กว่าจะได้มาเยอรมัน (2) : สมัครมหาลัย

DSCF0305a

เดี๋ยวบทนี้จะสรุปคร่าวๆเรื่องการรับสมัครนักเรียนต่างชาติเข้าป.ตรีของมหาลัยในเยอรมันให้ฟังละกัน

– ถ้าจบม.ปลายจากโรงเรียนไทยทั่วไป วุฒิม.ปลายของเราจะไม่เทียบเท่ากับ วุฒิม.ปลายของที่ยุโรป ทำให้เรายังไม่สามารถเข้าป.ตรีที่นั่นได้โดยตรง

– ถ้าจบม.ปลายจากโรงเรียนไทยทั่วไป แล้วอยากต่อป.ตรีที่นั่นเลย ต้องมีสองสิ่งนี้

  1. หลักฐานความสามารถทางภาษาเยอรมัน ซึ่งสามารถใช้อย่างใดอย่างหนึ่งจากรายชื่อในเว็บนี้ http://www.tum.de/en/studies/application-and-acceptance/german-language-skills/
  2. ต้องสอบข้อสอบเข้ามหาลัยผ่าน (ข้อสอบเข้าชื่อว่า Feststellungsprüfung)

– เราสามารถอยู่ดีๆไปขอสอบเข้าเลยก็ได้ แล้วถ้าผ่านก็ใช้ยื่นสมัครเข้ามหาลัยพร้อมใบหลักฐานภาษาได้เลย (แต่สมัครสอบ Feststellungsprüfung ยังไงไม่รู้อะต้องลองถามทางมหาลัยดู) แต่ถ้าสอบไม่ผ่าน สามารถสอบได้อีกแค่ครั้งเดียว และถ้ายังไม่ผ่านอีก จะหมดสิทธิ์เรียนคณะทางสายนั้นในประเทศเยอรมนีไปตลอดกาล!

– ถ้ายังไม่อยากสอบ Feststellungsprüfung เดี๋ยวนั้น ก็สามารถสมัครเข้าเรียนโรงเรียนปรับพื้นฐานที่ชื่อว่า Studienkolleg ได้ ซึ่งที่ Studienkolleg เราก็จะได้เตรียมตัวสำหรับทั้งการสอบ Feststellungsprüfung และการสอบภาษาเยอรมัน ในระยะเวลา 2 เทอม (1 ปี) แล้วหลังจากเรียนจบ ทางโรงเรียน Studienkolleg ก็จะจัดสอบ Feststellungsprüfung ให้ แล้วหลังจากนั้นเราก็สามารถนำผลสอบ Feststellungsprüfung ไปใช้สมัครเข้ามหาลัยต่อได้

– ถ้าเราอยู่ในกลุ่มที่ต้องเข้าเรียนที่ Studienkolleg ก่อน เวลาหาข้อมูลในเว็บของมหาลัย ก็พยายามค้น Keyword คำว่า Studienkolleg แล้วดูว่าเค้ามีกำหนดการ มีเอกสารสำหรับการรับสมัครและเกณฑ์รับสมัครขั้นต่ำอะไรยังไงบ้าง หรือจะเข้าไปดูในเว็บ http://www.studienkollegs.de/ เลยก็ได้ มีรวบรวมข้อมูล และลิงค์ของเว็บของ Studienkolleg ทั้งหมดในเยอรมันไว้แล้ว ทั้งนี้ทั้งนั้น Studienkolleg จะมีอยู่แค่ไม่กี่แห่ง แต่ละแห่งก็จะโคกับหลายๆมหาลัย ยกตัวอย่างเช่น Studienkolleg ที่ Karlsruhe จะโคกับมหาลัย KIT และ TU Stuttgart หมายความว่าถ้ามีนักเรียนต่างชาติอยู่สองคน คนแรกสมัครเรียนที่ KIT ส่วนอีกคนสมัครเรียนที่ TU Stuttgart ทั้งสองคนจะถูกส่งมาที่ Studienkolleg Karlsruhe เหมือนกัน แต่ก็มีบางมหาลัยที่ไม่ได้โคกับ Studienkolleg ที่ไหนเลย เช่นมหาลัย RWTH Aachen หมายความว่าถ้าเราสมัครเรียนป.ตรีที่ RWTH แล้วมีมาแค่วุฒิจบม.ปลายจากไทย มหาลัยก็จะตอบปฏิเสธมาลูกเดียว ถึงแม้ว่าเราตั้งใจว่าจะเข้าเรียนที่ Studienkolleg ก็ตาม (แต่ถ้าเป็นมหาลัยอื่นที่โคกับ Studienkolleg ทางมหาลัยพอเห็นว่าเรามีมาแค่วุฒิม.ปลายจากไทย เค้าก็จะส่งเอกสารสมัครเรียนของเราไปที่ Studienkolleg โดยอัตโนมัติ) ซึ่งก็ต้องอ่านรายละเอียดดีๆว่ามีมหาลัยไหนบ้างที่โคกับ Studienkolleg ที่นี้ๆ แล้วมหาลัยไหนบ้างทีไม่โคกับ Studienkolleg ที่ไหนเลย จะได้ประหยัดเอกสารสำหรับส่งไปสมัครเรียน

