ออกเดินทางกลับสู่มาตุภูมิ

คลื่นความร้อนอันแสนจะทรมานยังคงอ้อยอิ่งอยู่เหนือภูมิภาคยุโรปอยู่นานถึง 2-3 สัปดาห์ เมือง Karlsruhe ที่ตั้งอยู่ในบริเวณที่มีอากาศค่อนข้างอบอุ่นอยู่แล้วยิ่งได้รับอิทธิพลไปเต็มๆ ช่วงนั้นนี่อุณหภูมิพุ่งขึ้นไปอยู่แถวสามสิบปลายๆทุกวัน อากาศร้อนอบอ้าวมากๆ ออกไปเดินข้างนอกนี่แสงแดดแผดเผา อารมณ์เกือบจะเหมือนในหนังฉากแบบที่อากาศร้อนจนภาพกลายเป็นสีโทนส้มๆ แล้วก็มีไอร้อนวูบวาบๆลอยขึ้นมาจนทำให้มองเห็นภาพบิดเบี้ยวเลย แต่เหตุผลที่ทำให้หน้าร้อนในยุโรปทรมานสุดๆอีกอย่างหนึ่งก็คือ ที่นี่อาคารเกือบทุกแห่งจะไม่ติดแอร์ แม้แต่พัดลมก็แทบจะไม่มีให้เห็น เพราะฉะนั้นถึงจะไปหลบแดดอยู่ที่บ้านหรือในตึกที่ไหน ก็ยังหนีความร้อนไม่พ้นอยู่ดี นอกจากจะซื้อพัดลมมาใช้เอง ช่วงนั้นนี่กิจกรรมโปรดของทุกคนในเมืองคือการไปว่ายน้ำ ซึ่งคนที่นี่เวลาเค้าจะไปว่ายน้ำ เค้าจะไปว่ายในทะเลสาบที่เปิดให้คนมาว่ายน้ำได้กัน เพราะว่าค่าเข้าสระว่ายน้ำปกติจะแพง ช่วงนั้นวันเสาร์อาทิตย์ถ้าขึ้นรถรางไปไหน จะเห็นคนผมเปียกๆ ไม่ก็คนที่ใส่ชุดลำลองทับชุดว่ายน้ำโดยสารอยู่เต็มไปหมด

ต้น Basil ที่ซื้อมาเหี่ยวตายเพราะความร้อน... เปล่าหรอกจริงๆตายตั้งนานแล้วแต่ยังไม่ได้เอาไปทิ้งซักที

ต้น Basil ที่ซื้อมาเหี่ยวตายเพราะความร้อน… เปล่าหรอกจริงๆตายตั้งนานแล้วแต่ยังไม่ได้เอาไปทิ้งซักที

หลังจากที่รับประกาศนียบัตร แล้วส่งเอกสารสมัครมหาลัยอะไรเรียบร้อยแล้ว ผ่านไปไม่กี่วันเราก็ป่วย ไข้ขึ้น และเจ็บคอมากกกกกกก กินอะไรไม่ได้ ทรมานมากๆ ไปหาหมอเอายามากินแล้วก็เก็บตัวอยู่บ้านอย่างเดียวเลย จะออกจากบ้านแค่ตอนไปหาอะไรกินเท่านั้น ตอนนั้นเข้าแต่ร้านอาหารไทยอย่างเดียวเลยเพราะไม่มีอารมณ์กินอะไรจริงๆ กินได้แต่อาหารไทย แม้แต่อารมณ์จะออกจากบ้านไปไหนยังแทบจะไม่มี ตอนนั้นแทบจะยกเลิกแผนเที่ยวทุกอย่าง อยากจะเอาแต่นอนอยู่บ้านไปจนถึงวันขึ้นเครื่องบินกลับไทย แล้วอีกอย่าง คนที่จะมาเช่าห้องเราช่วงที่เราไม่อยู่ก็ยังหาไม่ได้

