Europe 2015 Trip: Brussels, Bruges & Free walking tour

ก่อนอื่นขอบอกก่อนเลยว่าของดีเมือง Brussels ที่มาถึงแล้วไม่ควรพลาดมีอยู่ห้าอย่าง คือ ช็อคโกแล็ต เฟรนช์ฟราย วาฟเฟิล หอยแมลงภู่ และ เบียร์ เพราะฉะนั้นถ้ามาเที่ยวที่นี่แล้วก็อย่าลืมจัดไปให้หมด

ในส่วนของช็อคโกแล็ต ระหว่างประเทศเบลเยี่ยมกับประเทศสวิตเซอร์แลนด์นี่เค้าไฝว้กันมานานแล้วว่าใครเป็นคนคิดค้นขึ้นมาก่อน แล้วก็ของใครอร่อยกว่ากัน แต่ว่าพวกเราก็ไม่ต้องไปสนใจในจุดนั้นเพราะว่าหน้าที่ของเราคือกิน! ช็อคโกแล็ตยี่ห้อที่ดังที่สุดในเบลเยี่ยมก็คือ Neuhaus ซึ่งเดินๆอยู่ในเมืองก็จะเจอช็อปของ Neuhaus อยู่ทั่วไป

ในส่วนของเฟรนช์ฟราย เค้าบอกว่ามาถึงเบลเยี่ยมต้องมากินเฟรนช์ฟรายเบลเยี่ยมชิ้นอ้วนๆกับซอส Andalouse สูตรต้นตำรับ ซึ่งเราด้วยความที่ชอบกินเฟรนช์ฟรายมากอยู่แล้วก็ไปตระเวนชิมมาเกือบทั่วทั้งเมือง ซึ่งโดยส่วนตัวแล้ว มีความเห็นว่า… ไม่อร่อย 5555 คือแบบเฟรนช์ฟรายแมคโดนัลด์ชิ้นเล็กๆเค็มๆบางทียังอร่อยกว่า 555 แต่ก็ลองดูโนะ แต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน แต่เราว่าเฟรนช์ฟรายที่ Amsterdam อร่อยมาก เค็มๆ ไม่ต้องใส่ซอสเลย (เอ้อ แต่ถ้าเป็นที่เนเธอร์แลนด์ เค้าบอกว่าให้กินเฟรนช์ฟรายกับซอสมายองเนสนะ มันจะออกหวานๆไม่เหมือนมายองเนสของประเทศอื่น)

ในส่วนของวาฟเฟิล ไม่ได้กินที่นี่แต่ว่ากินตอนอยู่ Amsterdam คิดว่าก็คงเหมือนๆกัน อันนี้แนะนำ อร่อยมากๆ กินแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ แป้งวาฟเฟิลกัดทีแทบละลายในปาก

ในส่วนของหอยแมลงภู่ ไม่ได้กินเพราะแพงเกิน T.T

ส่วนในเรื่องของเบียร์เราจะไม่พูดถึงเพราะไม่สันทัดด้านนี้ กรั่กๆๆ (มีวงแหวนนางฟ้าผุดขึ้นมาบนหัว)

นอกจากเรื่องอาหารแล้วก็ไม่ค่อยมีอะไรเกี่ยวกับ Brussels มาเล่าเท่าไหร่ เรื่องประสบการณ์ของเราที่ไปมาก็ไม่มีอะไรพิศดารให้พูดถึงเป็นพิเศษ เพราะว่าครั้งนี้ไปนอนโรงแรมหารค่าห้องกับเพื่อนที่นัดมาเที่ยวด้วยกัน นอกจากนั้นก็แค่ไปเดินๆดูตามที่เที่ยว ส่วนเรื่องประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจก็เล่าไปแล้วในตอนที่แล้ว จะเป็นแนะนำเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวละกันโนะ ใน Brussels นี่พวกสิ่งก่อสร้างที่น่าสนใจส่วนใหญ่ก็อยู่ในเขตเมืองเก่านั่นแหละ โดยเฉพาะแถวๆ Grand-Place หรือว่าจัตุรัสกลางเมือง แต่ว่าตึกส่วนใหญ่ก็สวยไปหมดทั้งเมือง เป็นอีกเมืองนึงที่เดินดูนู่นดูนี่เพลินมากๆ เราว่าย่านใจกลางเมืองของ Brussels นี่บรรยากาศคล้ายๆ Paris เลย คือเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยเล็กๆ แล้วพวกตึกรามบ้านช่องก็จะสไตล์สวยๆหรูหราๆคล้ายๆกัน แต่ว่าที่ Brussels จะมีบรรยากาศสบายๆ relax มากกว่า ไม่ได้เต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างใหญ่โตอลังการเหมือน Paris ตัวเมืองก็เล็กๆกะทัดรัดเดินไปเดินมาไม่นานก็ทั่ว มีร้านอาหาร ร้านคาเฟ่น่ารักๆน่านั่งอยู่ตามทางมากมาย

