Leipzig 2nd Time: Abandoned Leipzig

ครั้งที่แล้วที่เรามา Leipzig ตอนนั้นได้แค่เดินดูแถวๆใจกลางเมืองแบบผ่านๆ กับไปสอบเข้าคอลเลจแค่นั้นเอง แถมยังเดินทางออกจากเมืองนี้ไปอย่างไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่อีก (แอบกลับไปอ่านโพสต์เก่ามา) ครั้งนี้เราตั้งใจเต็มที่ว่าจะมาเก็บตกส่วนที่ขาดหายไป และจะเปิดใจเปิดรับเมืองนี้ให้มากขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นที่เมืองนี้บ้างนั้น เดี๋ยวมาดูกัน

DSCF1014

เราเดินทางออกจากเมือง Erfurt มาตอนบ่ายๆโดยรถบัสของบริษัท Meinfernbus ระหว่างทางรถบัสก็วิ่งผ่านตัวเมือง Weimar ผ่านหมดเลยสถานที่สำคัญทุกอย่าง สถานีรถไฟ ใจกลางเมือง บ้าน Goethe… คือแบบ โอ๊ยยยยย รู้อย่างงี้เมื่อวานไม่ต้องเสียเงินนั่งรถไฟถ่อมาถึงนี่แค่เพื่อมาเดินเล่นโฉบไปโฉบมาก็ได้ 5555 (เมื่อวานไม่ได้เข้าชมพิพิธภัณฑ์อะไรเลยเพราะร้อนและเพลียมาก อยากกลับไปนอนอย่างเดียว) พอรับส่งคนที่ Weimar เสร็จแล้วรถบัสก็ออกเดินทางต่อไปยังเมือง Jena ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เมืองนี้เป็นเมืองเล็กๆที่อยู่ติดกับภูเขาสูงชัน วิวทิวทัศน์จากรถบัสมองออกไปนี่สวยมาก มีบ้านเดี่ยวตั้งเรียงรายกันขึ้นไปตามเนินเขา แถมตรงชานเมืองยังมีแฟลตแบบคอมมิวนิสต์ตั้งติดๆๆๆกันเต็มไปหมดอีก เดี๋ยววันหลังต้องกลับมาเที่ยว 55 พอรับส่งคนที่ Jena เสร็จ รถบัสก็มุ่งตรงต่อไปยังเมือง Leipzig

เมือง Jena (รูปจากเน็ต)

ที่เมือง Leipzig ครั้งนี้ เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราต้องหาที่พักแบบเสียตังด้วยตัวเอง เพราะว่าหาที่พักจาก Couchsurfing ไม่ทัน จริงๆแล้วมีคนตอบกลับมาคนนึงแหละ เป็นนักศึกษาป.โทชาวเยอรมัน แต่เค้าบอกว่าเค้ายุ่งๆเรื่องเรียนอยู่ ถ้าหาไม่ได้จริงๆค่อยติดต่อเค้ามาอีกทีได้ แต่ตามประสาคนไทยขี้เกรงใจเราก็ตอบกลับไปว่าไม่เป็นไรรรร เดี๋ยวถ้าหาโฮสต์ไม่ได้จริงๆเดี๋ยวไปนอนโฮสเตลก็ได้ (จริงๆในใจแอบหวังให้เค้าตอบกลับมาว่า เฮ้ยแกไม่เป็นไรรร ถ้างั้นมาค้างบ้านเราก็ได้ ไรงี้ 555 แต่เค้าไม่ตอบกลับมาอีกเลย 55555 เลยต้องหาโรงแรมนอนเองตามระเบียบ บอกแล้วว่าคนไทยขี้เกรงใจจจ)