*Studienkolleg มีแบบสำหรับเรียนเพื่อเรียนต่อ Universität กับสำหรับเพื่อเรียนต่อ Fachhochschule (FH) ถ้าเรียน Studienkolleg สำหรับต่อ Uni จบแล้วสามารถใช้เกรดสมัครได้ทั้งมหาลัยแบบ Uni และ FH แต่ถ้าเรียนจบ Studienkolleg สำหรับ FH จะสามารถใช้เกรดสมัครเข้าได้แค่ FH เท่านั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นจะเรียน Studienkolleg ที่ไหนในเยอรมันก็ได้ พอจบแล้วสามารถใช้เกรดจบไปสมัครเข้ามหาลัยได้หมดทั้งประเทศเยอรมัน แต่มหาลัยที่เรายื่นสมัครไปตั้งแต่ก่อนเข้า Studienkolleg นั้นจะส่งเรามาสอบเข้ายัง Studienkolleg ที่โคกับมหาลัยนั้นๆเท่านั้น

– การสมัครเข้ามหาลัยสำหรับคนที่อยากเข้า Studienkolleg สำหรับบางมหาลัยก็มีขั้นตอนต่างจากการสมัครมหาลัยสำหรับคนที่ไม่ต้องเข้า Studienkolleg ต้องอ่านรายละเอียดดีๆ แต่ว่าปกติแล้วเอกสารสำหรับใช้สมัครเรียนจะเหมือนกันไม่ว่าจะตั้งใจจะเข้า Kolleg หรือไม่ก็ตาม

DSCF1206

เอกสารสำหรับใช้สมัครมหาวิทยาลัย (รวมถึง Studienkolleg) ยกตัวอย่างของที่ KIT นะ

  1. ใบจบที่ได้จากโรงเรียนม.ปลาย (ถ้าเป็นภาษาไทย ต้องเอาไปแปลเป็นภาษาเยอรมันด้วย ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องแปล)
  2. ใบเกรดจากโรงเรียนม.ปลาย (ปกติแล้วขอเป็นภาษาอังกฤษมาได้ แต่ถ้ามีแต่ภาษาไทย ก็ต้องเอาไปแปลด้วย ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ต้องแปล)
  3. ใบจบม.ปลายที่ต้องไปขอมาจากเขตพื้นที่การศึกษา (เดี๋ยวอธิบายเพิ่ม)
  4. ใบหลักฐานความรู้ภาษาเยอรมัน (สำหรับที่ Studienkolleg หลายๆที่ เช่นที่ Karlsruhe ผ่านแค่ระดับ B1 ก็โอเคแล้ว แต่ว่าบางที่ เช่นที่ Berlin กับ Munich ต้องผ่านระดับ B2)
  5. C.V. หรือใบประวัติการศึกษา กิจกรรม รางวัลดีเด่นย่อๆของเรา 1-2 หน้า ภาษาอังกฤษหรือเยอรมัน
  6. ใบเกรด และ ใบจบ จากมหาวิทยาลัย (กรณีที่เคยเรียนมหาลัยมาแล้ว)

***ใบจบม.ปลายที่ต้องไปขอมาจากเขตพื้นที่การศึกษา

อันนี้จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องมีทุกคน แต่ว่าพนักงานที่ DAAD บอกมาว่าใบจบม.ปลายของเราไม่มีข้อความที่บอกว่าเราสามารถเข้าศึกษาในระดับมหาลัยได้แล้ว เราเลยต้องไปขอใบนี้มาด้วย การจะขอใบนี้ ก่อนอื่นต้องหาข้อมูลก่อนว่าโรงเรียนของเราอยู่ในเขตการศึกษาไหน แล้วก็ไปขอที่สำนักงานเขตการศึกษานั้น ไปบอกเค้าว่ามาขอใบจบสำหรับสมัครเรียนต่อเมืองนอก อะไรประมาณนั้น (ขอใบแบบเป็นภาษาอังกฤษนะ) แล้วก็เอาสำเนาบัตรประชาชนกับสำเนาใบเกรดม.ปลายของเราไปให้เค้าด้วย เค้าก็จะพิมพ์ๆ ปรินท์ให้ เสร็จเดี๋ยวนั้นเลย

– หลังจากหาข้อมูลเรื่องการสมัครเรียนของแต่ละมหาลัยเรียบร้อยแล้ว ก็ไปกรอกใบสมัครออนไลน์ในเว็บของแต่ละมหาลัย พอกรอกเสร็จแล้วก็ต้องปรินท์ใบสมัครออนไลน์ที่เรากรอกไปนั้นออกมาด้วย แล้วก็เซ็นชื่อ ลงวันที่ตรงช่องด้านล่าง เสร็จแล้วก็วางพักไว้ (พูดยังกะทำอาหาร) อย่างเราสมัครไป 5 มหาลัย ก็เข้าไปกรอกใบสมัครในเว็บมหาลัยทั้ง 5 เว็บ ปรินท์ใบสมัครออกมาทั้ง 5 ชุด แล้วก็ลงชื่อ วันที่ ที่ด้านล่างของทุกชุด แล้วก็วางพักไว้

– ระหว่างที่วางใบสมัครที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วของทุกมหาลัยพักไว้อยู่ ก็ต้องเอาเอกสารสำหรับใช้สมัครมหาลัยที่เตรียมมาทั้งหมดมาถ่ายเอกสาร กรณีเรา 5 มหาลัยที่สมัครไปใช้เอกสารเหมือนกันหมด เราก็เอาเอกสารสำหรับสมัครมหาลัยทุกอย่างมาถ่ายเอกสาร แล้วก็จัดเป็นชุด 5 ชุด แต่ละชุดสำหรับหนึ่งมหาลัย ส่วนเอกสารตัวจริงก็เก็บรักษาไว้อย่างทะนุถนอมที่สุด (เพราะต้องเอาไปเยอรมันด้วยเพื่อเอาไปโชว์ให้มหาลัยดูทีหลังว่าเป็นของจริงนะ)

