิ่ม ส่วนสิ่งที่พิเศษของสายการบิน Ryanair โดยเฉพาะเที่ยวที่บินออกจาก Copenhagen นี้ก็คือ Gate อยู่ไกลมากกกกกก จากตรงที่ตรวจสัมภาระเดินลากกระเป๋าไปเถอะ เกือบสองกิโลน่ะกว่าจะถึง!!! เดินขึ้นเดินลงไปตามสนามบินจนเมื่อยขา แล้วจาก Gate ก็ไม่มีงวงช้างให้เดินไปขึ้นเครื่องบิน ต้องเดินต่อแถวกันออกไปด้านนอกตัวตึก ไปยังเครื่องบินที่จอดอยู่ด้านนอก ตัวเครื่องบินก็เล็กมากกกก สภาพก็ยังกะเครื่องบินขนทหารไปรบที่เห็นกันในหนัง แคบมากๆ ต้นทุนต่ำสุดฤทธิ์ ถ้าให้ผู้โดยสารนั่งตักกันได้คงให้ไปแล้ว (ทำเป็นเล่นไป เมื่อไม่นานมานี้มีโครงการของ Ryanair ที่จะขายตั๋วยืนออกมาอยู่นะ คือเป็นตั๋วที่ซื้อแล้วขึ้นไปยืนบนเครื่องจนกว่าจะถึงปลายทางอะ มันก็จะประหยัดพื้นที่ขึ้นมานิดนึง ก็จะขนคนได้มากขึ้น ราคาตั๋วก็จะถูกลง แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้พับเก็บโปรเจ็คไปยัง 555) รู้สึกว่า Air Asia นี่กลายเป็นสายการบินหรูหราไฮโซขึ้นมาเลย แต่ก็นั่นแหละ 19 ยูโรจะเอาไรมาก นั่งแค่ชั่วโมงเดียวด้วย บินไปถึงปลายทางก็โอเคแล้ว 5555

IMG_2918

ทางเดินไป Gate คือยาวมาก

IMG_2920

ต่อแถวเดินขึ้นเครื่อง

IMG_2922

เดนมาร์ค

IMG_2925

เยอรมนี

เครื่องบิน Ryanair สังเกตขนาดของตัวเครื่องเทียบกับขนาดประตูและขนาดคนที่กำลังเดินออกมา

เครื่องบิน Ryanair สังเกตขนาดของตัวเครื่องเทียบกับขนาดประตูและขนาดคนที่กำลังเดินออกมา

เครื่องบินใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึง บินจาก Copenhagen มาลงที่สนามบิน Cologne-Bonn ที่ตั้งอยู่บริเวณนอกเมืองระหว่างเมือง Cologne และเมือง Bonn จาก Cologne เราก็นั่งรถบัส Megabus เจ้าเก่ากลับมายัง Karlsruhe สุดที่รัก และแล้วหลังจากผ่านไปนานกว่าสองเดือน เราก็ได้กลับมายังเมืองที่เจ๋งที่สุดในประเทศเยอรมนีอีกครั้ง และกลับมาคราวนี้ ไม่ใช่แค่ในฐานะนักเรียนภาษา แต่เป็นในฐานะนักเรียนมหาลัย (แอร๊) อดใจรอแทบไม่ไหว อยากรู้มากว่าชีวิตนักเรียนมหาลัยที่นี่จะเป็นยังไงบ้าง แต่จะเป็นอย่างไรนั้น ไว้มาติดตามชมกันในตอนต่อๆไปโนะ

IMG_2977

กลับมาถึงแล้ววว ปราสาท Karlsruhe ที่รัก

ปล. โพสต์นี้ตอนแรกเขียนมาได้ครึ่งนึงแล้ว แล้วก็หยุดไปหลายเดือนเลยเพราะว่ายุ่งกับที่มหาลัย ทั้งงานเยอะ ทั้งไม่ค่อยมีอารมณ์เขียนด้วย แต่ตอนนี้หยุดช่วงคริสต์มาสปีใหม่พอดี เลยแว๊บมาเขียนก่อนจะไปเที่ยว 55 ถ้าเขียนทันเดี๋ยวจะมาสรุปชีวิตครึ่งเทอมแรกที่ผ่านมาโนะ

IMG_2663

ใบไม้เปลี่ยนสีด้านในป้อมปราการ Kastellet

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s