Erfurt & Weimar

เช้าวันแรกหลังจากออกเดินทางจาก Karlsruhe เราตื่นนอนขึ้นมาในเตียงนอนอันอบอุ่นและแสนสบาย ในห้องนอนอันแสนกว้างใหญ่และสะอาดสะอ้าน พอลุกจากเตียงเสร็จแล้วก็เดินออกจากห้องพักไปเข้าห้องน้ำที่กว้างขวางมาก กว้างกว่าห้องพักแบบนอนรวม 4 เตียงในโฮสเตลบางที่ซะอีก 555 แถมยังสะอาดและโปร่งโล่งสบาย มีหน้าต่างขนาดใหญ่ติดกระจกฝ้าให้แสงจากข้างนอกส่องเข้ามา ยังไม่พอ! ยังมีอ่างอาบน้ำให้ด้วย! ฟินสุดๆ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปมา
IMG_0698IMG_0700 IMG_0699

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเราก็เตรียมตัวออกเดินทาง ที่โรงแรมต้องจ่ายเงินเพิ่มถ้าจะกินอาหารเช้า แต่ว่ามีกาแฟกับชาให้ดื่มฟรี ตัวโรงแรมจริงๆแล้วอยู่ค่อนข้างไกลจากใจกลางเมืองเลยล่ะ ให้เดินอย่างเดียวไปกลับนี่ขาลากแน่ แต่ว่ามีสถานีรถรางอยู่ใกล้ๆ นั่งไปประมาณสองสามสถานีก็จะถึงสถานีรถไฟหลัก แต่เช้าวันนั้นยังฟิตอยู่เราเลยเดินจากโรงแรมเข้าไปในใจกลางเมือง

IMG_0652

ไส้กรอกย่าง Thüringer Rostbratwurst ที่มีชื่อเสียงมากของรัฐ Thuringia อร่อยมากๆ มาแล้วต้องลอง!

เมือง Erfurt เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นเมืองที่ Martin Luther ซึ่งเป็นบาทหลวงที่เป็นผู้นำในการแยกศาสนาคริสต์ออกมาเป็นนิกายโปรเตสแตนท์เข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยและเริ่มต้นชีวิตการเป็นพระ ด้วยเหตุนี้ทำให้ในบริเวณต่างๆในเมืองนี้เราจะพบกับสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับตัว Martin Luther อยู่ทั่วไป นอกจากนี้เมือง Erfurt ยังเป็นเมืองหลวงของแคว้น Thuringia ที่เป็นส่วนหนึ่งของเยอรมนีตะวันออก และเป็นหนึ่งในเมืองที่ไม่ได้ถูกทำลายลงไปในสงครามโลก ทำให้ตัวเมืองเกือบทั้งเมืองยังคงเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมและบ้านเรือนแบบเยอรมันดั้งเดิม แต่ว่าก็มีแฟลตที่อยู่อาศัยทรงเหลี่ยมๆทื่อๆจากสมัยคอมมิวนิสต์ตั้งอยู่ในบางส่วนของตัวเมืองเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ตรงบริเวณชานเมือง สถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นๆของเมือง Erfurt จะตั้งอยู่ใกล้ๆกันในบริเวณใจกลางเมือง ทำให้เดินดูรอบๆได้สบายๆ ไม่ต้องรีบร้อน แล้วก็ไม่ต้องนั่งรถรางไปนู่นไปนี่ให้เสียตัง แต่ว่าตัวใจกลางเมืองจะค่อนข้างอยู่ไกลออกไปจากสถานีรถไฟหลัก ถ้าขี้เกียจเดินหรือรีบก็ควรนั่งรถรางออกมาดีกว่า

แผนที่แสดงสถานที่สำคัญในเมือง Erfurt

ทางเข้า Petersberg Citadel

ทางเข้า Petersberg Citadel

สถานที่แรกที่เราแวะไปเที่ยวก่อนเลยก็คือ Petersberg Citadel เพราะว่าอยู่ใกล้โรงแรมที่พักอยู่มากที่สุด Petersberg Citadel เป็นป้อมปราการเก่าแก่สไตล์บาร็อกที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 17 ทุกวันนี้ Petersberg Citadel เป็นป้อมปราการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และเป็นป้อมปราการแห่งเดียวในยุโรปกลางที่ถูกรักษาสภาพไว้อย่างดี Petersberg Citadel ตั้งอยู่บนเนินเขาที่สูงที่สุดในเมือง Erfurt เพราะฉะนั้นจากด้านบนของป้อมปราการนี้ เราจะสามารถมองเห็นตัวเมือง Erfurt ได้ทั่วเลย นอกจากนี้ที่ด้านบนของป้อมปราการนี้ก็ยังมีภัตตาคารและคาเฟ่ให้ทานอาหารไป ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ของตัวเมือง Erfurt ไปด้วย