– หลังจากได้ชุดเอกสารออกมา 5 ชุดแล้ว เราก็เอาใบสมัครที่วางพักไว้มาแนบไว้ที่ด้านหน้าสุดของชุดเอกสารทั้ง 5 ชุด จะได้รู้ว่าชุดไหนเอาไว้ใช้สำหรับมหาลัยไหน (อย่าเบลอเอาใบสมัครไปแนบไว้ผิดชุดเอกสาร!! เช็คด้วยว่าสำหรับมหาลัยนี้ต้องใช้ชุดเอกสารไหน ในกรณีที่ชุดเอกสารสำหรับสมัครแต่ละมหาลัยไม่เหมือนกัน)

– หลังจากนั้นเราก็เอาชุดเอกสารทั้ง 5 ชุดนี้พร้อมกับชุดเอกสารตัวจริงไปที่สถานทูต นี่คือขั้นตอนที่สำคัญมาก!!! เพราะสถานทูตจะต้องประทับตรายืนยันว่า เอกสารที่ถูกถ่ายเอกสารมาทั้งหมด เป็นของจริง มีรายละเอียดเหมือนกับเอกสารตัวจริง ถ้าเราไม่มีตราประทับจากสถานทูตนี้ ก็ใช้เอกสารพวกนี้สมัครเรียนไม่ได้ ซึ่งขั้นตอนนี้จริงๆแล้วต้องเสียค่าใช้จ่ายแพงมาก จำไม่ได้ละเท่าไหร่ น่าจะประมาณหนึ่งพันบาทต่อชุดเอกสาร แต่ว่าถ้าเราบอกเค้าว่าเราจะใช้เอกสารเหล่านี้สำหรับการสมัครเรียนต่อ จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียธรรมเนียม (รอดตัวไป = =”) ขั้นตอนนี้ทำวันเดียวได้ แต่ก็รอนานเหมือนกัน ตอนไปถึงสถานทูตก็บอกเค้าว่าจะมาประทับตรารับรองเอกสาร เค้าก็จะบอกเราให้ว่าให้ไปรอที่เคาน์เตอร์ไหน

– หลังจากที่เอกสารทั้ง 5 ชุดของเราได้รับการประทับตราเรียบร้อยแล้ว เราก็พร้อมจะส่งเอกสารเหล่านี้ไปยังมหาลัยเพื่อสมัครเรียนแล้ว!! หลังจากนั้นก็แค่ไปที่ที่ทำการไปรษณีย์ แล้วก็ส่งเอกสารทั้ง 5 ชุดไปยังมหาวิทยาลัยที่เราจะสมัคร (อย่าเบลอจ่าหน้าซองผิด!!! อย่าเบลอใส่ชุดเอกสารลงไปผิดซอง!!!) ซึ่งต้องดูในเว็บมหาลัยดีๆด้วยว่าที่อยู่ที่เราต้องส่งไปเนี่ยมันคือที่ไหน บางมหาลัยก็ให้เราใส่ซองจดหมายพร้อมสแตมป์สำหรับไว้ส่งกลับมาบอกผลลงไปด้วย

– หลังจากส่งจดหมายไปเรียบร้อยแล้วก็ทำได้แค่รอ… รอ ร้อ รอ รอจนกว่าเค้าจะส่งจดหมายกลับมาบอก ช่างเป็นการรอที่ทรมานใจมากๆ ทำอะไรไม่ได้เลย ซึ่งช่วงเวลาที่ต้องรอก็ขึ้นอยู่กับแต่ละมหาลัย อย่างเช่นที่ KIT พอจดหมายไปถึง ภายในอาทิตย์เดียวเค้าก็โพสต์บอกสถานะในเว็บเลยว่าเค้ารับเรารึเปล่า ซึ่งเราสามารถไปโหลดใบตอบรับ กับใบข้อมูลรายละเอียดต่างๆในเว็บมา แล้วก็เตรียมตัวสอบ เตรียมตัวขอวีซ่าได้เลย ในขณะที่ที่ TU Stuttgart กว่าจะส่งจดหมายตอบกลับมาถึงที่บ้านก็นู่นนนนน เราอยู่เยอรมันละ 555 เพราะฉะนั้นก็ควรส่งเอกสารสมัครเรียนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!!

***การได้รับการตอบรับจาก Studienkolleg หมายความว่าเรายังต้องไปสอบเข้า Studienkolleg ที่เยอรมันก่อน ถ้าเราสมัครไปหลายที่และได้รับการตอบตกลงจาก Studienkolleg หลายๆที่ เราสามารถไปสอบเข้า Studienkolleg ได้หมดทุกที่แล้วค่อยไปเลือกทีหลังก็ได้ว่าอยากเรียนที่ไหน ถ้าเราสอบไม่ติดซักที่ ก็ต้องรอสมัครมหาลัยใหม่ตอนเทอมการศึกษาหน้าแล้วไปสอบเข้าอีกครัั้ง ถ้ายังไม่ติดเลยอีก ก็จะหมดสิทธิ์เรียนคณะทางสายนั้นในประเทศเยอรมนีไปตลอดกาล!

dscf05081

Uni-Assist

Uni-Assist (http://www.uni-assist.de/ ) คือหน่วยงานที่ช่วยมหาวิทยาลัยจัดการตรวจเอกสารที่ถูกส่งมาจากผู้สมัคร ก่อนที่มหาลัยจะเป็นคนตัดสินใจอีกทีว่าจะรับหรือไม่รับ บางมหาลัยจะกำหนดให้เราส่งเอกสารสำหรับสมัครเรียนไปที่มหาลัยโดยตรง แต่ก็มีอยู่หลายมหาลัยที่ให้สมัครเรียนผ่านทาง Uni-assist และส่งเอกสารไปที่ Uni-assist อย่างตอนเราสมัครก็มีมหาลัย TU Dresden กับอีกที่ น่าจะเป็น TU Hannover ที่กำหนดให้เราสมัครเรียนผ่าน Uni-assist (ในเว็บของมหาลัยตรงส่วนที่ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครเรียนจะมีบอกไว้ว่าให้สมัครเรียนทางไหน ส่งเอกสารไปที่ไหน)

