Eurovision 2015 (1)

เมื่อวันเสาร์อยู่ดีๆเพื่อนชาวเยอรมันก็ส่งข้อความมาถามว่าเราเคยดู Eurovision Song Contest มั้ย คืนนี้มี Eurovision จะไปดูที่บ้านเค้ากันรึเปล่า เราเคยได้ยินเรื่องการประกวดดนตรี Eurovision มาผ่านๆเหมือนกัน กับเคยดูแค่ไม่กี่โชว์ที่ชนะในปีก่อนๆในยูทูบ ไม่เคยดูสดเลย เราตอบตกลงไป แล้วคืนนั้น ตอนสองทุ่มกว่าๆ เรากับคนอื่นๆก็มาพร้อมหน้าพร้อมตาที่บ้านเพื่อนคนนั้นกัน

11031759_10207027144584921_4507233509977997044_n

Eurovision Song Contest เป็นรายการประกวดดนตรีที่เก่าแก่ที่สุดในโลกและมีผู้ชมมากที่สุดรายการหนึ่งในโลก แต่ละปีมีผู้ชมรายการ Eurovision ทั่วโลกมากถึง 100-600 ล้านคน ซึ่งในปี 2016 นี้ รายการ Eurovision นี้ก็ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 60 แล้ว โดยในรายการนี้ ประเทศต่างๆในยุโรปและประเทศอื่นๆนอกยุโรปอีกไม่กี่ประเทศจะส่งศิลปินตัวแทนจากประเทศของตัวเองเข้ามาร่วมประกวด โดยจะแบ่งการประกวดออกเป็น 3 รอบ คือ รอบ Semi Final 2 รอบเพื่อคัดให้เหลือแค่ประมาณ 25-26 ประเทศที่จะได้เข้าไปเชือดเฉือนกันต่อในรอบ Final ซึ่งในรอบ Final นี้ หลังจากที่ทุกประเทศทำการแสดงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางรายการจะเปิดโอกาสเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆให้ผู้ชมจากทุกประเทศที่เข้าร่วมประกวด (รวมถึงประเทศที่ตกรอบ Semi Final ไปแล้ว) ส่งคะแนนโหวตเข้ามาทางโทรศัพท์ SMS หรือ App ในมือถือ โดยที่ผู้ชมจากประเทศใดๆก็ตามจะไม่สามารถโหวตให้ประเทศตัวเองได้ สามารถโหวตให้ประเทศอื่นๆได้เท่านั้น พอหมดเวลาโหวต คะแนนโหวตจากแต่ละประเทศก็จะถูกเอามารวมกับคะแนนของผู้เชี่ยวชาญทางดนตรี 5 คนของประเทศนั้นๆในอัตราส่วน 50/50 ออกมาเป็นคะแนนโหวตสุทธิจากประเทศนั้นๆ แล้วหลังจากนั้นคะแนนโหวตสุทธิจากประเทศผู้เข้าร่วมประกวดทุกประเทศก็จะถูกนำมาประกาศออกอากาศในรายการทีละประเทศเพื่อนำคะแนนมารวมกันเรื่อยๆเพื่อตัดสินผลการประกวด ประเทศไหนได้คะแนนเยอะสุดก็จะชนะการประกวดไป (ช่วงประกาศคะแนนจากทีละประเทศนี่จะเป็นช่วงที่ตื่นเต้นมาก เพราะว่าคะแนนจะถูกนำมารวมกันเรื่อยๆ แล้วเค้าก็จะมีชาร์ตแสดงว่าตอนนี้ประเทศไหนอยู่ในตำแหน่งไหน และมีคะแนนเท่าไหร่แล้ว ซึ่งตำแหน่งในชาร์ตนั้น พอเอาคะแนนจากประเทศใหม่มารวมทีนึง ตำแหน่งก็จะเปลี่ยนไปทีนึง ทำให้ลุ้นระทึกมากว่าสุดท้ายแล้วประเทศไหนจะได้ที่หนึ่งกันแน่)

ซึ่งการประกวด Eurovision ก็เป็นอะไรที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นวาระแห่งชาติของคนยุโรปเพราะใครๆต่างก็ให้ความสนใจและรอชม รอโหวตให้กับโชว์ที่ตัวเองชื่นชอบ หรือจริงๆแล้วอาจจะไม่ได้ชอบโชว์จากประเทศนั้นเป็นพิเศษ แต่ว่าโหวตให้เพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านของตัวเองเฉยๆก็มีเยอะ ซึ่งก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ทำให้รายการ Eurovision ถูกวิพากย์วิจารณ์มาอย่างยาวนาน เพราะว่าประเทศที่เป็นพันธมิตรกัน เช่นประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย และประเทศในกลุ่มเบเนลักซ์ มักจะโหวตให้ประเทศในกลุ่มเดียวกันซะเยอะ หรืออย่างประเทศที่เป็นลูกสมุนของรัสเซียก็มักจะโหวตให้รัสเซีย หรือในทางกลับกัน ประเทศที่เป็นคู่อริกันก็จะไม่ค่อยโหวตให้กัน เช่นประเทศที่เกลียดรัสเซียก็จะไม่ค่อยโหวตให้รัสเซีย ประเทศชาวยิวอย่างอิสราเอลก็จะไม่ค่อยโหวตให้เยอรมัน ถึงแม้จุดประสงค์ของรายการจะถูกจัดขึ้นเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และต้องการให้ดนตรีอยู่เหนือพรมแดนและเชื้อชาติก็ตาม

