Last Minute Switzerland Trip: Beatenberg & Bern

สามชั่วโมงแห่งการนอนหลับๆตื่นๆในรถพยาบาลผ่านไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกเหมือนแทบไม่ได้นอน =.= คนขับพาเรามาส่งที่สถานีรถไฟหลักของเมือง Bern ตอนประมาณตีสี่นิดๆ หลังจากจ่ายเงินค่าเดินทางให้เค้าแล้วก็ถึงเวลาที่เราต้องลงจากรถมาเผชิญกับความหนาวอีกครั้ง อากาศหนาวจนตัวสั่น สถานีรถไฟก็ปิด ไม่รู้จะไปหลบที่ไหน สุดท้ายเจอตู้โทรศัพท์สาธารณะอยู่ข้างทางเลยเข้าไปหลบหนาวซักพักรอให้ร่างกายปรับตัว 55

อาคารรัฐสภา

อาคารรัฐสภา

ทางเข้าร้านกาแฟด้านหน้าบ้านของ Einstein

ทางเข้าร้านกาแฟด้านหน้าบ้านของ Einstein

ประตูทางเข้ามหาวิหาร Berner Münster

ประตูทางเข้ามหาวิหาร Berner Münster

พอออกมาจากตู้โทรศัพท์เราก็เดินดุ่มๆๆดูเมืองไปเรื่อยๆ เจอ free Wifi เมื่อไหร่ก็ยืนเล่นเน็ต ตอนนั้นเมืองร้างสนิท ไม่มีใครอยู่บนถนนเลย รู้สึกราวกับว่าเมืองทั้งเมืองเป็นของเราคนเดียว พอผ่านไปซักพักถึงเริ่มมีคนกวาดถนน คนเก็บขยะอะไรพวกนี้ มีรถวิ่งฉีดน้ำล้างถนนรอบเมืองด้วย วิ่งวนไปวนมาวนไปวนมา ตอนแรกนึกว่าโดนสะกดรอยตาม 555 แล้วพอเริ่มจะใกล้ๆรุ่งสางก็เริ่มเห็นคนมาวิ่งจ๊อกกิ้ง ระหว่างนั้นเราก็เดินจากใจกลางเมืองขึ้นไปทางทิศเหนือเรื่อยๆ ไปยังจุดขี้นรถที่นัดกับคนขับรถไปเมือง Interlaken ไว้

IMG_7959

ปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดนัดพบ

หลังจากไปถึงปั๊มน้ำมันที่เป็นจุดนัดพบแล้ว เราก็เดินหาของกินแถวๆนั้น แต่ว่าไม่มีร้านอะไรเปิดเลยเพราะว่าเป็นวันอาทิตย์ T.T ตอนนั้นหิวมากๆ เลยตัดใจยอมกลับมาซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตในปั๊มน้ำมันที่ปกติจะราคาแพงกว่าร้านข้างนอกกิน ตอนนั้นซื้อแซนด์วิชแฮมชีสสองชิ้น (ชิ้นนึงมีขนมปังรูปสามเหลี่ยมประกับกันสี่ชั้น) แค่นั้นก็หมดไป 5.5 สวิสฟรังก์ละ ซึ่งราคานี้อยู่เยอรมันซื้อข้าวร้านอาหารไทยถูกๆได้จานนึงเลย T.T อ้อ ตอนที่ซื้อของ คนขายพูดภาษาเยอรมันเป็นสำเนียงสวิส (ที่ฟังแล้วแอบฮา) ได้ยินแล้วฟินมาก อารมณ์แบบนี่เรามาถึงสวิสจริงๆแล้วนะ อะไรอย่างงั้น  55 หลังจากซื้อของเสร็จ อีกซักพักคนขับก็มาถึง แล้วเราก็นั่งรถไป Interlaken กัน