ทีนี้ ถ้าเราต้องสมัครเรียนผ่านทาง Uni-assist วิธีการก็ไม่ได้ยากอะไร ก็แค่เข้าไปในเว็บ Uni-assist แล้วก็ลงทะเบียน ตั้ง Username/Password แล้วก็เข้าตรง Online Portals for Applicants แล้วก็ไปเลือกมหาลัย เลือกคณะ กรอกใบสมัครตามขั้นตอนในเว็บนั้นเลย พอกรอกเสร็จก็ปรินท์ออกมา เซ็นชื่อ แล้วก็เอาไปรวมกับเอกสารอื่นๆ เอาไปประทับตราที่สถานทูต แล้วก็ส่งไปที่ Uni-assist ขั้นตอนเหมือนการสมัครเรียนกับมหาลัยโดยตรง แต่ว่าถ้าสมัครผ่าน Uni-assist ต้องเสียค่าบริการด้วย ถ้าสมัครคณะเดียวก็ 75 ยูโร ถ้าสมัครหลายๆคณะก็ คณะต่อๆไปจะคณะละ 15 ยูโร ส่วนการชำระเงินก็ทำได้โดยการโอนเงิน ซึ่งก็มีขั้นตอนบอกในเว็บอย่างละเอียด

20170512_193623

และหลังจากที่เราได้ใบตอบรับจากมหาลัยแล้ว ก็จะเป็นเวลาของการขอวีซ่าแล้ว แต่ก่อนจะขอวีซ่านั้น มีเอกสารอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆที่คนที่ต้องการไปเรียนต่อที่เยอรมันต้องเตรียมไว้เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการยื่นขอวีซ่า เอกสารนั้นก็คือเอกสารรับรองการเปิดบัญชี Blocked Account ที่ธนาคารในเยอรมัน เดี๋ยวเรามาดูในโพสต์หน้ากัน ว่าการเปิดบัญชี Blocked Account นี้มีขั้นตอนยังไงบ้าง

Advertisements

69 thoughts on “กว่าจะได้มาเยอรมัน (2) : สมัครมหาลัย

  1. ขอสอมถามเจ้าของบล็อกได้ไหมค้ะ
    พอดีจะสมัครมหาวิทยาลัยเหมือนกันแล้วในการรับรองเอกสารนี้ มีค่าใช้จ่ายสูงมั้ยค้ะ
    >< พอดีหนูเป็นคนต่างจังหวัดเข้าไป กทม ทีนี้ยุ่งยากมากเลยค่ะ
    รบกวนสอบถามด้วยจ้า

    • จังหวัดไหนจ๊ะ 555 ถ้ารับรองเอกสารเพื่อเอาไปใช้สมัครมหาลัยก็ไม่เสียตังนะ บอกเจ้าหน้าที่ได้เลยว่าจะเอาไปใช้สมัครเรียน

  2. ขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ
    ตือถ้าเราโอนเงินไปวันศุกร์น่ะค่ะ คือมันจะเข้าอยู่ใช่ไหมค้ะ แต่ก็จะติดวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ คือกลัวมาก กลัวเงินไม่เข้าน่ะค่ะ แหะ แหะ
    ขอบคุณน้ะค้า

    • เข้าครับ แต่จะติดวันหยุด ก็ต้องนับข้ามวันหยุดไปสองสามวัน เดี๋ยวเค้าจะส่งเมลล์มาบอกว่าเงินเข้าแล้วครับ

  3. สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับ ใบจบม ปลาย ใช่ ปพ 2 พ รึป่าวค่ะ จากกระทรวงศึกษาธิการ ได้มาเป็นภาษาไทย
    ต้องเอาไปแปล เยอรมัน หรือ อังกฤษ เอาตัวจริงภาษาไทยไป แปลที่สถานฑูตหรือป่าว ส่วนนี้ไม่เข้าใจค่ะ

    • ใช่ครับ ปพ2 ต้องไปแปลเป็นภาษาเยอรมัน เอาตัวจริงภาษาไทยไปแปลที่สถาบันเกอเธ่

  4. ขอบคุณค่ะ สำหรับข้อมูล ดีดี คุณน้องน่ารักมากเลย ช่วยเหลือ รุ่นน้องหลังๆได้ข้อมูลชัดเจนยิ่งขึ้น

    • ขอบคุณมากครับ เข้าใจความน่าปวดหัวเพราะผมก็ผ่านมาแล้ว เลยอยากช่วยรุ่นน้องเท่าที่พอทำได้ครั ^^

  5. แล้วในกรีณียังไม่จบม.6 แต่สอบเทียบวุฒิigcse สามารถสมัครสอบstudienkollegหรือมหาลัยได้มั้ยคะ

    • อันนี้ผมไม่ทราบแล้วอะครับ แหะๆ ลองเขียนอีเมลล์ไปถามที่ International Office ของมหาลัยที่สนใจดูนะครับ

  6. สอบถามเกี่ยวกับเกรดที่ทางมหาลัยจะพิจารณา
    เรียนวิศวเครื่องกล
    วิชาคณิตกับฟิสิกส์ใช่มั้ยคะ
    ใช้เทอมไหนบ้าง เกณฑ์พิจารณาเท่าไหร่ค่ะ