DSCF5066 DSCF5093DSCF5108DSCF5016DSCF5095 DSCF5073DSCF5074DSCF5001

ถนน Rue Grétry และ Rue des Bouchers อยู่ใกล้ๆสถานี De Brouckere ถนนสองเส้นนี้เป็นถนนที่เต็มไปด้วยร้านอาหารข้างทางมากมาย ซึ่งร้านส่วนใหญ่เมนูก็คล้ายๆกันแหละ เมนูเด็ดใส่ป้ายโฆษณาใหญ่ๆหน้าร้านของทุกร้านก็คือหอยแมลงภู่กับเฟรนช์ฟราย หรือ Moules-frites นี่แหละ ขายทุกร้าน ราคาก็พอๆกันหมด จำไม่ได้แล้วเท่าไหร่ น่าจะสิบกว่าๆยูโร ตอนนั้นต้องประหยัดสุดๆ ไม่มีคนช่วยแชร์ด้วยเลยอดกิน แต่ว่านอกจากหอยแมลงภู่แล้ว บรรยากาศน่ารักๆของถนนเส้นนี้ก็ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ใน Brussels ที่ควรมาเดินดูไม่น้อยเลย

Delirium Café เป็นร้านเหล้าในตรอกเล็กๆในถนน Rue des Bouchers ความพิเศษของร้านนี้ก็คือเป็นร้านเหล้าที่ขายเบียร์หลากหลายชนิดมากที่สุดในโลก เพราะว่าที่ร้านนี้มีเบียร์ให้ดื่มมากมายถึงกว่า 2000 ยี่ห้อ!!!

Rue des Bouchers

Delirium Café

Jeanneke-Pis หลายคนอาจจะเคยได้ยินเรื่องรูปปั้นเด็กผู้ชายยืนฉี่ในกรุง Brussels แต่หารู้ไม่ว่ารูปปั้นเด็กผู้หญิงนั่งฉี่ก็มีเหมือนกัน! ซึ่งก็มีชื่อว่า Jeanneke-Pis นี่แหละ อยู่ในตรอกเดียวกันกับ Delirium Café เดินเข้าไปอีกนิดเดียว ตัวรูปปั้นจะอยู่ลึกเข้าไปในตัวตึก มีรั้วเฉิ่มๆกั้นไว้อยู่ด้านหน้า มองผ่านๆนึกว่าเป็นศาลเจ้าอะไรซักอย่างซะอีก ถ้าเอากระบะทรายมาตั้งไว้ข้างหน้านี่จะเดินเอาธูปไปปักละ

Galerie du Roi ที่ปลายสุดของถนน Rue des Bouchers มีถนนเล็กๆที่ทำหลังคากระจกครอบไว้ ข้างทางเรียงรายไปด้วยร้านรวงต่างๆตั้งอยู่ บรรยากาศดีเหมือนกัน แว้บแรกที่เห็นนี่นึกถึงตลาดพระในร่มตรงท่าพระจันทร์ในกรุงเทพเลย

Grand-Place ถัดออกมาอีกนิดจะเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่รายล้อมไปด้วยตึกยุคโบราณมากมาย งามมากๆ เห็นแว้บแรกแล้วต้องอ้าปากค้าง

Le Cercueil ผับเล็กๆใกล้ๆ Grand-Place ตอนนั้นเดินโผล่เข้าไปโดยบังเอิญ เป็นผับที่ไม่ธรรมดาเพราะว่าตกแต่งในสไตล์ปรโลก 555 คือประมาณเอาโลงศพมาเป็นโต๊ะ มีหัวกะโหลก ผีต่างๆ บรรยากาศมืดๆ อะไรประมาณนั้น ถ้าใครชอบแนวๆนี้ก็ไม่ควรพลาด

ที่นั่งในร้าน Le Cercueil

ศาลเจ้าแม่ เอ้ย รูปปั้น Jeanneke-pis

ศาลเจ้าแม่ เอ้ย รูปปั้น Jeanneke-pis

Galerie du Roi

Galerie du ท่าพระจันทร์

Grand-Place

Manneken Pis เดินต่อจาก Grand-Place ไปซักพักก็จะเจอ Manneken Pis ซึ่งเป็นน้ำพุเล็กๆที่มีรูปปั้นรูปเด็กผู้ชายยืนฉี่ที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของกรุง Brussels ตั้งอยู่ ตำนานของรูปปั้นนี้ก็มีหลากหลายเรื่องต่างๆกันไป เรื่องหนึ่งที่มีชื่อเสียงก็คือ ในสมัยก่อนมีคนจะมาวางระเบิดเมือง แต่มีเด็กผู้ชายคนนึงมายืนฉี่ใส่ระเบิดให้มันทำงานไม่ได้ เมือง Brussels เลยรอดจากการโดนระเบิด จริงๆแล้วรูปปั้นเด็กนี้แก้ผ้าไม่ใส่อะไรเลย แต่ว่าเค้าจะเอาเสื้อผ้ามาใส่ให้ แล้วก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆตามเทศกาล

Palais de Justice อาคารศาลสูงสุดของเบลเยี่ยม อยู่ห่างออกมาทางตะวันออกเฉียงใต้ของใจกลางเมือง ตัวตึกสวยงามมาก ใหญ่โตอลังการ แถมจากบริเวณนั้นยังสามารถมองออกไปดูวิวใจกลางเมืองของกรุง Brussels ได้อีกเพราะว่าพื้นที่บริเวณนั้นสูงกว่าพื้นที่บริเวณใจกลางเมือง

Palais d’Egmont จะอยู่ทางฝั่งตะวันออกของใจกลางเมือง บริเวณย่านนี้จะอยู่บนพื้นที่ๆสูงกว่าบริเวณใจกลางเมือง ทำให้สามารถมองเห็นวิวของตัวใจกลางเมืองได้เหมือนกัน แล้วบริเวณนี้ก็จะเต็มไปด้วยอาคารสำคัญๆต่างๆที่ใหญ่โตและสวยงามมาก แถมยังมีพิพิธภัณฑ์อีกมากมาย สวนสาธารณะขนาดใหญ่ และพระราชวังของกษัตริย์เบลเยี่ยมอีกด้วย

Cathedral of St. Michael and St. Gudula วิหารขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆสถานีรถไฟหลัก หน้าตาเหมือนมหาวิหาร Notre Dame ใน Paris แบบมองผ่านๆแล้วแยกไม่ออก

Atomium ตึกรูปอะตอมขนาดใหญ่อันมีชื่อเสียงของกรุง Brussels ด้านในเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการต่างๆ แต่เราไม่ได้ไปมาเพราะมันอยู่ออกไปนอกตัวเมือง แล้วก็ต้องเสียค่าเข้าชมประมาณสิบยูโรด้วย ขี้เกียจเดินทางและงก 55

DSCF5059

Mannekin Pis

Cathedral of St. Michael and St. Gudula

Cathedral of St. Michael and St. Gudula

Atomium

นี่ก็เป็นที่เที่ยวที่เราว่าน่าสนใจที่สุดใน Brussels ละ แต่จริงๆแล้วก็ยังมีสิ่งก่อสร้างเก่าๆสวยๆ ยังมีพวกอนุสาวรีย์อะไรอีกเยอะเต็มไปหมดทั้งเมืองที่เราไม่ได้ไปดู ขอย้ำอีกรอบว่าเมืองนี้นี่มีอะไรสวยๆงามๆให้เดินดูเยอะมากจริงๆ แต่ว่าใน Brussels ก็มีย่านที่ค่อนข้างซอมซ่ออยู่เหมือนกัน ซึ่งจะอยู่ทางเหนือของใจกลางเมือง แถวๆบริเวณรอบๆสถานีรถไฟ Gare de Bruxelles-Nord กับทางตะวันตกของใจกลางเมืองที่มีชื่อว่า Sint-Jans-Molenbeek เพราะฉะนั้นถ้าไปเที่ยวก็พยายามหลีกเลี่ยงย่านพวกนี้ (แต่ที่เที่ยวส่วนใหญ่ก็อยู่ในบริเวณที่ไม่มีอันตรายอะไรอยู่ละ)

DSCF5068

นอกจากเรื่องสถานที่เที่ยวใน Brussels แล้ว เราก็มีบริการอย่างหนึ่งที่น่าสนใจจะมาแนะนำ ซึ่งก็คือบริการ free walking tour ที่มีอยู่ตามเมืองใหญ่ๆทั่วโลกมากมาย รวมถึงเมือง Brussels นี้ด้วย free walking tour ก็เป็นบริการไกด์ทัวร์ของบริษัท Sandemans Tour ที่จะพาเราเดินชมเมือง รวมทั้งอธิบายถึงประวัติความเป็นมา รวมถึงเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆในตัวเมืองให้ฟังโดยไม่เก็บค่าบริการอะไรเลย ทำไมถึงไม่เก็บค่าบริการ? เพราะเค้าให้เราทิปแทน 55 แต่ว่าแต่ละคนก็สามารถเลือกที่จะจ่ายทิปให้