ระหว่างทางจาก Bern ไป Interlaken นั้นวิวสวยมากกกกกกก ข้างทางเป็นทุ่งหญ้าสีเขียวสว่างสดใส ด้านหลังไกลๆเป็นเทือกเขาแอลป์สลับซับซ้อนที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน เห็นแล้วรู้สึกอยากกินน้ำแข็งไสขึ้นมาตะหงิดๆ แสงนวลๆของพระอาทิตย์ยามเช้าก็ทำให้ภาพที่เห็นดูมุ้งมิ้งฟรุ้งฟริ้ง เรานั่งถ่ายรูปไปตลอดทางจนคนขับหันมาบอกว่าส่งรูปมาให้ด้วยนะ 555

IMG_7962 IMG_7966IMG_7971IMG_7969IMG_7982IMG_7979IMG_7975IMG_7990

ยิ่งรถขับเข้าไปใกล้ Interlaken มากขึ้นเรื่อยๆ เทือกเขาแอลป์ที่เห็นอยู่ไกลๆตอนแรกก็ยิ่งขยับเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ มารู้ตัวอีกทีเราก็กำลังขับรถกันอยู่ท่ามกลางภูเขาสูงชันซะแล้ว แถมยังมีทะเลสาบ Thun อันกว้างใหญ่ขนาบข้างถนนไปด้วยอีก ผิวน้ำราบเรียบเหมือนกระดาษของทะเลสาบ Thun เป็นสีฟ้าเข้มบริสุทธิ์มากๆ เห็นแล้วอยากจะเปิดประตูรถกระโดดลงไปว่าย ผ่านไปซักพัก ยังไม่ทันจะรู้สึกเต็มอิ่มกับวิวข้างทาง พวกเราก็มาถึงจุดหมายที่เมือง Interlaken คนขับมาส่งเราที่ใจกลางเมืองก่อนจะขับรถออกไปต่อ หลังจากนั้นเราก็เดินเล่นไปเรื่อยๆระหว่างที่กำลังคิดว่าจะทำอะไรต่อดี ระหว่างที่กำลังเดินอยู่ก็เจอม้านั่งตัวนึงว่างอยู่ เลยนั่งพักแป๊บนึง แล้วก็ผลอยหลับไป 555 อาห์… นอนหลับบนม้านั่งท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสวยงาม ในเมืองตากอากาศที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์นี่มันช่างฟินกว่านั่งหลับๆตื่นๆอยู่ท้ายรถพยาบาลเหลือเกิน หลังจากหลับไปซักพัก เราก็ตื่นมาอย่างสดชื่นสุดๆ ตอนนั้นเวลาประมาณเก้าโมงเช้า พระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนสูงขึ้นไปเหนือหัวละ ฟ้าใสมากๆ ไม่มีเมฆเลยแม้แต่ปุยเดียว เราเดินดูเมืองต่ออีกซักพัก ก่อนจะตัดสินใจเดินไปสถานีรถไฟ Interlaken เผื่อว่าจะมีพวกใบปลิวแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ก๊อปไปทำตาม

IMG_7998

สนามหญ้าขนาดใหญ่ใจกลางเมือง Interlaken

IMG_7995 IMG_8013 IMG_8014 IMG_8015

หลังจากมาถึงสถานีรถไฟและเดินดูซักพักแล้ว เราก็ตัดสินใจว่าจะนั่งรถบัสขึ้นเขาไปยัง Beatenberg เลย แล้วจะเริ่มเดินจากตรงนั้นลงมา ตอนแรกลังเลว่าจะไปเที่ยวแถบอื่นแล้วค่อยกลับมา Beatenberg ดีรึเปล่า แต่คิดไปคิดมา เราไม่มั่นใจว่าเวลาจะพอรึเปล่าถ้าจะกลับไปกลับมา ไม่รู้ว่าแต่ละที่ต้องใช้เวลามากแค่ไหน ถ้าเราเลือกไปเที่ยวแค่ที่เดียวก็ยังพอควบคุมเวลาได้ ถ้ามีเวลามากก็ยังอืดอาดยืดยาดได้ หรือถ้าเวลาไม่พอก็ค่อยนั่งรถบัสกลับก็ได้ ที่สำคัญคือไม่อยากเสียตังค์นั่งรถไปๆกลับๆ 55 พอคิดได้ดังนั้นแล้วก็มาซื้อตั๋วรถบัสที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติที่สถานี แล้วก็เดินฝ่าดงนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มใหญ่ (ที่รู้เพราะได้ยินเค้าคุยกัน) ที่กำลังยืนรอรถไฟอยู่ที่สถานีไปขึ้นรถบัสท้องถิ่นที่จอดรออยู่ด้านข้างสถานีรถไฟ