    • หมายถึงเกรดที่จะรับเพื่อไปสอบเข้า Studienkolleg รึเปล่าครับ ถ้าใช่ก็ปกติเลยอย่างต่ำต้องได้ 2.5 เกรดเฉลี่ยรวมทุกวิชาตั้งแต่ ม.4-6 แต่ว่าจริงๆแล้วบางมหาลัยก็อาจจะมีเกณฑ์ต่างๆกันไป ต้องลองอ่านรายละเอียดในเว็บของมหาลัยที่เราต้องการสมัครดูครับ

  7. เรียนพื้นฐานที่เกอเธ่อยู่
    ควรไปเรียนภาษาที่เยอรมันเพิ่มเติมก่อนดีมั้ยคะ

    • ถ้าต้องมาเยอรมันอยู่แล้วก็มาเรียนภาษาที่เยอรมันบ้างก็ดีครับ จะได้ปรับตัวกับหลากหลายสิ่งไปด้วย สำหรับคอร์สตั้งแต่เริ่มต้นมาจนถึง B1 คิดว่าเรียนอยู่ไทยอย่างเดียวก็เก่งได้ครับถ้าตั้งใจและพยายามฝึกฝน แต่คิดว่าระดับตั้งแต่ B2 ขึ้นมา ถ้ามาเรียนที่เยอรมันอาจจะดีกว่า

  8. พี่ครับ ผมอยากไปเรียน ป.ตรี เยอรมัน เรียนวิศวะ แต่ยังไม่เริ่มเรียน ภาษาเยอรมันเลย จะทันสมัครเรียนปี 59 มั๊ยครับ

    • ถ้าต้องเริ่มเรียนภาษาเยอรมันคอร์สเร่งรัดเข้มข้น 4 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ปกติจะใช้เวลา 6 เดือนถึงจะจบคอร์ส B1 และสามารถสอบ Zertifikat Deutsch ระดับ B1 ได้ ถ้าสอบผ่านก็จะสามารถสมัครเรียนได้ ขอวีซ่าได้ มหาลัยส่วนใหญ่ในเยอรมันปิดรับสมัครนักเรียนป.ตรีจากต่างประเทศวันที่ 15 กันยายน เพราะฉะนั้นตอนนี้น้องมีเวลา 7 เดือนกว่าๆ ถือว่ายังทันอยู่ครับ ถ้าเริ่มเรียนภาษาตอนเดือนหน้าเลย การเรียนภาษาให้สอบผ่านระดับ B1 ถ้าขยันท่องศัพท์ ขยันฝึกพูดฝึกเขียน ขยันจำแกรมม่าพอประมาณก็ผ่านได้ครับ ไม่ยากมาก แต่ระหว่างรอได้ประกาศ Zertifikat Deutsch ต้องเตรียมเอกสารอื่นๆสำหรับสมัครมหาลัยไว้ให้ เรียบร้อยไว้ก่อนเลย พอได้ใบประกาศ Zertifikat Deutsch มาแล้วจะได้ส่งเอกสารทั้งหมดไปมหาลัยได้เลย (เพราะส่งไปรษณีย์ กว่าจะไปถึงก็อีกเดือนนึง ยกเว้นจะส่งแบบด่วน ซึ่งก็ราคาแพงอยู่) แต่ก็ต้องเช็คอีกทีด้วยครับว่ามหาลัยที่เราอยากสมัครเค้าปิดรับสมัครนักเรียนต่างชาติเมื่อไหร่ บางที่ก็ปิดรับสมัครก่อน บางที่ก็รับใบประกาศอย่างต่ำระดับ B2

  9. ขอคำแนะนำเรื่องการเรียนเพื่อเตรียมตัวสอบเข้า studienkolleg ค่ะว่าจำเป็นไม๊ และต้องใช้ระยะเวลาประมาณเท่าไหร่ หรือควรเรียนแค่ภาษาเยอรมันก็พอค่ะ แล้วที่ ASL ดีไม๊คะ

    • สำหรับ T-Kurs หรือคอร์สสำหรับคณะทางวิศวะคิดว่าไม่จำเป็นนะครับ ถ้าเรียนภาษาเยอรมันมาถึงระดับ B1-B2 แล้ว ก็น่าจะทำข้อสอบเข้า Studienkolleg ผ่านได้แล้วแหละครับ (ยกเว้นที่ Munich น่าจะเรียนเตรียมตัวไปหน่อยซักเดือนสองเดือนเพราะยากเว่อ) ส่วนวิชาเลขที่นี่ง่ายกว่าที่ไทยเยอะมาก ลองไปหาตัวอย่างข้อสอบเก่าจากในเว็บของ Studienkolleg ต่างๆมาฝึกทำเองได้เลยครับ ส่วนเรื่อง ASL นี่ไม่เคยเรียนอะครับ ตอบไม่ได้จริงๆ

  10. พี่คะ พอดี งงนิดหน่อย แบบถ้าเราอยากเรียนมหาลัยที่เยอรมัน เราต้องสมัครเรียนกับทางมหาลัยก่อนแล้วค่อยไปสมัครกับ studien ทีหลัง หรือเราต้องสมัครกับ studien ก่อนแล้วค่อยไปสมัครกับมหาลัยคะ แล้วถ้าเราจะสมัครเรียนมหาลัยควรจะส่งใบสมัครตอนกำลังศึกษาอยู่ม หกเลย หรือจบก่อนแล้วค่อยส่งใบสมัครคะ

    • สมัครเหมือนสมัครเรียนมหาลัยเลยครับ ถ้ามหาลัยตรวจดูแล้วว่าวุฒิยังไม่พอเดี๋ยวเค้าจะส่งเอกสารไป studienkolleg เอง

