การเรียนใน Studienkolleg (3) : เทอมที่สอง

2015-08-27_213730

ภาพประกอบที่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

หลังจากที่ได้พักผ่อน (รึเปล่า) ช่วงปิดเทอมไปอย่างเต็มอิ่มกันแล้ว ก็ถึงเวลาของภาคการศึกษาที่สองที่จะต้องจริงจังกับการเรียนกันจริงๆแล้ว เพราะว่าเกรดเฉลี่ยในเทอมนี้จะถูกนำไปใช้รวมกับเกรดเฉลี่ยจากโรงเรียนม.ปลายที่ไทยเพื่อสมัครเข้ามหาลัยต่อไป ในเทอมที่สองนี้การจัดห้องก็ยังเป็นแบบเดิม ไม่มีการเปลี่ยนห้องหรือคละห้อง แต่ว่าเพื่อนร่วมชั้นจากห้องเก่าของเราอาจจะไม่ได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันทุกคน บางคนอาจจะต้องซ้ำชั้น หรือบางคนอาจจะลาออกไปด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ และก็อาจจะมีสมาชิกใหม่มาเรียนด้วย ซึ่งอาจจะเป็นเด็กที่สอบตกในเทอมที่แล้ว ต้องกลับมาเรียนเทอมสองซ้ำใหม่ หรืออาจจะเป็นเด็กที่เพิ่งจะสอบเข้ามาแต่ว่าได้คะแนนดีมากจนเค้าให้ข้ามมาเรียนเทอมสองเลยก็ได้ (คิดว่ากรณีนี้ส่วนใหญ่จะเกิดกับเด็กที่มาสอบเข้าตอนเทอมฤดูร้อน เพราะว่าคนที่เริ่มเรียนคอลเลจตอนฤดูร้อน ถ้าเรียนสองเทอมตามปกติก็จะเรียนจบคอลเลจตอนเทอมฤดูหนาว แล้วก็ต้องรอจนเทอมฤดูร้อนใหม่ที่มาถึงนี้ผ่านไปกว่าจะสมัครเข้ามหาลัยในเทอมฤดูหนาวถัดไปได้ เพราะว่ามหาลัยส่วนใหญ่จะเปิดรับนักเรียนใหม่ตอนเทอมฤดูหนาวเท่านั้น ถ้าเราสามารถกระโดดข้ามไปเรียนเทอมสองเลยได้ เราก็จะเรียนจบคอลเลจในเทอมฤดูร้อนนั้นและสามารถสมัครเข้ามหาลัยในเทอมฤดูหนาวที่มาถึงได้เลย สามารถประหยัดเวลาชีวิตไปได้ถึงหนึ่งปี แต่สำหรับเด็กที่มาเริ่มเรียนคอลเลจตอนเทอมฤดูหนาว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรีบกระโดดข้ามไปเรียนเทอมสอง เพราะถึงจะเรียนจบคอลเลจในเทอมฤดูหนาวนั้นแล้วก็ยังต้องอยู่ว่างๆรอไปอีกเทอมถึงจะสมัครเข้ามหาลัยในเทอมฤดูหนาวปีถัดไปได้อยู่ดี)

ในเรื่องของการเรียน ในเทอมสองนี้เราก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะมีอะไรเข้มข้นมากขึ้นกว่าเทอมหนึ่งมากนัก บรรยากาศการเรียนก็ปกติ แค่อาจจะกดดันมากขึ้นเล็กน้อยเพราะว่าต้องตั้งใจทำเกรดให้ดีๆ แต่ว่าในเทอมสองนี้จะมีสิ่งหนึ่งที่เพิ่มเข้ามา ก็คือชั่วโมงแล็บ (หรือ Praktikum) หนึ่งคาบต่อสัปดาห์ (ซึ่งหนึ่งคาบอาจจะยาวนานแค่ไหนก็ได้) ซึ่งสำหรับห้องที่เรียนเคมี จะมีเรียนแล็บเคมีเพิ่มขึ้นมา ส่วนสำหรับห้องที่เรียน Informatics จะมีสองแล็บ คือแล็บ Informatics กับแล็บ Electrotechnics แบ่งเป็นครึ่งๆ คือครึ่งแรกของเทอมจะเรียนแล็บ Informatics ส่วนครึ่งหลังจะเรียนแล็บ Electrotechnics หรือไม่ก็สลับกัน