บรรยากาศรอบๆข้างบน

บรรยากาศรอบๆข้างบน

มีโรงเรือนร้าง

มีโรงเรือนร้าง

มีโบสถ์หน้าตาโทรมๆ

มีโบสถ์หน้าตาโทรมๆ

ตรงด้านบนของ Petersberg Citadel จะเป็นที่ราบ มีอาคารโรงเรือนของทหารอยู่สองสามหลัง ไม่แน่ใจว่าปัจจุบันนี้ยังมีทหารอยู่รึเปล่า หรือว่ากลายเป็นบ้านพักคนทั่วไปไปแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีอาคารที่ถูกทิ้งร้าง แล้วก็โบสถ์เก่าๆอีกหลังหนึ่ง และที่ชั้นใต้ดินของป้อมปราการนี้ก็จะเป็นเขาวงกตที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชมได้ แต่ต้องไปกับไกด์ (เสียดายมากเพิ่งรู้ว่ามีชั้นใต้ดินด้วย ไม่งั้นจะไปทัวร์แล้ว T^T) ราคาค่าเข้าชมก็กรุ๊ปละ 107 ยูโร หนึ่งกรุ๊ปมี 15 คน (http://www.erfurt-tourismus.de/en/guided-tours-and-sightseeing-trips/guided-tours-for-groups/guided-tours-on-petersberg/torchlight-tour-of-the-petersberg-citadel-and-casemates/)

วิวจากด้านบน (รูปจากเน็ต)

เสร็จจากชมวิวเมือง Erfurt แล้ว เราก็เดินลงมาตามเนินเขาที่ชันมากจนแทบจะกลิ้งลงมา แล้วก็มุ่งหน้าต่อไปยังสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมือง Erfurt ซึ่งก็คือมหาวิหาร Erfurt และโบสถ์ Severi ที่ตั้งอยู่ข้างๆกันบนเนินเขาเล็กๆถัดมาจากเนินเขาที่เป็นที่ตั้งของ Petersberg Citadel นี่เอง ด้านในโบสถ์ทั้งสองแห่งนี้ก็สวยงามอลังการเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม รูปสลัก และศิลปะอันวิลิศมาหรามากมาย นอกจากนี้ ความพิเศษของมหาวิหาร Erfurt ก็คือระฆัง Maria Gloriosa ซึ่งเป็นระฆังอันเก่าแก่ตั้งแต่สมัยยุคกลางที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่บนหอคอยของมหาวิหาร เค้าบอกว่าใครมาถึง Erfurt แล้วควรจะมาฟังเสียงระฆังที่ใสก้องกังวาลลูกนี้ให้ได้ นอกจากนี้มหาวิหาร Erfurt แห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่ที่ Martin Luther บวชเป็นพระอีกด้วย

วิวของมหาวิหาร Erfurt และโบสถ์ Severi จากจัตุรัส Domplatz (รูปจากเน็ต)

ด้านหน้าของอาคารทั้งสองจะมีบันไดขนาดใหญ่ทอดลงมาสู่จัตุรัสขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า Domplatz ซึ่งอีกฝั่งของจัตุรัสนี้จะเป็นบริเวณเมืองเก่าของเมือง Erfurt ที่เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนสไตล์เยอรมันแท้ๆ จากจุดนี้เราสามารถเดินสำรวจดูตามตรอกซอกซอยได้ทั่วเลย จะได้อารมณ์แบบเมืองโบราณมาก ในบริเวณเมืองเก่านี้ก็จะมีจัตุรัสกลางเมืองที่มีชื่อว่า Fischmarkt ซึ่งมีศาลากลางตั้งอยู่ แล้วใกล้ๆกันก็จะมี Alte Synagoge ซึ่งก็คือโบสถ์ของยิวที่เก่าแก่มากที่สุดในยุโรปเลย (โบสถ์ยิวเก่าแก่อื่นๆจะถูกทำลายไปหมดในช่วงสงครามโลก แต่เหตุผลที่โบสถ์ Alte Synagoge นี้อยู่รอดมาได้ก็เพราะว่าตอนนั้นที่ Erfurt มีการสร้างโบสถ์ยิวอันอื่นขึ้นมาแล้วโบสถ์อันนี้ก็ถูกเปลี่ยนไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นมั้ง มีเขียนเล่าอยู่ตรงหน้าทางเข้า ไปอ่านมาแต่ว่าจำไม่ได้ละ 555) ทุกวันนี้โบสถ์นี้ถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของวัฒนธรรมการใช้ชีวิตของชาวยิวในยุโรปในสมัยยุคกลาง