      ส่งใบสมัครหลังจบครับ เพราะต้องส่งใบจบ แล้วก็ต้องมีเกรดครบทุกเทอมส่งไปด้วย แต่ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่ามีกรณียกเว้นอะไรรึเปล่า ลองถามที่สำนักงาน DAAD ที่กรุงเทพได้ครับ

      • แล้วเราต้องยื่นผลสอบมหาลัยไหมคะ ถ้าเราติดวิศวะ ที่ไทยแล้วงี้อ่ะค่ะ

      • ไม่เำเป็นต้องยื่นแต่ยื่นไปด้วยก็ดีครับ บางมหาลัยก็มีให้กรอกในใบสมัครว่าเคยสอบติดอะไรรึเปล่า

  11. สวัสดีครับ, ผมสนใจจะสมัครที่ KIT (wintersemester 2016) ครับ ตอนนี้ มี B1แล้ว อยากถามว่า
    1) ในตอนที่ยื่นสมัครมหาลัยต้องยื่น B1ตัวจริง รึตัวสำเนาครับ (แล้วสำเนาต้องประทับตราจากสถานฑูตก่อนรึป่าวครับ)
    2) ช่วงขอวีซ่า ประวัติการศึกษาทั้งหมดที่เคยมี หมายถึง ” ใบเกรดและใบจบ ตั้งแต่ อนุบาล-ม6 ใช่ไหมครับ

    • ยืนตัวสำเนาครับ อย่างที่เขียนไว้ว่าเอกสารทุกอย่างที่จะใช้ส่งไปสมัครมหาลัยให้ใช้เป็นสำเนา เอามารวมกันแล้วก็เอาไปประทับตราที่สถานทูตครับ ชุดเอกสารสำหรับมหาลัยหนึ่งแห่ง ต่อหนึ่งตราประทับ

      ส่วนประวัติการศึกษาพี่แนบไปแค่ของม.ต้นกับม.ปลายอะครับ ม.1-6

    • ต้องมีวุฒิจบม.ปลายที่เทียนเท่ากับของเยอรมันด้วยครับ ถ้าจบโรงเรียนม.ปลายทั่วไปในไทยก็ต้องเข้า Kolleg ครับ แต่ถ้าเอาไป Zertifikat ภาษาไปแสดงก็จะไม่ติองเรียนภาษาเยอรมันใน Kolleg

  12. ขอรบกวนสอบถามหน่อยคะว่า
    ถ้าอยากเรียนในหลักสูตรที่เป็นภาษาอังกฤษ แล้วไม่ต้องการเรียนปรับพื้นฐานก่อน จะสอบเลย
    เราจะต้องสอบตัวไหนคะ (อย่างเรียนเป็นเยอรมันต้องผ่าน feststellun ประมานนี้)

    ขอบคุณคะ

    • คิดว่าต้องสอบ Feststellungsprüfung เหมือนกันนะครับ ไม่แน่ใจว่ามีข้อสอบที่เป็นภาษาอังกฤษรึเปล่า ลองถามที่ DAAD น่าจะชัวร์กว่าครับ

  13. ไม่รู้ว่าโพสขึ้นไหมนะคะ
    ขออณุญาตลงถามอีกรอบเผื่อมันไม่ขึ้น 555
    คือว่า ถ้าจะเรียนในหลักสูตรภาษาอังกิด แล้วไม่ต้องการเรียนปรับพื้นฐาน จะสอบวัดเลย ต้องสอบตัวไหนคะ อย่างเรียนเปนภาษาเยอรมันต้องสอบตัว feststellun แต่ถ้าจะเรียนเป็นอังกิดต้องสอบผ่านตัวไหน แล้วจะทราบอย่างไรว่าผ่านเกณฑ์ของมหาลัยที่เราเลือก ในเว็บมหาลัยนั้นๆมันจะมีบอกด้วยหรอคะ
    ขอบคุณคะ

    • ขึ้นทั้งสองคอมเมนต์เลยครับ ผ่านเกณฑ์นี่หมายถึงคะแนนสอบเข้าผ่านเกณฑ์หรือว่าหมายถึงเกณฑ์อะไรเหรอครับ ถ้าหมายถึงคะแนนสอบเข้า ในเว็บมหาลัยจะมีสถิติเกรดต่ำสุดของปีก่อนๆของแต่ละคณะที่เค้ารับ อะไรประมาณนั้น คะแนนสอบเข้าของเราเค้าจะคิดออกมาเป็นเกรด แล้วก็เอาเกรดนี้ไปรวมกับเกรดม.ปลายไทยก่อนแล้วค่อยเอาไปยื่น

      • ขอบคุณมากเลยนะคะ หมายถึงคะแนนเท่าไหร่ถึงจะผ่านเกณฑ์คะ
        อันนี้ป.โทก็คิดวิธีเดียวกันหรือว่า มีแค่ป.ตรีที่เอาคะแนนสอบรวมกับเกรดมอปลาย ?
        ตอนนี้คุณเพชร(หรือเปล่า)เรียนถึงปีไหนแล้วหรือใกล้จบแล้วคะ

      • ถ้าเป็นป.โทจะคนละอย่างครับ จะดูแค่เกรดป.ตรี แล้วก็ไม่น่าจะต้องสอบเข้าหรือเรียนปรับพื้นฐานอะไรนะครับถ้าเป็นคอร์สภาษาอังกฤษ แต่เรื่องรายละเอียดผมก็ไม่ทราบจริงๆครับ ต้องดูเป็นมหาลัยๆไป ลองไปถามที่สำนักงาน DAAD ดูน่าจะมีข้อมูลมากกว่านี้ครับ

      • ตอนนี้ผมเพิ่งอยู่เทอมแรกป.ตรีครับ ปีที่แล้วเรียน Studienkolleg มา ชื่อเพชรถูกแล้วครับ อิอิ