IMG_8032

ลานจอดรถบัสข้างสถานีรถไฟ Interlaken West

IMG_8023IMG_8021

รถบัสท้องถิ่นสีเหลืองของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ที่มีชื่อว่า Postbus พาเราและผู้โดยสารคนอื่นๆที่มีทั้งชาวเมืองและนักท่องเที่ยววิ่งออกจากลานจอดรถข้างสถานีรถไฟทะลุผ่านใจกลางเมือง Interlaken และเมือง Unterseen ที่ตั้งอยู่ข้างๆกัน แล้วก็ค่อยๆวิ่งลัดเลาะขึ้นไปตามเนินเขาลาดชันของภูเขาลูกใหญ่ที่อยู่ข้างๆ แล้วอีกเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ พวกเราก็มาอยู่ในจุดที่สูงพอที่จะมองเห็นวิวของทะเลสาบ Thun และตัวเมือง Interlaken และ Unterseen ทั้งเมืองได้แล้ว

IMG_8037IMG_8045IMG_8199

เราลงรถบัสที่ป้าย Beatenberg, Waldegg มาพร้อมกับนักท่องเที่ยวอีกสองคนที่สะพายกระเป๋าใบใหญ่ไว้บนหลัง นักท่องเที่ยวสองคนนั้นเริ่มเดินตามถนนลาดยางขึ้นเขาไปเรื่อยๆ แล้วเราก็แอบเดินตามสองคนนั้นไปเรื่อยๆ จนพอเริ่มนึกออกแล้วว่าต้องเดินไปทางไหน (จำทางมาจากภาพใน Google Street View ที่ดูมา) เราก็เดินแยกออกไปคนเดียว แล้วก็เดินขึ้นเขาไปตามทางเดินป่าที่เค้าทำเอาไว้ สูงขึ้นไปเรื่อยๆ สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จากที่ตอนแรกข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งหญ้าสีเขียวสด ซักพักก็เริ่มกลายเป็นหญ้าแห้งๆ ซักพักเริ่มมีกองหิมะสีขาวกองอยู่ตรงนั้นตรงนี้ จนในที่สุดรอบตัวของเราก็กลายเป็นหิมะไปหมด

IMG_8051IMG_8052 IMG_8058 IMG_8075 IMG_8105 IMG_8098IMG_8083

บนเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะนั้นไม่มีใครอยู่เลยนอกจากเราคนเดียว ไม่มีแม้กระทั้งนกซักตัวเดียว ณ วินาทีนั้นรู้สึกราวกับว่าบนโลกนี้มีเราอยู่แค่คนเดียว กับเนินเขาสีขาวโพลนแห่งนี้ และวิวทิวทัศน์ของเทือกเขาแอลป์อันงามสง่าที่สวยงามตราตรึงราวกับสรวงสวรรค์ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้านี้เท่านั้น เราเดินไปหาบริเวณที่หิมะละลายไปหมดแล้ว แล้วก็เอนตัวลงนอน หันหน้าไปทางสามยอดเขา Eiger, Mönch และ Jungfrau ที่สูงเด่นเป็นสง่าอยู่เคียงข้างกัน แล้วก็หลับตาลง พยายามซึมซับบรรยากาศรอบๆตัวและเก็บบันทึกความรู้สึกนี้เข้าไปในความทรงจำให้ชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้