IMG_0703

ระหว่างทางจาก Jena ไป Leipzig มีกังหันลมผลิตไฟฟ้าขนาดมหึมาอยู่ข้างทางเต็มไปหมด

หลังจากลงรถที่แถวใกล้ๆสถานีรถไฟหลักของเมือง Leipzig แล้ว เราก็เดินลากกระเป๋าไปยังโฮสเตลที่เพิ่งหาจากในเน็ตก่อนลงจากรถอีกเหมือนกัน โฮสเทลที่เรามาอยู่ที่เมือง Leipzig คือ A&O Hostel ที่ตั้งอยู่ติดกับสถานีรถไฟหลัก คราวนี้ได้ห้องแบบแชร์เตียง 4 คน มีห้องน้ำในตัว ตลอดทั้งสามวันที่เราอยู่นั้นมีเพื่อนร่วมห้องอยู่แค่คนเดียว เป็นชายวัยกลางคนชาวเยอรมันท่าทางประหลาด หัวเกือบล้าน มีผมบางๆอยู่แค่กระจุกเล็กๆตรงกลางหัวด้านหลัง ตัวผอมสูงแต่มีพุงป่องออกมาแล้วก็ชอบยืนลูบพุงตัวเอง ใส่แต่กางเกงขาสั้นทั้งวันทั้งคืนยกเว้นตอนออกจากห้อง ดื่มแต่กาแฟจนทั้งห้องฉุนไปด้วยกลิ่นของกากกาแฟที่แกทำทิ้งไว้ ชอบพูดพึมพัมๆอยู่กับตัวเองทั้งวันทั้งคืน แถมชอบคุยนู่นคุยนี่กับเราไม่ยอมหยุด T.T นี่หรือคือประสบการณ์การนอนโฮสเตลครั้งแรกในชีวิตของเรา หลังจากเก็บข้าวเก็บของเสร็จ เราก็ออกไปนั่งเล่นเน็ตตรงล็อบบี้ หาข้อมูลท่องเที่ยวเมือง Leipzig แล้วก็ตัดสินใจเดินทางไปยัง Völkerschlachtdenkmal ซึ่งเป็นอนุสาวรีย์ที่ระลึกถึงการรบชนะนโปเลียนที่เกิดขึ้นในเมือง Leipzig นอกจากนี้อนุสาวรีย์แห่งนี้ยังเป็นอนุสาวรีย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปอีกด้วย แหม่ ที่สุดของยุโรปเยอะจริงๆนะครัชทริปนี้

A&O Hostel เป็นตึกหน้าตาโบราณๆขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ข้างสถานีรถไฟหลักเลย (รูปจากเน็ต)

ห้องพักของเราเป็นประมาณนี้ ห้องรวม 4 คน มีห้องอาบน้ำกับห้องส้วมในตัว

ส่วนกลางของโฮสเตล มีโต๊ะเก้าอี้ให้นั่งชิว+กินข้าว มีบาร์ มีโต๊ะสนุกเกอร์ ทีวี ชั้นหนังสือ ฯลฯ คือดีมาก

หลังจากออกจากโฮสเตลมา เราก็มาเดินสำรวจบริเวณ Zentrum หรือย่านใจกลางเมืองของ Leipzig คราวที่แล้วที่มาได้แค่มาเดินผ่านๆ ไปดูโบสถ์ แล้วก็เดินกลับแบบรีบมาก แทบจะเรียกว่ามาเดินดมมากกว่า คราวนี้หลังจากได้มีโอกาสพินิจพิจารณาสภาพแวดล้อม ตัวอาคารต่างๆที่ตั้งอยู่สองข้างทางแล้วก็ได้เดินลัดเลาะไปในซอยนี้ซอยนั้นแล้วก็รู้สึกประทับใจกับความงามของสิ่งก่อสร้างในบริเวณนี้มาก เมือง Leipzig ตรงใจกลางเมืองนี้เป็นบริเวณใจกลางเมืองแห่งหนึ่งที่สวยและสะอาดเป็นระเบียบมากเลยนะ พวกบ้านเรือนข้างทางก็ใหญ่โต มีตั้งหกเจ็ดชั้น แถมสถาปัตยกรรมก็สวยงามไม่แพ้พวกเมืองหลวงดังๆอื่นๆเช่นปารีสเลย ถนนหนทางก็ยิ่งใหญ่ กว้างขวาง สะอาดเป็นระเบียบ มีโต๊ะเก้าอี้ของร้านอาหารข้างทางให้นั่งมองดูเมืองมองดูคนเดินผ่านไปผ่านมา เป็นบริเวณหนึ่งที่เดินเพลินมากๆ พอทะลุบริเวณใจกลางเมืองออกไปแล้ว เราก็มาขึ้นรถไฟ S-Bahn ที่สถานี Leipzig Wilhelm-Leuschner-Platz ซึ่งอยู่ใต้ดินไปยังสถานี Leipzig Völkerschlachtdenkmal กัน