  14. คือเราไม่ค้องมีเอเจนซี่ติดต่อก็ไม่เปนไรใช่ไหมคะทคือกลัวมากๆ เพราะไม่เคยทำเรื่องไปเรียนต่อเรย ตอนนี้จบม.6 คะ กำลังจะเริ่มเรียนภาษาเยอรมัน แล้วจะสมัครสอบเข้า stk ติดต่อสมัคร stk ยังไงคะ พอทราบไหมคะ คือไม่รู้จริงๆค้าา รบกวนแอดไลน์ ขอความช่วยเหลือได้ไหมค้า id : numkhim

    • ลองอ่านเนื้อหาของโพสต์ๆนี้ดูรึยังครับ มีรายละเอียดการสมัคร Studienkolleg เขียนไว้อยู่แล้วนะครับ

      ไม่จำเป็นต้องมีเอเจนซี่ติดต่อครับ ตอนผมสมัครเรียนก็ไม่เคยทำเรื่องไปเรียนต่อมาก่อนเหมือนกันครับ ตอนนั้นก็หาข้อมูลทางเน็ตเอาเองกับไปปรึกษาที่สำนักงาน DAAD เอา ถ้าน้องอยู่กรุงเทพลองไปขอคำปรึกษาที่ DAAD ที่สาธรดูได้ครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น รายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาลัยที่เราอยากเรียน คณะที่เราอยากเรียน ระเบียบการรับสมัครของที่ๆเราอยากเข้า ฯลฯ เค้าก็บอกเราหมดไม่ได้ เราต้องหาข้อมูลจากเว็บของมหาลัยดูเอาเองครับเพราะแต่ละที่ก็อาจจะมีรายละเอียดไม่เหมือนกัน ถ้าเราเพิ่งเริ่มเรียนภาษา ยังมีเวลาอีกเยอะ ก็ลองค่อยๆทำความเข้าใจ ค่อยๆหาข้อมูลไปเรื่อยๆก็ได้ครับ ลองเริ่มต้นจากเว็บนี้ก่อนเลยครับ https://www.daad.de/de/

  15. ถ้าเรียนจบเกรด 10 ที่อินเดียจะไปเข้ามัธยมที่เยอรมันได้มั๊ยคะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างคะ

  16. รบกวนติดต่อมาทาง line id : kimwiya ได้ไม๊คะ คือว่าวางแผนจะพาลูกสาวไป survey ดูที่เรียนต่าง ๆในเยอรมันค่ะ และจะไปที่่ Karlsruhe วันที่ 27-28 June ค่ะ ก็เลยอยากจะขอคำแนะนำค่ะ ขอบคุณค่ะ

  17. ถ้าหนูสมัครStudienkolleg ตอนช่วงวินเทอร์ไม่ทันนี่ เราจะสมารถไปสมัครซัมเมอร์ได้มั้ยคะ? หรือว่าต้องรอวินเทอร์ต่อไปเลย แล้วคอร์ส Fit für Studienkolleg นี่มึติวตอนซัมเมอร์มั้ยคะ? เข้าไปดูในเว็บมาแล้ว เห็นมีแค่คอร์สที่เรียนตอนสิงหาอ่ะค่ะ นั่นหมายความว่าทั้งปีเขาเปิดแค่รอบเดียวเหรอคะ?

    • ถ้าของเมือง Karlsruhe ก็เปิดรับตอน Summer ด้วยครับ ถ้าของที่อื่นๆก็ต้องไปอ่านดูในเว็บของแต่ละที่นะครับ ส่วนคอร์ส Fit für Studienkolleg คิดว่าเปิดแค่ตอน Winter ครับ

  18. ขออนุญาตสอบถามอีกนะคะ แหะๆ คือว่ามีคนฝากมาถามค่ะ ถ้าเราจะสมัครผ่าน Uni assist ในช่วง winter พอได้ใบตอบรับให้ไปสอบปุ๊บ คือจะสามารถใช้ใบนี้ ไปสอบในช่วง summer ได้มั้ยอ่ะคะ? ถ้าได้ แล้วใบนี้อยู่ได้นานแค่ไหนคะ? แล้วหลักฐานความรู้ภาษาเยอรมันนี่ส่งไปทีหลังได้มั้ยคะ?

    • ไม่ได้ครับ ถ้าจะสอบเทอมถัดไปต้องสมัครใหม่อีกรอบครับ ส่วนหลักฐานคิดว่าส่งไปทีหลังได้ครับ แค่ต้องอย่าให้ไปถึงเลยวันปิดรับเอกสารครับ

  19. ถ้าจบหลักสูตรเรียนทางไกลสามารถไปเรียนต่อที่เยอรมันได้ไหมคะ

  20. ถ้าสอบเข้าเรียน2 ครั้งแล้วไม่ผ่าน คือ หมดสิทธิ์สอบในคณะนั้นๆหรือว่าไม่มีสิทธิสอบอีกเลย

  21. พี่คะๆหนูอยากสอบถามว่าถ้าหนูอยากเรียนหมอที่เยอรมัน(ป.ตรี)อ่ะค่ะ เห็นว่าต้องเรียนเป็นm-kursใช่มั๊ยคะ ถ้าสนใจเรียนมหาวิทยาลัยในมิวนิคละคือเห็นเข้าไปดูในเว็บมหาวิทยาลัยแล้วต้องเห็นเค้าโคกับstudienkolleg ที่มิวนิค เลยอยากทราบว่าพี่พอจะรู้มั๊ยว่าโอกาสสอบเข้ามันมากขนาดไหนอ่ะคะละเห็นว่าต้องแข่งกันชาวต่างชาติอื่นด้วย พี่พอจะทราบมั๊ยว่ามันเสี่ยงมากมั๊ยอ่ะคะ ว่าแบบจะไม่ติดคณะ เห็นพี่เรียนt-kurs ไม่แน่ใจว่าพี่พอทราบข้อมูลบ้างมั๊ยอ่ะคะ
    ปล.เปิดในอันนี้มาเห็นรูปพระเกี้ยวน้อย พี่จบจากเตรียมหรอคะ?? อิอิ (ตื่นเต้นๆ)5555