ไกด์ทัวร์ชาวดัตช์

ไกด์ทัวร์ชาวดัตช์

ไกด์ทัวร์มากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ตามความพึงพอใจที่ได้รับ ถ้าจำไม่ผิด ปกติจะจ่ายกันประมาณตั้งแต่ 5 ยูโร ขึ้นไปถึง 25 ยูโร ถ้าสนใจก็สามารถเข้าไปหาข้อมูลและจองรอบทัวร์ได้ในหน้าเว็บ www.neweuropetours.eu ปกติทัวร์ฟรีนี้จะมีทุกวัน วันละสองสามรอบ มีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาสเปน ในเว็บก็จะมีรายละเอียดบอกไว้ว่าจุดนัดพบอยู่ตรงไหน จะสังเกตไกด์ได้จากอะไร อะไรประมาณนั้น เราก็แค่ไปรอที่จุดนัดพบก่อนเวลา แล้วก็จะมีไกด์มารวบรวมคนเอง ซึ่งจากที่ไปใช้บริการมา ต้องบอกว่าประทับใจมาก ไกด์อธิบายดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นกันเองมาก ไม่มีอะไรให้ติ

แต่นอกจากบริการ free walking tour แล้ว บริษัท Sandemans Tour ก็ยังมีบริการไกด์ทัวร์อื่นๆที่น่าสนใจอีกด้วย (แต่เสียตัง) ยกตัวอย่างเช่นในเมือง Brussels ก็ยังมีทัวร์ One day trip ไปกลับเมือง Bruges มีทัวร์ท่องราตรีในเมือง Brussels แล้วก็ทัวร์ตระเวณชิมเบียร์ตามผับต่างๆในเมือง Brussels ซึ่งรายละเอียดทัวร์ต่างๆรวมทั้งราคาก็มีบอกอยู่ในเว็บ www.neweuropetours.eu ให้เข้าไปอ่านกันได้

DSCF5012 DSCF5014DSCF5016DSCF5039

ก่อนจะอำลาประเทศเบลเยี่ยมไป เราตัดสินใจไปเที่ยวเมือง Bruges ที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศเบลเยี่ยม ในดินแดนของชาวเฟลมิช การเดินทางก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ไปสถานีรถไฟ เช็ครอบรถแล้วก็ซื้อตั๋วที่เครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ แล้วก็รอขึ้นรถตอนนั้นเลย แต่ระวัง!!! ก่อนจะซื้อตั๋วรถไฟให้เช็คก่อนว่า 1.เราอายุเกิน 25 รึยัง และ 2.วันนั้นเป็นวันเสาร์อาทิตย์รึเปล่า เพราะว่า

1.สำหรับคนหนุ่มสาวที่อายุยังไม่เกิน 25 สามารถซื้อตั๋วรถไฟไปไหนก็ได้ในราคาเพียงแค่ 6 ยูโรต่อเที่ยวเท่านั้น!!! ตอนที่เลือกซื้อตั๋วที่เครื่องขายตั๋ว ก็ให้กดเลือกตั๋วชนิด Go Pass 1

2.สำหรับคนทั่วไป ในวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ สามารถซื้อตั๋วรถไฟไปกลับระหว่างสองเมืองอะไรก็ได้ในราคาแค่ครึ่งราคาเท่านั้น (แต่ต้องซื้อเป็นตั๋วไปกลับทีเดียว ซื้อทีละเที่ยวไม่ได้) ตอนที่เลือกซื้อตั๋วที่เครื่องก็ให้กดเลือกตั๋วชนิด Weekend Ticket

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรถไฟเบลเยี่ยมสามารถดูได้จากเว็บนี้ http://www.belgianrail.be/

บริเวณเมืองเก่า Bruges คนทางขวาคืออัลไล??

บริเวณเมืองเก่า Bruges คนทางขวาคืออัลไล??

เมือง Bruges เป็นเมืองที่ถูกจดทะเบียนให้เป็นเมืองมรดกโลกจากองค์การ UNESCO เพราะว่าทั้งเมืองนั้นเต็มไปด้วยอาคารเก่าแก่ที่ถูกอนุรักษ์มายาวนานตั้งแต่สมัยยุคกลาง ที่เมืองนี้เค้าจะห้ามไม่ให้มีการสร้างสิ่งก่อสร้างสมัยใหม่ ทำให้บรรยากาศของเมืองทั้งเมืองคลาสสิคมากจนราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในหนังย้อนยุค ใครที่ชอบถ่ายรูปวิวตึก วิวบ้านเมืองสวยๆไม่ควรพลาดเมืองนี้ด้วยประการทั้งปวง

Bruges ในฤดูหนาว (ภาพจริงจากเน็ต ไม่ใช่ภาพวาดการ์ตูนที่ไหน)

IMG_6787 IMG_6791 IMG_6793IMG_6788 IMG_6794

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s