IMG_0708

หน้าตาตึกในบริเวณใจกลางเมือง Leipzig

IMG_0707

บริเวณใจกลางเมือง Leipzig

โบสถ์ Thomaskirche

โบสถ์ Thomaskirche

IMG_0816IMG_0811

Neues Rathaus อาคารศาลากลางที่ใหญ่โตและสวยงามรวมกับปราสาท Hogwarts

Neues Rathaus อาคารศาลากลางที่ใหญ่โตและสวยงามราวกับปราสาท Hogwarts

IMG_0818 IMG_0819

ส่วนของมหาลัย Leipzig ที่อยู่ในใจกลางเมือง

ส่วนของมหาลัย Leipzig ที่อยู่ในใจกลางเมือง

สถานีรถไฟ Leipzig Wilhelm-Leuschner-Platz ที่อยู่ใต้ดิน

สถานีรถไฟ Leipzig Wilhelm-Leuschner-Platz ที่อยู่ใต้ดิน


จากสถานี Leipzig Völkerschlachtdenkmal เราต้องเดินเลียบถนนใหญ่ลงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อีกซักพักถึงจะไปถึงตัวอนุสาวรีย์ ซึ่งตัวอนุสาวรีย์นี้ก็มีขนาดใหญ่มากกกก มีความสูงมากถึง 91 เมตร มองเห็นได้แต่ไกลเลย ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปดูด้านในตัวอนุสาวรีย์ได้แต่ต้องเสียตัง แต่ตรงด้านนอกของอนุสาวรีย์ก็มีบันไดให้เดินขึ้นไปจนเกือบถึงยอด วันที่เราไปมีคนมาวิ่งจ๊อกกิ้งขึ้นลงบันไดอยู่เกือบสิบคนได้ เห็นแล้วเหนื่อยแทน นอกจากนี้ก็ยังมีคู่รักหนุ่มสาวพากันมานั่งสวีทกันในมุมอับตรงด้านบนของอนุสาวรีย์ มองดูพระอาทิตย์ตกดินกันด้วย เห็นแล้วอิจฉาตาร้อน /ผลักคู่หนุ่มสาวตกลงไปข้างล่าง

IMG_0710

Völkerschlachtdenkmal จากไกลๆ

IMG_0716

Völkerschlachtdenkmal จากใกล้ๆ

ใกล้เข้าไปอีก

ใกล้เข้าไปอีก

หลังจากฟินกับวิวของตัวเมืองและแสงสีทองของพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินจากบนยอดของอนุสาวรีย์ Völkerschlachtdenkmal แล้ว เราก็หอบสังขารเดินกลับไปขึ้นรถไฟกลับ เหนื่อยมากๆ พอกลับไปถึงสถานี Leipzig Wilhelm-Leuschner-Platz ก็ไปเดินหาร้านอาหารไทยแถวใจกลางเมืองแล้วก็นั่งกินข้าวปลาทอดราดซอสอุ่นๆ มองดูคนเดินไปเดินมาอยู่ริมถนน แล้วก็หอบสังขารลากตัวเองกลับไปยังห้องพักที่โฮสเตลต่อ ตอนที่เรากลับไปถึงนั้นลุงรูมเมทคนเดิมก็นั่งลูบพุงจิบกาแฟอยู่แล้ว พอเค้าเห็นเราเข้ามาก็เริ่มคุยนู่นนี่นั่นทันที -,.- คืนนั้นเราก็เข้านอนอย่างเหนื่อยหน่าย พอกันทีกับการเดินอย่างทรหด เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเช่าจักรยานขี่อีกครั้ง แล้วเราจะไปตระเวนเมือง Leipzig ให้ทั่วทุกซอกทุกมุมเลย!!