IMG_8109IMG_8099IMG_8114IMG_8152

พักตรงนี้ ดีกว่า

พักตรงนี้ ดีกว่า หยุดและพักให้คลาย หายเหนื่อย

ยอดเขา Eiger, Mönch และ Jungfrau

ยอดเขา Eiger, Mönch และ Jungfrau

หลังจากเดินขึ้นไปตามเนินเขาที่ทอดชันขึ้นไปเรื่อยๆไม่จบไม่สิ้นมาได้ระยะเวลาหนึ่ง เราก็ตัดสินใจว่าควรจะเดินกลับลงไปได้แล้ว เพราะไม่งั้นอาจจะสลบเหมือดอยู่กลางกองหิมะนี้ 555 แล้วเราก็เดินย้อนกลับลงไปยังป้ายรถเมล์ที่มาลงเมื่อเช้า คราวนี้ระหว่างทางเริ่มมีนักเดินป่าคนอื่นเดินสวนมาเยอะขึ้น บางคนก็มากันเป็นครอบครัวพร้อมลูกเล็กเด็กแดงเลย ที่สวิตเซอร์แลนด์นี่ เวลานักเดินป่าหรือชาวบ้านทั่วไปเค้าเดินสวนกันเค้าจะเงยหน้ามาพูดทักทายกันทุกครั้งเลยนะ ไม่ว่าจะรู้จักกันหรือไม่รู้จักกันก็ตาม มีบางคนก็หันมาทักเราเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่จะไม่พูด สงสัยจะกลัวพูดไม่รู้เรื่อง 55

IMG_8150IMG_8157IMG_8155IMG_8183IMG_8178IMG_8169IMG_8203IMG_8202IMG_8212

จากป้ายรถเมล์เราก็เดินไปตามถนนที่ลัดเลาะไปตามเนินเขา จุดหมายคือสถานีรถราง Beatenberg ที่มีรถรางพาลงไปที่ตีนเขา ทางเดินคราวนี้เป็นทางเท้าริมถนน แถมระดับความสูงก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นแล้วเลยเดินได้สบายๆ แถมวิวก็สวยด้วยอีก แต่ว่าทางไกลมากๆ จากป้ายรถเมล์นั้นกว่าจะมาถึงสถานีรถรางปาเข้าไปสี่กิโลเมตรกว่าๆ ตอนนั้นหิวมากๆ เมื่อยก็เมื่อย ตั้งใจว่าจะแวะกินข้าวร้านอาหารข้างทาง กะว่าถ้าราคาจานละประมาณยี่สิบกว่าๆยูโรก็ยังพอสู้ไหว จะขอลองชิมอาหารสวิสหน่อย พอเจอร้านอาหารร้านนึงเราก็เดินไปดูราคาในเมนูที่แปะอยู่ตรงหน้าร้าน ปรากฏว่าราคาจานนึง… สามสิบกว่ายูโร!!!!!!!! ไอ้***!!! แพงไปไหน กรูไม่กินแล้ว 555555 แต่โชคดีที่เดินมาเจอร้านโชว์ห่วยร้านนึง เราเลยแวะไปซื้อแซนด์วิชแบบเมื่อเช้ามากินอีก คราวนี้เป็นไส้ไก่งวงทอดกับซอสอะไรซักอย่างหวานๆ อร่อยดี แล้วก็ซื้อไอติมคอนเนตโต้มากินอีกโคนนึงด้วย ทั้งหมดนี้ราคา 8.2 สวิสฟรังก์ ก็ประมาณ 7.8 ยูโร หรือสามร้อยบาท… สามร้อยบาทกับแซนด์วิชสองชิ้นและไอติมคอนเนตโต้หนึ่งอัน T.T

IMG_8240IMG_8248IMG_8261IMG_8263IMG_8265IMG_8289IMG_8274IMG_8278

พอเดินมาถึงสถานีรถรางแล้วเราก็เริ่มเดินลงเขาจากจุดนั้นลงไป จริงๆจะนั่งรถรางลงไปก็ได้แหละ แต่ก็ไม่นั่งเพราะว่าเหตุผลเดิม คือ งก 55 แล้วก็ยังมีเวลาอีกเยอะกว่าจะมืด ยังพอเดินลงเขาชิวๆได้ ซึ่งวิวระหว่างทางลงเขาจากสถานีรถราง Beatenberg ช่วงแรกก็สวยมากๆ มองเห็นทะเลสาบ Thun กว้างใหญ่ ยอดเขา Niesen ที่รูปทรงเหมือนพีระมิด และเมือง Interlaken ที่อยู่ไกลๆ แต่พอผ่านมาซักพักทางเดินเริ่มตัดเข้าไปในป่า ซึ่งนอกจากจะมองไม่ค่อยเห็นวิวอะไรแล้ว ทางยังชันมาก! ต้องพยายามรั้งตัวเองไว้สุดฤทธิ์ระหว่างที่ค่อยๆเดินลง แต่มันทำได้ยากมากเพราะทางมันชันมาก เหนื่อยยิ่งกว่าตอนเดินขึ้นเขาอีก ถ้ากลิ้งลงได้ กลิ้งลงไปแล้ว