ส่วนประวัติของ Eurovision ในกระทู้พันทิพย์นี้ก็มีบรรยายไว้แล้ว http://pantip.com/topic/33207722 สำหรับในโพสต์นี้เราจะไม่ลงไปในรายละเอียดมากกว่านี้ แต่เราจะมาเปิดหูเปิดตากัน ว่าทั้งดนตรี ทั้งการร้องการแสดงจากทางยุโรปนั้นมันเป็นยังไง มีสไตล์ มีอารมณ์ มีลักษณะที่เหมือนหรือแตกต่างจากดนตรีจากฝั่งอเมริกายังไงบ้าง เราก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางดนตรีอะไรแต่ก็ฟังเพลงจากทางฝั่งอเมริกากับอังกฤษมาตลอดก่อนที่จะย้ายมาอยู่เยอรมัน เดี๋ยวเรามาจะวิจารณ์การแสดงของแต่ละประเทศแบบตามใจฉันกัน อันไหนชอบก็พูดถึงเยอะหน่อย อันไหนไม่ได้ชอบเป็นพิเศษก็ข้ามๆไปโนะ 555

1. Slovenia

เสียงนักร้องแปลกมีเอกลักษณ์ดี แต่ก็แอบคล้ายๆ Duffy เพลงแอบธรรมดา ฟังจบแล้วก็ผ่านไป โชว์ก็ไม่ได้อู้หูอู้หาอะไรมาก

2. France

หนึ่งในประเทศที่ชาตินิยมจ๋าที่ยังไงก็ไม่ยอมร้องเพลงเป็นภาษาอังกฤษ กราฟฟิคตรงฉากด้านหลังนักร้องเจ๋งดี แต่ดูรวมๆแล้วไม่มีอะไรน่าประทับใจ ประเด็นคือฟังไม่ออก ข้ามละกัน

3. Israel

ชอบตรงที่เพลงรวมๆดูเป็นสากลแต่ก็ใส่กลิ่นอายแบบตะวันออกกลางลงไปทั้งในการร้องของนักร้อง การเต้นและในดนตรีได้แบบเก๋มาก โดยเฉพาะตรงท่อนฮุค เจ๋งอะ 55 แล้วก็รองเท้านักร้องสวยดี อยากได้ 555

4. Estonia

เพลงเพราะนะแต่ธรรมด้า ธรรมดา โชว์แสงสีเสียงก็ไม่มีอะไร แต่อินเนอร์นักร้องมาเต็ม สีหน้งสีหน้าไปหมด มีน้ำตาไหลด้วย ไม่ธรรมดา นักร้องชายหน้าตาเหมือน Louis วง One Direction เลย

5. United Kingdom

โอ๊ยยยยย  เบ้ปากใส่ผู้ดีอังกฤษ ยังกะโชว์บรอดเวย์ธรรมดาๆ เพลงก็ยังกะเพลงการ์ตูนมิกกี้เมาส์อะไรพวกนั้น ไม่มีพลัง ไม่มีความน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่มีอะไรเลย มีพวกการจัดไฟกับฉากด้านหลัง กับชุดสะท้อนแสงที่สวยดี แต่อื่นๆเฉยๆมาก แอบคาดหวังกับประเทศนี้ไว้มาก เป็นถึงประเทศอังกฤษ ควรจะมีอะไรมากกว่านี้นะ /นั่งหาว

6. Armenia

บรรยากาศเหมือนแสดงละครเวทีเลย ขึ้นมาแบบเริ่ดมากนึกว่าเพลงแนวๆดิสนีย์อะไรพวกนี้ แต่หลังๆแอบน่ารำคาญ ท่อนฮุคไม่โดน ประสานเสียงไม่เพราะเลย ดนตรีธรรมดา อารมณ์เหมือนโชว์งานประกวดร้องเพลงทั่วๆไป

7. Lithuania

น่ารักมาก ดูแล้วยื้มตาม ทั้งแสงสี สีสันอะไรก็สดใสสวยงาม เพลงก็ความหมายน่ารัก เราชอบมาก แต่เพื่อนคนเยอรมันบอกว่าเสร่อมาก 555 เป็นโชว์ที่เราคิดว่าไม่ได้มาในแนวทางที่ควรจะชนะการประกวด แต่ก็ชอบมากๆ