วิวจากบนยอดของอนุสาวรีย์ Völkerschlachtdenkmal

วิวจากบนยอดของอนุสาวรีย์ Völkerschlachtdenkmal

วันต่อมาเราเดินไปร้านเช่าจักรยานที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของสถานีรถไฟ แต่ระหว่างทางบังเอิญไปเจอจักรยานสาธารณะที่ชื่อว่า Nextbike พอดี การสมัครสมาชิก การใช้บริการต้องทำยังไงบ้างเดี๋ยวไว้มาเล่าตอนหน้าโนะ เอาเป็นว่าเราก็ตัดสินใจเช่าจักรยานสาธารณะนี้แทน ราคา 9 ยูโร เช่าได้ 24 ชั่วโมง จักรยานที่จอดอยู่ตรงสถานีนั้นสภาพแอบไม่ค่อยสมประกอบ แต่ก็ขี่ได้ปกติ เราก็เลือกๆออกมาคันนึงแล้วก็เริ่มขี่ จักรยานคันนั้นเบาะสูงมาก ต้องเขย่งเท้าถึงจะปั่นได้ครบรอบ พยายามจะปรับเบาะลง แต่ก็ฝืดมาก เอาไม่ลง เลยดันทุรังขี่ไป แต่ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรมาก แค่รำคาญนิดหน่อย

สถานี Nextbike รูปสำหรับโปรโมตจากเว็บ ของจริงหาสภาพดีๆแบบนี้ไม่ค่อยมีหรอก


เสร็จแล้วก็เริ่มต้นออกสำรวจเมือง Leipzig การเดินทางครั้งนี้ (จริงๆก็ทุกครั้ง) เราอ้างอิงจากเว็บ Wikitravel เป็นหลัก คือมาดูรายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ แล้วก็เลือกที่เราอยากไป เราชอบดูตึก ดูบ้านเมือง ดูสถาปัตยกรรมสไตล์ต่างๆ ก็เลือกปั่นจักรยานไปตามย่านต่างๆของเมือง Leipzig ที่มีบ้านเมืองหน้าตาต่างๆกันไป ดีที่ในหน้า Wikitravel ของ Leipzig มีหัวข้อ Architecture โดยเฉพาะ เลยปั่นจักรยานไปตามนั้นได้เลย บริเวณที่เราสนใจเป็นพิเศษก็คือเขต Plagwitz ซึ่งเคยเป็นย่านอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟู แต่โรงงานต่างๆได้ปิดตัวลงไปในสมัยคอมมิวนิสต์ ทุกวันนี้บางส่วนของ Plagwitz จะเต็มไปด้วยบ้านและโรงงานร้าง แต่บางส่วนก็กลายเป็นย่านพื้นที่ฮิปสเตอร์แห่งใหม่ ที่เต็มไปด้วยพวกศิลปิน และผับบาร์ คาเฟ่อันมีชีวิตชีวา

บริเวณย่าน Plagwitz

บริเวณย่าน Plagwitz

IMG_0739

IMG_0742

IMG_0745

IMG_0746

ฝั่งตะวันตกของย่าน Plagwitz เป็นโรงงานปั่นฝ้ายร้างที่ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นสถานที่ให้เช่าสำหรับจัดแสดงงานศิลปะ โดยที่สภาพภายนอกก็ยังดูร้างอยู่

ฝั่งตะวันตกของย่าน Plagwitz เป็นโรงงานปั่นฝ้ายร้างที่ปัจจุบันถูกนำมาใช้เป็นสถานที่ให้เช่าสำหรับจัดแสดงงานศิลปะ โดยที่สภาพภายนอกก็ยังดูร้างอยู่