อุปกรณ์ในการทำแล็บ Electrotechnics

อุปกรณ์ในการทำแล็บ Electrotechnics

เนื้อหาที่เรียนในเทอมสอง

วิชาเลข เทอมนี้จะเรียนเรื่อง อนุกรม อินทิเกรต แมตริกซ์ ภาคตัดกรวย และ Analytic Geometry ซึ่งเทอมนี้จะมีการสอบวิชาเลขแค่ 2 ครั้ง (เทอมแรกมีสอบเลข 3 ครั้ง) แล้วเทอมนี้ก็จะมีคาบวิชาเลขลดลงไปหนึ่งคาบ ทำให้มีเวลาว่างในสัปดาห์มากขึ้นมาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง! ถ้าคาบว่างนี้ไปอยู่ตอนเช้าก็จะมีเวลานอนยาวขึ้นหนึ่งวัน ถ้าคาบว่างนี้ไปอยู่ตอนเที่ยงก็จะเลิกเรียนเร็วหนึ่งวัน ขึ้นอยู่กับตารางสอนที่เค้าจัดมาให้

วิชาฟิสิกส์กลศาสตร์ จะเรียนเรื่องการเคลื่อนที่ของดวงดาว กฏของเคปเลอร์ การหมุน การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิก

วิชาฟิสิกส์ไฟฟ้า จะเรียนเรื่องไฟฟ้ากระแส การคำนวณตัวนำ ตัวเก็บประจุ ตัวต้านทาน กฏของโอห์ม กฎของเคิร์ชฮอฟฟ์ ไรงี้ การต่อวงจรแบบต่างๆแล้วหาความต้านทาน หาความต่างศักย์ หาพลังงานไฟฟ้า ฯลฯ การเปลี่ยนวงจรไฟฟ้าจากรูปสามเหลี่ยมเป็นรูปตัว Y

วิชา Informatics อันนี้จะพิเศษหน่อย เพราะในเทอมนี้ครูจะกำหนดหัวข้อเรื่องที่ต้องเรียนมา แล้วให้นักเรียนเลือกหัวข้อไปหาข้อมูลแล้วมาพรีเซนต์หน้าห้องเพื่อสอนเพื่อนคนอื่นๆเอง โดยที่ครูผู้สอนอ้างให้เหตุผลว่านักเรียนจะได้ฝึกการนำเสนอเป็นภาษาเยอรมัน ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อไปในภายภาคหน้าเมื่อต้องเข้าไปเรียนในมหาลัย ในแต่ละคาบ นักเรียนแต่ละคนก็จะมาพรีเซนต์หัวข้อของตัวเอง ซึ่งปกติก็จะใช้เวลาตั้งแต่ 45 นาทีขึ้นไป แต่บางคนก็พรีเซนต์ยาวมากกินเวลาไปจนเกินคาบนึง ต้องไปต่อเอาคาบหน้า และหลังจากพรีเซนต์เสร็จแล้วก็ต้องเปิดโอกาสให้เพื่อนๆถาม (แต่ปกติจะไม่ค่อยมีใครถามเพราะฟังคนพรีเซนต์พูดไม่รู้เรื่อง 555) แล้วก็ให้ครูถามด้วย ซึ่งก็ควรจะตอบให้ได้ ถ้าใครพรีเซนต์เสร็จเร็ว ถามตอบกันเสร็จแล้วก็ยังไม่หมดคาบ ครูก็จะมาอธิบายเพิ่มเติมในส่วนที่คนยังไม่ค่อยเข้าใจแล้วก็พูดเสริมในส่วนที่น่าสนใจให้ ในเรื่องของเนื้อหาที่แบ่งกันไปพรีเซนต์ก็จะมีหัวข้อหลากหลายกว้างขวางมาก ตั้งแต่โครงสร้างของคอมพิวเตอร์ โครงสร้างของระบบปฏิบัติการต่างๆ ภาษาต่างๆที่ใช้เขียนโปรแกรม อัลกอริธึม การทำงานของอินเตอร์เน็ต OSI, IP, TCP, DNS, Protocol ฯลฯ ไปจนถึงประวัติของอินเตอร์เน็ต การทำงานของไวรัสคอมพิวเตอร์ การทำงานของโปรแกรม Anti-Virus การทำงานของเว็บไซต์ที่ใช้ค้นหาข้อมูล การบีบอัดข้อมูล ไปจนถึง Artificial Intelligent และ Robotics พูดได้ว่าในทางทฤษฏี เรียนจบเทอมนี้ความรู้คอมพิวเตอร์เต็มเปี่ยม แต่ในทางปฏิบัติ… ฟังเพื่อนๆที่มาพรีเซนต์ยังฟังไม่ออกเลย T.T บางคนก็ยังพูดเยอรมันไม่คล่องเลย บางคนก็พูดพอได้แต่ว่าทำพรีเซนต์ออกมาง่อยมาก ส่วนคนที่ทำพรีเซนต์ออกมาดีก็มีอยู่บ้าง แต่ปกติเราเป็นคนไม่ค่อยตั้งใจเรียนอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอแบบนี้ หลับ! สุดท้ายต้องมาตามอ่านเองก่อนสอบ อ่านไม่ทันอีก คือวิชานี้ผ่านมาได้อย่างฉิวเฉียดจริงๆ 555