ตึก Rathaus หรือศาลากลางเมือง Erfurt ที่จัตุรัส Fischmarkt

ตึก Rathaus หรือศาลากลางเมือง Erfurt ที่จัตุรัส Fischmarkt (รูปจากเน็ต)

Alte Synagoge

Alte Synagoge

ตรอกซอกซอยเล็กๆในเมือง Erfurt

ตรอกซอกซอยเล็กๆในเมือง Erfurt

IMG_0670 IMG_0673

ถัดจาก Fischmarkt และ Alte Synagoge ไปอีกไม่กี่ก้าวก็จะเป็นอีกสถานที่ที่มีชื่อเสียงมากของเมือง Erfurt ซึ่งก็คือสะพาน Krämerbrücke ซึ่งบนสะพานแห่งนี้จะมีบ้านเรือนและร้านค้าตั้งอยู่ทั้งสองข้างทางไปตลอดแนวสะพาน ตอนเดินผ่านเข้าไปก็จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนถนนชอปปิ้งเก่าแก่ทั่วๆไป ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังเดินอยู่บนสะพาน และบริเวณทางเหนือของสะพาน Krämerbrücke ก็จะเป็นลำคลองเล็กๆแล้วก็บริเวณพื้นที่สีเขียวให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจไปพร้อมกับชมความงามของบ้านเรือนสไตล์เยอรมันยุคกลางที่ตั้งเรียงรายกันอยู่บนสะพาน Krämerbrücke มีคาเฟ่เล็กๆ มีร้านอาหาร ร้านไอติม บรรยากาศดีน่ามานั่งชิลๆ slow life สุดๆ

สะพาน Krämerbrücke (รูปจากเน็ตหมดเลย)

นอกจากนี้ สถานที่ที่สำคัญอื่นๆในเมือง Erfurt ก็จะเป็น Augustinerkloster ซึ่งเป็นที่ที่ Martin Luther พักสมัยที่เรียนศาสนาที่เมือง Erfurt แล้วก็จัตุรัส Anger ที่เป็นย่านชอปปิ้งที่เต็มไปด้วยห้างร้านยุคปัจจุบัน และมีตึกที่ทำการไปรษณีย์เก่าแก่ตั้งอยู่ แล้วนอกจากนี้ในเมือง Erfurt ก็ยังมีโบสถ์ต่างๆมากมาย แล้วก็มีสวนสาธารณะ Stadtpark ที่ตั้งอยู่บนเนินทางใต้ของสถานีรถไฟหลักให้ไปเดินเล่นพักผ่อนหย่อนใจกันด้วย แล้วก็ยังมีบริเวณเมืองใหม่ทางเหนือ และทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง Erfurt ที่เต็มไปด้วยแฟลตที่อยู่อาศัยที่ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยคอมมิวนิสต์สำหรับผู้ที่สนใจให้ไปเดินชมกัน

ถนนสายชอปปิ้งของเมือง Erfurt (รูปจากเน็ต)

ย่านแฟลตคอมมิวนิสต์ในเมือง Erfurt (รูปจากเน็ต)

ตอนที่เราไป Erfurt เราไม่ได้แวะเข้าดูพิพิธภัณฑ์อะไร เดินเอื่อยๆ ชมพวกสถานที่ท่องเที่ยวในใจกลางเมืองเสร็จแล้วก็ยังเพิ่งจะบ่ายอ่อนๆ แถมตอนนั้นเป็นฤดูร้อน กว่าพระอาทิตย์จะตกก็ดึกๆนู่น เราเลยตัดสินใจควักกระเป๋า ซื้อตั๋วรถไฟไปเที่ยวเมือง Weimar ที่อยู่ถัดจากเมือง Erfurt ออกไปไม่ไกล