IMG_0754 IMG_0756IMG_0762IMG_0758IMG_0760IMG_0759

ด้านนอกมีจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่

ด้านนอกมีจอโปรเจคเตอร์ขนาดใหญ่

ด้านในยังดูเสื่อมโทรมอยู่ แต่ก็ปลอดภัยใช้งานได้

ด้านในยังดูเสื่อมโทรมอยู่ แต่ก็ปลอดภัยใช้งานได้

กลับมาที่ Plagwitz ต่อ ถนนสายที่กึ่งร้าง กึ่งมีคนอาศัย ตัวบ้านส่วนใหญ่ยังสภาพดีๆอยู่เลย

กลับมาที่ Plagwitz ต่อ ถนนสายที่กึ่งร้าง กึ่งมีคนอาศัย ตัวบ้านส่วนใหญ่ยังสภาพดีๆอยู่เลย

IMG_0774IMG_0773IMG_0767 IMG_0769

แถวนี้เริ่มคึกคักขึ้นมาหน่อย

แถวนี้เริ่มคึกคักขึ้นมาหน่อย

IMG_0771

นี้เริ่มมีพวกร้านอาหาร ร้านนู้นร้านนี้

เสร็จจากทัวร์ Plagwitz แล้วเราก็ขี่จักรยานกลับมาทางใจกลางเมือง พอข้ามแม่น้ำ Elster มาก็เป็นย่านที่มีชื่อว่า Connewitz ซึ่งมี Fockeberg ซึ่งเป็นเนินเขาเล็กๆตั้งอยู่ ความน่าสนใจของ Fockeberg ก็คือ มันเป็นเนินเขาที่เกิดจากซากปรักหักพังจากหลังสงครามโลกครั้งที่สองถูกนำมาทิ้งไว้รวมกัน จนปัจจุบันนี้ก็กลายเป็นป่ารก ที่ Fockeberg จะมีทางให้เดินหรือขี่จักรยานขึ้นไปจนถึงยอดได้

วิวของตัวเมืองจากบนยอดของ Fockeberg

วิวของตัวเมืองจากบนยอดของ Fockeberg

นอกจากนี้ Connewitz ก็ยังเต็มไปด้วยตึกหน้าตาประหลาด และตึกจากยุคคอมมิวนิสต์

นอกจากนี้ Connewitz ก็ยังเต็มไปด้วยตึกหน้าตาประหลาด

และตึกจากยุคคอมมิวนิสต์

และตึกจากยุคคอมมิวนิสต์

มีโรงเรียนอนุบาลที่หน้าตาชวนหดหู่

มีโรงเรียนอนุบาลที่หน้าตาชวนหดหู่

มีตึกร้าง

มีโรงแรมร้าง

IMG_0790IMG_0788

ซากตึกร้างในย่านอื่นๆ

ซากตึกร้างในย่านอื่นๆ

IMG_0805 IMG_0804

กลับมาดูอะไรสวยๆงามๆที่อาคารศาลฎีกาของประเทศเยอรมัน

กลับมาดูอะไรสวยๆงามๆที่อาคารศาลฎีกาของประเทศเยอรมันนิดนึง

หลังจากปั่นจักรยานดูเมืองจนเต็มอิ่มแล้วเราก็กลับมาตรงที่จอดแห่งเดิมเตรียมตัวเอาจักรยานคืน แต่ตอนนี้กำลังลงจากจักรยานนั้นก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น!!!!!!!!!!!!!!!! เมื่อกระโดดลงจากเบาะที่นั่งที่สูงเกินไปแล้วเท้าข้างซ้ายที่ลงพื้นอย่างผิดจังหวะของเราก็พลิก 90 องศา หันฝ่าเท้าซ้ายเข้ามาหาเท้าข้างขวาอย่างมิได้นัดหมาย!!!!

IMG_0737

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s