แต่แล้ว ผ่านไปประมาณอาทิตย์นึง อาการของเราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ คอเริ่มดีขึ้นๆ จนดีเกือบเป็นปกติ ออกไปไหนมาไหนได้ กินอะไรได้เหมือนเดิม แล้วตอนนั้นก็มีคนติดต่อมาขอเช่าห้องพอดี เราเลยเอาแผนเที่ยวก่อนกลับไทยออกมาปัดฝุ่นใหม่ แล้วก็เก็บข้าวเก็บของ เก็บกวาดห้อง เตรียมตัวออกเดินทางครั้งใหญ่อีกครั้ง ครั้งนี้จะเป็นการเดินทางคนเดียวที่นานที่สุดที่เราเคยทำมาเลย เพราะว่านับจากวันที่เดินทางออกจาก Karlsruhe ก็จะเป็นเวลาถึง 3 สัปดาห์กว่าเราจะขึ้นเครื่องบินกลับไทย ส่วนในเรื่องของการเตรียมตัวก็เหมือนทุกครั้ง คือหลวมมากๆ แทบไม่มีแผนอะไรเลย แต่ครั้งนี้แย่ยิ่งกว่าเพราะว่าช่วงที่ป่วยอยู่ไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจเรื่องเที่ยวเลย ที่พักก็ไม่ได้หา จะหาโฮสต์จาก Couchsurfing ก็ไม่ทันแล้ว เวลากระชั้นชิดเกิน อาการป่วยก็ยังไม่หายดี 100% ทำให้ตอนนั้นแอบหวั่นใจเล็กๆก่อนออกเดินทาง แต่ว่าจะเปลี่ยนใจตอนนั้นก็ไม่ทันแล้ว เพราะว่าปล่อยห้องเช่าไปแล้ว 5555 เลยต้องเดินหน้าอย่างเดียวเท่านั้น

ตอนหายป่วยแล้วแอบแว๊บไปเที่ยวหอคอยตรงปราสาท Karlsruhe มาด้วย วันศุกร์เข้าชมฟรี

ตอนหายป่วยแล้วแอบแว๊บไปเที่ยวหอคอยตรงปราสาท Karlsruhe มาด้วย วันศุกร์เข้าชมฟรี

ก่อนจะออกเดินทาง เราแวะมาเดินเที่ยวดูงาน Das Fest ในเมือง Karlsruhe กับเพื่อน งาน Das Fest เป็นงานเทศกาลดนตรีประจำเมือง Karlsruhe ที่ถูกจัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม งานนี้เป็นงานเทศกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเมือง Karlsruhe และเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี ทุกๆปีจะมีคนเดินทางมาเข้าชมคอนเสิร์ตนี้กว่าสองแสนคน สถิติคือประมาณสี่แสนคนในปี 2009 ในงานนี้จะมีศิลปินนักร้องมากหน้าหลายตาจากทั้งประเทศเยอรมนีและจากต่างประเทศทั้งชื่อดังและมือสมัครเล่นมาแสดงคอนเสิร์ตบนเวทีขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะในย่านชานเมืองของ Karlsruhe คอนเสิร์ตจะถูกจัดขึ้นสามรอบในวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ให้เลือกจองตั๋วไปดูกัน ปีนี้เราพลาดโอกาสเข้าชมเพราะว่าเราเดินทางออกจาก Karlsruhe มาก่อนวันคอนเสิร์ตใหญ่ เลยได้แค่ไปเดินดูคอนเสิร์ตเล็กๆ กับตลาดนัดกลางแจ้ง (แต่คนก็เยอะมากนะ มาปูเสื่อนั่งกินนั่งดื่มกันเต็มไปหมดเลย) เดี๋ยวปีหน้าถ้ามีโอกาสไปดูคอนเสิร์ตใหญ่แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีโนะ

IMG_0598

บรรยากาศในงาน Vorfest (งานคอนเสิร์ตเล็กๆก่อนคอนเสิร์ตใหญ่ Das Fest) สีแดงๆทีเห็นไกลๆคือเวทีคอนเสิร์ตเล็กๆ

มีร้านอาหารให้ไปนั่งดื่มเป็นกิจจะลักษณะเหมือนกัน

มีร้านอาหารให้ไปนั่งดื่มเป็นกิจจะลักษณะเหมือนกัน

มีเนินเขาเล็กๆ ตรงนี้จะใช้เป็นเหมือนอัฒจันทร์ให้คนนั่งดูคอนเสิร์ต เวทีใหญ่จะตั้งอยู่ตรงหน้าเนินนี้เลย

มีเนินเขาเล็กๆ ตรงนี้จะใช้เป็นเหมือนอัฒจันทร์ให้คนนั่งดูคอนเสิร์ต เวทีใหญ่จะตั้งอยู่ตรงหน้าเนินนี้เลย

เมื่อสุริยนย่ำสนธยา... จะกลับบ้านนาตอนชื่อเสียงเรามี... จะยากจะจนถึงอดจะทนเต็มที่ นักร้องบ้านนอกคนนี้ จะกล่อมน้องพี่และแฟนเพลง.... แหม่ พุ่มพวงก็มาครัช

เมื่อสุริยนย่ำสนธยา หมู่นกกาก็บินมาสู่รัก…
ให้มาคิดถึง ท้องทุ่งนาเสียจัง ป่านฉะนี้คงคอยหวัง เมื่อไหร่จะกลับบ้านนา….
แหม่ พุ่มพวงก็มานะครัช – วิวพระอาทิตย์ตกจากบนเนิน

วันออกเดินทาง เก็บข้าวเก็บของเก็บห้องเรียบร้อบ กระเป๋าเดินทางพร้อม มองไปรอบๆห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆขนาดสิบกว่าตารางเมตรที่เราใช้อยู่กินนอนมาเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม ถอนหายใจเบาๆ ยิ้มอ่อน แล้วก็ปิดประตูห้อง ไขกุญแจล๊อค ก่อนจะเดินจากมาอย่างอาลัยอาวรณ์ (มากแมะ)

สภาพห้องก่อนไป เป็นระเบียบที่สุดตั้งแต่เคยอยู่มา 55

สภาพห้องก่อนไป เป็นระเบียบที่สุดตั้งแต่เคยอยู่มา 55

วันนั้นเราแวะเอากุญแจไปให้คนที่จะมาเช่าห้องต่อที่ที่ทำงานของเค้า แล้วก็มารอขึ้นรถบัสที่ป้ายรถบัสหลังสถานีรถไฟ ครั้งนี้เราใช้บริการรถบัสของบริษัท Postbus เพราะว่าตอนที่กำลังหารถไปอยู่ เราได้ตั๋วฟรีมาหนึ่งเที่ยวพอดีในฐานะที่เป็นลูกค้าที่ subscribe ข่าวต่างๆจากบริษัทนี้มาตลอด (ประหยัดเงินไป 14 ยูโรแน่ะ กรั่กๆๆ) จาก Karlsruhe เดินทางประมาณห้าชั่วโมงกว่าๆก็มาถึงจุดหมายแรกของการเดินทางของเรา ซึ่งก็คือเมือง Erfurt เหตุผลที่มาเมืองนี้ก็เพราะว่าเราตั้งใจว่าจะไป Berlin แต่ไม่อยากนั่งรถทีเดียวถึงเพราะนานมาก แล้ว Erfurt ก็เป็นเมืองที่อยู่กลางๆระหว่างทางพอดี แล้วก็เคยได้ยินมาว่าสวยด้วย

การเดินทางครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเดินทางคนเดียวที่ยาวนานที่สุดที่เคยทำมาแล้ว ยังเป็นการเดินทางคนเดียวครั้งแรกในชีวิตที่เรานอนโรงแรมด้วย เหตุผลก็อย่างที่เล่าไปว่าไม่มีเวลาหาโฮสต์จาก Couchsurfing ตอนนั้นเข้าเน็ตมือถือหาโรงแรมจาก Google Map ตอนอยู่บนรถบัสนั่นเลย พอลงรถก็เดินตามแผนที่ไป โรงแรมแรกที่เราไปถึงคือ Re4 Hostel ที่มีห้องว่างอยู่พอดี ตอนนั้นมีห้องแบบแชร์ห้อง 3 คน กับห้องเดี่ยวสำหรับ 2 คน เราบอกว่าเอาห้องแชร์ แต่ปรากฎว่าเค้าได้ยินเป็นห้องเดี่ยว จาก 17 ยูโรต่อคืน เลยกลายเป็น 33 ยูโรต่อคืน =[]=!! บวกค่าผ้าปูเตียงอีกเท่าไหร่ไม่รู้จำไม่ได้ละ แต่ว่าเราก็ไม่ได้ไปเปลี่ยนห้องเพราะว่าขี้เกียจจะไปต่อล้อต่อเถียง แถมเอาจริงๆแล้วห้องเดี่ยวที่ได้มาก็น่าอยู่มากๆ ใหญ่โตมากกกก สวย สะอาด โปร่ง โล่งสบาย ถ้าเทียบกับราคา 33 ยูโรต่อคืนนี่ถือว่าคุ้มมาก จริงๆแล้ว 33 ยูโรนี่ก็ไม่ใช่ราคาเต็มนะ ห้องเต็มราคา 56 ยูโร แต่ว่าเป็นราคาสำหรับมาพัก 2 คน เรามาคนเดียวเค้าเลยคิดแค่คืนละ 33 ยูโร ที่โรงแรมนี้เค้าจะไม่มีห้องน้ำในตัวให้เลย ทุกห้องพักจะใช้ห้องน้ำรวมในชั้น แต่ว่าชั้นที่เราอยู่จะมีแต่ห้องแบบห้องเดี่ยว แล้วตอนนั้นรู้สึกว่าจะมีแค่เราคนเดียวในชั้น เลยได้ใช้ห้องน้ำเป็นของตัวเองคนเดียวเลย 55 ห้องน้ำก็สวย โปร่ง สะอาดมากๆเหมือนกัน เป็นโรงแรมที่โอเคมากๆ แฮปปี้มากๆ แนะนำๆ

ภาพพาโนรามาแบบไม่ปะติดปะต่อของห้องพักของเรา

ภาพพาโนรามาแบบไม่ปะติดปะต่อของห้องพักของเรา ด้านหลังของเรามีโซฟายาวๆอีกตัวนึง ด้านขาวเป็นประตูห้อง

ตึกของโรงแรมนี้เมื่อก่อนเคยถูกใช้เป็นสถานีตำรวจ ทำให้แบบแปลนภายในอาจจะแปลกๆ แต่ว่าก็ไม่จำเจดี อีกอย่างภายนอกของอาคารก็สวยมาก

ตึกของโรงแรมนี้เมื่อก่อนเคยถูกใช้เป็นสถานีตำรวจ ทำให้แบบแปลนภายใน รวมถึงแบบแปลนของห้องพักต่างๆอาจจะแปลกๆ แต่ว่าก็ไม่จำเจดี ไม่ได้มีแต่ห้องสี่เหลี่ยมทื่อๆ อีกอย่างภายนอกของอาคารก็สวยมาก มีลานด้านหลังโรงแรมให้นั่งเล่น และทำกิจกรรมด้วย

สรุปแล้ว คืนแรกของทริปนี้ก็ผ่านไปด้วยดี ถึงจะต้องเสียเงินนอนโรงแรม แต่ก็เป็นโรงแรมที่น่าประทับใจมากๆ เดี๋ยวตอนหน้ามาต่อกันกับหนึ่งวันเต็มๆในเมือง Erfurt และเมือง Weimar ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

IMG_0605

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s