8. Serbia

เรียกเสียงฮือฮาด้วยนักร้องสาวเจ้าเนื้อกับเพลงความหมายดีๆ ชั้นอ้วนแต่มั่นใจ พร้อมกับเพลงที่ขึ้นมาแบบโชว์พลัง และเปลี่ยนไปเป็นเต้นซ่องแตกตอนท้ายเพลง นักร้องเสียงแอบหลุด แต่รวมๆแล้วคิดว่าเป็นหนึ่งในโชว์ที่คู่ควรรางวัล Eurovision อยู่เหมือนกันนะ

9. Norway

มาแล้วโชว์โปรดของเราโชว์แรก เพลงเพราะมากๆ เศร้าบาดใจ นักร้องก็ร้องเพราะมากๆ ประสานเสียงกันเพราะมาก แสงไฟสีส้มๆก็สวย ดูแล้วยิ่งเน้นบรรยากาศเศร้าสร้อย ตอนท้ายก็ทรงพลังมากๆ ขนลุกซู่ๆ โอ๊ยเอาไป 10 10 10 /ซับน้ำตา

10. Sweden

หลังจากจบจากประเทศนอร์เวย์ ก็มาต่อกันที่ประเทศสแกนดิเนเวียอีกประเทศคือประเทศสวีเดน เราจะไม่บอกก่อนว่าประเทศนี้ชนะ Eurovision ในปีนี้เดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้นกัน โชว์ของสวีเดนเป็นโชว์หนึ่งที่โดดเด่นมากในการประกวดในปีนี้จากเทคนิคการฉายกราฟฟิคการ์ตูนประกอบการแสดงไปที่ฉากด้านหลัง (ไม่รู้ว่าศัพท์เทคนิคแบบนี้เค้าเรียกว่าอะไร) แถมแสงสีเสียงก็อลังการสุดๆ เพลงก็ปังมาก ไพเราะ สนุกและความหมายดี (ถึงจะมีคนค่อนขอดว่าก๊อปมาจากเพลง Lovers in the Sun ของ David Guetta ก็ตาม)

11. Cyprus

เหมือนฟังเพลงป๊อบเบาๆสไตล์บอยแบนด์อเมริกันยุค 1990 เลย นักร้องเสียงนุ่ม เพราะมากๆ เพลงก็เพราะ แสงจุดๆบนเวทีก็เหมือนกับดาวบนฟ้าส่องแสงประกายระยิบระยับ อารมณ์เหมือนออกมานอนฟังเพลงดูดาวกับคนรัก โอ๊ย โรแมนติคสุดๆ

12. Australia

ตอนดูโชว์นี้นี่นึกว่ามีใครแอบเปลี่ยนช่องไปเป็นรายการ American Music Award รึเปล่า เพราะมันช่างอเมริกั๊นนนนน อเมริกัน ทั้งการร้อง สไตล์ดนตรี บรรยากาศ การเต้น แสงสีบนเวที มัน Mass มากๆ อเมริกันสุดๆ จริงๆมันดีมากนะ แสงสีเสียงอะไรก็ดี เพลงก็ดี นักร้องก็เสียงดีมากๆ ไม่มีข้อกังขา แต่เพราะว่าสไตล์ดนตรีแบบนี้เราได้ยินมาเยอะมาก แล้วตัวเพลงนี้ก็ไม่ได้มีอะไรที่ทำให้ตัวเองแปลกแยกโดดเด่นออกมา เหมือนแค่เป็นเพลงป็อบธรรมดาๆเพลงนึง ไม่ได้มีท่อนไหนให้รู้สึกว้าว ดูจบแล้วดูจบเลยผ่านไปเฉยๆ

13. Belgium

มาถึงโชว์ที่เราชอบที่สุดในงาน หุหุ ตอนที่โชว์กำลังจะเริ่มแอบคิดในใจว่างานหนักเลยนะโชว์นี้ ต้องมาร้องต่อจากออสเตรเลียที่ร้องได้แบบเทพมาก แต่พอเริ่มโชว์ไปซักพัก รู้เลยว่าคิดผิด!! เพราะว่านักร้องจากเบลเยี่ยม ถึงจะไม่ได้มีเทคนิคล้านแปดและลูกคอเจ็ดชั้นแบบนักร้องจากออสเตรเลีย แต่ก็มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์และโดดเด่นมากๆ แถมยังสูงมากๆด้วย! และที่สำคัญคือตัวเพลงที่เรื่อยๆมาเรียงๆแต่มีพลังอย่างน่าอัศจรรย์ โทนแสงสีบนเวทีรวมทั้งสีของเครื่องแต่งกายที่ถึงจะมีแค่สีขาวกับสีดำแต่ก็สวยงามและลงตัว นี่ยังไม่พูดถึงการแสดงและการขยับท่าทางของนักร้องและตัวประกอบคนอื่นๆที่น่าจดจำ มันเป็นโชว์ที่ไม่ใช่แค่เป็นการแสดงดนตรีธรรมดา แต่ยังเป็นงานศิลปะชิ้นดีอีกชิ้นหนึ่งเลย

เดี๋ยวมาต่อที่เหลือตอนหน้าโนะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s