แล็บ Informatics จะเป็นการฝึกเขียนโปรแกรมโดยใช้ภาษา Java แบบเบื้องต้น เรียนในห้องคอม ครูจะไม่ค่อยสอนมาก แต่จะทำบทเรียนออนไลน์ไว้ให้แล้วใครสงสัยก็ให้ถามตัวต่อตัว

แล็บ Electrotechnics จะเป็นการต่อวงจรความต้านทานแล้วก็คำนวณค่าต่างๆออกมาแบบง่ายๆ ตรงส่วนคำนวณนี่อารมณ์เหมือนหัวข้อที่เรียนในฟิสิกส์ไฟฟ้าเลย ในแล็บนี้เค้าจะแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละ 4-5 คน แต่ละกลุ่มต้องต่อวงจรตามที่เค้ากำหนด คำนวณ แล้วก็เขียนสรุปการทดลองส่ง

1797376_723375157783204_1104705656379860801_n

บรรยากาศระหว่างการพรีเซนต์วิชา Informatics ของจริงไม่มีซับนะ -o-

การสอบในเทอมสอง

สำหรับเทอมนี้ วิชาเลข ฟิสิกส์ และ เคมี/Informatics จะมีการสอบ 2 ครั้ง ส่วนวิชาภาษาเยอรมันจะมีการสอบแค่ 1 ครั้งเหมือนเดิม (แต่แบ่งเป็นสอบ 4 ครั้ง ครั้งละพาร์ท) กระบวนการสอบอะไรก็ปกติเหมือนเดิมเหมือนเทอมแรกทุกอย่าง การตัดเกรดก็เหมือนเดิมคือเอาเกรดจากการสอบทั้งสองครั้งมาเฉลี่ยกัน ส่วนวิชาภาษาเยอรมันก็เอาคะแนนจากทั้ง 4 พาร์ทมาเฉลี่ยกัน แต่สำหรับวิชา Informatics จะพิเศษหน่อยตรงที่จะมีคะแนนจากการพรีเซนต์มารวมด้วย หมายความว่าหลังจากเราพรีเซนต์เสร็จ อาจารย์จะให้คะแนนการพรีเซนต์ของเราแล้วก็ตัดเกรดออกมา เกรดเฉลี่ยท้ายเทอมของวิชา Informatics ก็จะเป็นเกรดเฉลี่ยของการสอบทั้งสองครั้งและการพรีเซนต์ สมมติว่าสอบ Informatics สองครั้ง ได้เกรด 4 กับ 5 แต่พรีเซนต์ได้เกรด 1 เกรดเฉลี่ยวิชา Informatics ก็จะออกมาเป็น (4+5+1)/3 = 3.3 ซึ่งปกติแล้วคะแนนจากการพรีเซนต์จะเป็นคะแนนช่วยสำหรับใครหลายๆคน เพราะส่วนใหญ่จะได้คะแนนสอบน้อยกัน และครูจะไม่ค่อยกดคะแนนพรีเซนต์เท่าไหร่

ในเทอมสองนี้จะมีการสอบแล็บเพิ่มเข้ามาด้วย ซึ่งกำหนดการสอบจะไม่อยู่ในตารางสอบแต่ครูผู้สอบจะเป็นคนบอกเอง ในส่วนของแล็บ Informatics ในระยะเวลาครึ่งเทอมที่เรียนแล็บนั้น ครูจะให้เราเขียนเกมแบบง่ายๆขึ้นมาเกมนึงด้วยภาษา Java เกมอะไรก็ได้ แล้วก็เอาไปส่งตอนเรียนจบ คะแนนของแล็บนี้ก็จะมาจากชิ้นงานนี้ และไม่มีการสอบ ส่วนข้อสอบแล็บ Electrotechnics จะเป็นข้อสอบคำนวณแบบเดียวกับที่เรียนในแล็บเป๊ะเลย แค่พลิกแพลงมากขึ้นหน่อย แล้วคะแนนจากทั้งสองแล็บนี้ก็จะถูกเอามาเฉลี่ยกัน ได้ออกมาเป็นคะแนนแล็บรวม (คะแนน Praktikum)

จบเรื่องราวของเทอมที่สองใน Studienkolleg Karlsruhe เดี๋ยวตอนหน้าจะมาต่อด้วยเรื่องราวที่สำคัญที่สุดในการเรียนคอลเลจ ซึ่งก็คือเรื่องราวของการสอบ Feststellungsprüfung และสิ่งที่ต้องทำหลังจากสอบเสร็จกัน

IMG_7563

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s