IMG_8271IMG_8291IMG_8300IMG_8324 IMG_8323IMG_8320 IMG_8321IMG_8330

แต่ในที่สุดเราก็กลับลงมาถึงตีนเขาที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Thun จากจุดนั้นเราเดินอีกซักพักก็ไปถึงป้ายรถเมล์ Merligen, Beatus แล้วเราก็ขึ้นรถเมล์จากตรงนั้นเข้ามายังใจกลางเมือง Thun พอมาถึงเราก็ส่งข้อความไปบอก Peter จาก Couchsurfing ว่าตอนนี้มาถึง Thun แล้ว แล้วเค้าก็ขับรถออกมารับเรา แล้วก็ขับรถพาเราไปที่บ้านเค้าที่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆนอกเมือง Thun

IMG_8340 IMG_8347 IMG_8346 IMG_8360IMG_8358

มองจากด้านนอก บ้านของ Peter จะดูเป็นบ้านสไตล์ Swiss Chalet ปกติธรรมดาคือเป็นบ้านไม้หน้าตาแบบสวิสแท้ๆทั่วไป แต่พอเข้าไปด้านในนี่ ปรากฏว่าทันสมัยมาก มีที่จอดรถอยู่ใต้ดิน มีลิฟต์ แถมในบ้านหลังใหญ่ๆนั้นยังแบ่งเป็นห้องชุดหลายๆห้อง เหมือนกับเป็นคอนโดขนาดเล็กๆอีก ไม่น่าเชื่อว่าบ้านไม้ที่ด้านนอกนอกดูธรรมดาๆนี้ภายในจะมีขนาดใหญ่และทันสมัยกว่าที่คิดมาก พอเข้าไปในบ้านแล้ว Peter ก็ทำอาหารให้กิน เป็นสปาเกตตี้ต้มกับน้ำซุปใส่ผงคนอร์รสเนื้อ ใส่ซอสสำเร็จรูปธรรมดาๆ แต่ว่าด้วยความที่หิวมากเลยรู้สึกอร่อยมากๆ (จริงๆมันก็อร่อยอยู่แล้วด้วยแหละ เพราะว่าตัวเส้นมันมีกลิ่นน้ำซุปเนื้ออยู่จางๆ หลังจากกลับมาเยอรมันเราก็ต้มสปาเกตตี้ใสน้ำซุปใส่ผงคนอร์รสเนื้อตลอดเลย หลังจากต้มเสร็จน้ำซุปรสเนื้อนั้นก็ยังเอามาจิบเล่นได้ด้วย รสชาติอร่อยมาก)

IMG_8366

น้ำซุปเนื้อร้อนๆ

IMG_8364

บ้านไม้สไตล์ Swiss Chalet

พอกินข้าวเสร็จ ก็คุยอะไรกันต่ออีกนิดหน่อย ปรากฏว่า Peter เป็นทหาร แล้ววันพรุ่งนี้เค้าจะขับรถเข้าไปทำงานในเมือง Bern ด้วย พอดีเลย เราเลยขอติดรถเค้าไปด้วย ก่อนนอนคืนนั้นเราก็เข้าเว็บ Blablacar ดูว่าวันต่อมามีรถจาก Bern กลับไป Karlsruhe รึเปล่า ซึ่งปรากฏว่ามี! ตอนบ่ายๆด้วย เวลากำลังดีเลย เราเลยส่งข้อความไปหาคนขับ แล้วอีกซักพักเค้าก็ตอบตกลงกลับมา เอาเป็นว่าทริปนี้ก็ดูเหมือนน่าจะจบลงอย่างราบรื่นไม่มีปัญหาอะไรแล้ว จริงๆแล้วเราจะอยู่ต่อก็ได้แหละ แต่ว่าที่เที่ยวไปวันนั้นทั้งวันก็รู้สึกฟินพอแล้ว และเหนื่อยมากด้วย แล้วอีกอย่าง ต้องกลับไปเตรียมตัวสอบต่อด้วย