IMG_0695

ในขณะที่เมือง Erfurt มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นเมืองที่ Martin Luther เข้าศึกษาเล่าเรียน เมือง Weimar ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในฐานะที่เป็นบ้านเกิดของนักกวีที่มีชื่อเสียงของประเทศเยอรมนีถึงสองคน คือ Goethe และ Schiller เมือง Weimar นี้ยังถือว่าเป็นเมืองที่มีความสำคัญมากในแง่ของศิลปวัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมในยุคเรืองปัญญาของประเทศเยอรมนี (German Enlightenment) นอกจากจะเป็นบ้านเกิดของ Goethe และ Schiller แล้ว เมือง Weimar ยังเป็นเมืองที่อยู่อาศัยของศิลปินที่มีชื่อเสียงมากมายเช่น Franz Liszt ซึ่งเป็นนักประพันธ์เพลง และยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Bauhaus ซึ่งเป็นโรงเรียนทางด้านการออกแบบที่มีความสำคัญมากในยุคนั้น ในปัจจุบันนี้ องค์การ UNESCO ได้ขึ้นทะเบียนสถานที่สำคัญต่างๆในเมือง Weimar มากมายให้เป็นมรดกโลก

บ้าน Goethe (รูปจากเน็ต)

บ้าน Schiller (รูปจากเน็ต)

Bauhaus University (รูปจากเน็ต)

ธงชาติของ Weimar Republic

นอกจากจะเป็นเมืองที่มีความสำคัญทางศิลปวัฒนธรรมแล้ว เมือง Weimar ยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในฐานะที่เป็นเมืองที่รัฐธรรมนูญแห่งแรกของประเทศเยอรมนีถูกลงชื่อใช้ภายหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทำให้ประเทศเยอรมนีในช่วงตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมาจนถึงสงครามโลกครั้งที่สองมีชื่อว่า Weimar Republic

เมือง Weimar เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่มากมายที่ไม่ได้ใหญ่โตอลังการแต่จะออกไปทางสวยงามและดูหรูหราซะมากกว่า ทางด้านตะวันออกของเมืองมีสวนสาธารนะ Park an der Ilm ที่มีขนาดใหญ่มากๆ และมีแม่น้ำ Ilm ไหลผ่ากลาง เอาจริงๆเมืองนี้เป็นเมืองที่ดูผ่านๆแล้วไม่ได้มีอะไรโดดเด่น เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์ สนใจพวกดนตรีคลาสสิค วรรณกรรมเยอรมัน อะไรอย่างงี้ซะมากกว่า ด้วยความที่เมือง Weimar เป็นเมืองที่อัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆมากมาย ทำให้การมาเที่ยวเมืองนี้ควรจะมีไกด์คอยบอกเล่าเรื่องราวเบื้องหลังของสถานีต่างๆ ควรไปแวะเที่ยวพิพิธภัณฑ์ หอศิลป์อะไรพวกนี้ ถ้าไม่ใช่คนที่สนใจในอะไรแนวนี้เมืองนี้จะกลายเป็นเมืองที่ไม่ค่อยมีอะไรเท่าไหร่

ปราสาท Belvedere ในเมือง Weimar (รูปจากเน็ต)

หลังจากเดินเตร็ดเตร่อยู่ใน Weimar ซักพัก เราก็เดินกลับมายังสถานีรถไฟหลักของ Weimar ที่อยู่ไกลจากใจกลางเมืองมากก (ประมาณหนึ่งกิโลเมตร) เดินขาลาก อากาศก็ร้อนตับแล่บ แถมทางเดินยังเป็นเนินขึ้นไปอีก แล้วก็ขึ้นรถไฟกลับไป Erfurt กลับไปยังที่พักอันแสนสบายอีกครั้ง จบวันแรกของการเดินทางครั้งนี้ เป็นวันที่ถ่ายรูปน้อยมากเพราะอากาศร้อน ไม่มีอารมณ์ถ่าย แถมรูปที่ถ่ายได้ก็ไม่ค่อยสวยด้วยเพราะแดดจ้าเกิน เดี๋ยววันต่อมาเราจะออกเดินทางต่อไปยังเมือง Leipzig เมืองที่เคยไปเมื่อปีที่แล้วตอนไปสอบเข้า Studienkolleg ของเมืองนี้แต่ว่าไม่ค่อยได้เที่ยวเท่าไหร่ คราวนี้จะมาเก็บตกสถานที่ที่ขาดไป แล้วก็จะมาเก็บบรรยากาศคอมมิวนิสเก่าๆของเมืองนี้ด้วย เดี๋ยวไว้มาต่อกันตอนหน้า

IMG_0662

Erfurt

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s