เช้าตรู่วันต่อมา Peter ก็ปลุกเรามากินข้าวเช้า ซึ่งเป็นซีเรียลใส่นมธรรมดา (คนที่ยุโรปนี่ชอบกินซีเรียลตอนเช้ามาก) ตอนนั้นยังมืดอยู่เลย แต่ซักพักขอบฟ้าก็เริ่มสว่าง แล้วพอพระอาทิตย์เริ่มเคลื่อนตัวออกมา ยอดของเทือกเขาแอลป์ที่อยู่ใกล้ๆก็ถูกฉาบไปด้วยแสงสีทอง

IMG_8379IMG_8378 IMG_8375IMG_8376

Peter ขับรถพาเรามาส่งในเมือง Bern ตรงบริเวณใกล้ๆกับใจกลางเมืองแล้วเค้าก็ขับรถไปทำงานต่อ จากบริเวณนั้นซึ่งอยู่บนเนินที่สูงกว่าตัวใจกลางเมือง เราก็เดินตามถนนที่ลาดเอียงลงมาเรื่อยๆ จนพอข้างทางไม่มีบ้านคนมาบังแล้ว วิวของเมืองทั้งเมืองก็ปรากฏขึ้นมาต่อหน้า วิวของเมืองเก่าตั้งแต่สมัยยุคกลางของ Bern ที่ทำให้เราตกอยู่ในมนตร์สะกดตั้งแต่แรกเห็น

IMG_8416IMG_8388IMG_8424IMG_8430IMG_8423

ระหว่างนั้นเราก็ส่งข้อความไปหา Marie ว่าตอนนี้อยู่เมือง Bern แล้ว แล้วจะนั่งรถกลับไป Karlsruhe ตอนบ่ายสาม เค้าก็นัดเจอกับเราในเมืองตอนเที่ยง ระหว่างนั้นเราก็เดินดูตัวเมืองเก่าไปเรื่อยๆ แล้วก็แอบไปนั่งหลับบนม้านั่งริมแม่น้ำอีกแล้ว 555

IMG_8436 IMG_8438 IMG_8444IMG_8447IMG_8456

พอได้เวลานัดเราก็มาเจอกับ Marie ที่จุดนัดพบซึ่งเป็นหอนาฬิกาเก่าแก่แห่งหนึ่งที่อยู่ตรงใจกลางเมือง แล้วเค้าก็พาเรานั่งรถบัสไปบ้านเค้า ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเก่าในฝั่งตะวันตกของเมืองที่บรรยากาศน่าอยู่มากๆ เต็มไปด้วยบ้านสวยๆหรูๆมากมาย พอเรามาถึงห้องพักของ Marie เค้าก็ทำอาหารให้เรากิน ซึ่งเป็นสปาเกตตี้อีกแล้ว กับซอสสูตรเด็ดของเค้า กับสลัด แล้วเราก็มาตั้งโต๊ะกินข้าวที่ระเบียงของเค้ากัน วันนั้นก็เป็นอีกวันที่แดดจ้า ท้องฟ้าใสแจ๋วมาก จากระเบียงบ้านของ Marie มองออกไปเห็นไกลถึงเทือกเขาแอลป์ที่เราเพิ่งไปมาเมื่อวานเลย สปาเกตตี้สูตรของ Marie อร่อยมาก เสร็จแล้วก็ยังมีของหวานอีก ซึ่งก็คือโยเกิร์ตก้บลูกเบอร์รี่อะไรซักอย่าง ระหว่างกินเราก็คุยกันไปด้วย Marie เล่าว่าตอนนี้เค้าทำงานเป็นนักเขียนคอลัมน์เรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมและศิลปะให้กับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์และเคยไปทำงานเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้เด็กชาวพม่าในภาคใต้ของประเทศไทยมาด้วย เค้าบอกเราว่าเค้ามีบัตร Swiss Pass สำหรับทั้งปี ก็คือเพียงแค่แสดงบัตรนี้ เค้าก็สามารถท่องเที่ยวไปไหนมาไหนในสวิตเซอร์แลนด์ก็ได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายได้ทั้งปีเลย แล้วที่สำคัญคือ เค้าสามารถพาคนอื่นไปด้วยได้อีก โดยที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกนิดเดียวเท่านั้น!! เค้าบอกเราว่าคราวหน้าถ้ามาสวิตเซอร์แลนด์อีกให้บอกเค้า เดี๋ยวเค้าจะไปเที่ยวเมือง Zermatt ไปดูยอดเขา Matterhorn ด้วยกัน

IMG_8474

พอได้เวลาบ่ายสาม Marie ก็พาเราเดินไปยังจุดนัดพบคนขับแล้วก็ยืนรอเป็นเพื่อนเราจนคนขับมาถึง แล้วเราก็เอามาม่าที่ขนมาสองซองให้เค้าเป็นของที่ระทึกตอบแทน แล้วก็บอกลากัน (สรุปว่ามาม่าที่ขนมาไม่ได้กินเลย ตอนที่หิวๆอยู่ก็เอาออกมากินไม่ได้เพราะไม่มีน้ำร้อนให้ใช้ต้ม!! =o=) แล้วในที่สุด เหมือนกับตอนจบของทุกทริป เราก็ต้องเดินทางกลับไปยัง Karlsruhe… สรุปแล้ว ทริปสวิตเซอร์แลนด์แบบวางแผนมาหลวมสุดๆครั้งนี้ก็จบลงอย่างราบรื่น ไม่มีอุปสรรคอะไรเลย แถมยังฟินสุดๆด้วย ประเทศนี้ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ ธรรมชาติก็สวย เมืองก็สวย คนก็เป็นมิตร แต่เสียดายที่โบกรถไม่สำเร็จ แล้วก็ยังไม่มีโอกาสได้ลองโบกรถอีกเลย 555 เดี๋ยวไว้คราวหน้าลองโบกในเยอรมันนี้ก่อน แล้วค่อยโบกข้ามประเทศถ้ามีโอกาส ลองมาดูกันดีกว่าว่าสำหรับทริปสวิตเซอร์แลนด์ 2 วัน 2 คืนนี้ เราใช้เงินไปเท่าไหร่บ้าง ตื่นเต้นจัง

วันที่หนึ่ง 

  • รถจาก Karlsruhe ไป Bern – 15 ยูโร
  • แซนด์วิช – 5.26 ยูโร
  • รถจาก Bern ไป Interlaken – 5.74 ยูโร
  • รถบัสจาก Interlaken ไป Beatenberg, Waldegg – 6.15 ยูโร
  • แซนด์วิชกับไอติม – 7.85 ยูโร
  • รถบัสจาก Merlingen, Beatus ไป Thun – 7.27 ยูโร

วันที่สอง

  • รถจาก Bern ไป Karlsruhe – 16 ยูโร

รวมทั้งหมดเป็น 63.27 ยูโร ก็ประมาณ 2,400 บาท แต่ถ้าโบกรถไปกลับสำเร็จนี่จะถูกลงไปเกือบครึ่งเลยนะเนี่ย

ปล. คำว่าสวัสดี ภาษาสวิสเยอรมัน พูดว่า กรึ๊ซซี่ (Grüezi) ถ้าอยากทำให้ชาวสวิสประทับใจ วันหลังถ้าไปเดินเที่ยวในหมู่บ้านเล็กๆในสวิตเซอร์แลนด์แล้วเห็นใครเดินสวนมาก็ให้พูดคำนี้ใส่ รับรองว่าเค้าต้องยิ้มแล้วทักกลับแน่ๆ (ถ้าเค้าเป็นคนสวิสนะ 555)

IMG_8308

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s