    • ถ้าไม่ใช่เกี่ยวกับ T-Kurs พี่ก็ไม่มีข้อมูลเหมือนกันครับ ^^” ลองถามรุ่นพี่ในกรุ๊ปนี้ดีกว่าครับ https://www.facebook.com/groups/thaistudentverein/

      พี่จบจากเตรียมครับ น้องเด็กเตรียมเหรอครับ อิอิ

      • อ้ออออ. อ้ออออขอบคุณนะคะะะ เดี่ยวหนูจะลองไปถามดูค่ะ ใช่ค่าหนูอยู่เตรียมค่า^^

  22. ขอสอบถามค่ะ ถ้าใบจบม.6หาย มีแต่ทรานสคริปท์ จะไปขอใบจบม.6ที่ไปขอที่พื้นที่เขต+ทรานสคริปท์ แค่นี้ได้มั้ยคะ หรือจำเป็นต้องขอใบจบม.6จากโรงเรียนเดิมด้วยมั้ยคะ

    • ต้องใช้ใบจบตัวจริงด้วยครับ แล้วก็ต้องเอาติดตัวไปให้มหาลัยดูตอนรายงานตัวด้วยครับ

      • ขอบคุณมากค่ะ ขออนุญาตถามอีกนิดนึงค่ะ การเรียนคอร์ส Fit fürs stk จำเป็นต้องเรียนมั้ยคะ หมายถึงข้อสอบยากจนต้องติวมั้ยหรือมีประโยชน์ด้านไหนบ้าง มีที่อื่นแนะนำนอกจากที่มิวนิคมั้ยคะ อยากไปเรียนที่ KIT เหมือนกันเลย อิอิ

      • ถ้าจะสอบเข้าคอลเลจที่มิวนิคก็น่าเรียนครับ เพราะข้อสอบวิชาเยอรมันของที่นี่ยากและมี 3 พาร์ท (เติมส่วนของคำที่หายไป, อ่านบทความแล้วกาตอบ, เขียนบทความจากโจทย์ที่ให้มา) คอร์สที่มิวนิคนี้จะฝึกให้เราทำข้อสอบทั้ง 3 พาร์ทเลย ถ้าสอบเข้าคอลเลจที่อื่นข้อสอบจะมีแค่แบบพาร์ทเติมคำ ไม่ยากเท่าไหร่ ถ้าสอบผ่าน B1 มาแล้วก็ไม่ยากเกินความสามารถครับ ท่องศัพท์เพิ่มเอง ท่องแกรมม่าเองให้แม่นๆ เพื่อความชัวร์ก็โอเคแล้วครับ ส่วนคอร์สภาษาพี่ก็รู้จักแค่ที่มิวนิคเหมือนกันครับ 55 ต้องลองหาในกูเกิลเอา
        ถ้ามาเรียนที่ KIT เดี๋ยวจะแนะนำให้รู้จักพี่ๆคนอื่นนะครับ ^^

  23. ผมขอสอบถามหน่อยครับ 1. สอบ Studienkolleg ของ KIT สอบวิชาอะไรบ้างครับ 2. สอบประมาณเดือนไหนของทุกปีครับ 3. มีผู้หญิงเรียนเพื่อเตรียมเข้า วิศวะเครื่องกลที่KITบ้างไหมครับ ..ขอบคุณมากครับ

    • https://www.stk.kit.edu/pruefungen.php

      สอบตอนต้นเดือนกันยา วิชาเลขกับเยอรมันครับ
      ผู้หญิงที่เรียนใน Studienkolleg ก็มีเยอะครับ แต่มีแค่ไม่กี่คนที่จะเข้าวิศวะเครื่องกล

      • สอบเข้า2วิชาเลขกับเยอรมันเท่านั้น? สอบเข้ายากไหมครับ…มีคนไทยหญิง-ชายแต่ล่ะปีเยอะไหมครับที่เรียนวิศวะ ที่พักเป็นอย่างไรครับ และ ช่วงเรียนStudienkolleg ยากไหม ต้องสอบให้ผ่าน?เพื่อเข้ามหาวิทยาลัยต่อไป

      • สอบเข้าแค่สองวิชา ไม่ยากครับลองดูตัวอย่างสอบเก่าในเว็บของลิงค์ที่ให้ไปมะกี๊ได้ครับ
        คนไทยชายหญิง หมายถึงที่ KIT เหรอครับ ผู้หญิงที่เรียนวิศวะที่ KIT ที่พี่รู้จักมีคนเดียวครับ แล้วก็มีอีกคนที่เคยเรียนด้วยกันใน Studienkolleg แต่เค้าย้ายไปเรียนเมืองอื่น ผู้ชายที่เรียนวิศวะปีพี่มี 4 คน ปีรุ่นน้องพี่มีคนเดียว ที่รู้จัก
        ช่วงที่เรียน Studienkolleg ต้องสอบให้ผ่านครับ แล้วเค้าจะเอาเกรดจบจากคอลเลจไปคิดรวมกับเกรดจากม.ปลายไทยเพื่อใช้สมัครเข้ามหาลัยอีกที
        ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ
        https://petchpetals.wordpress.com/category/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%99-studienkolleg/

  24. ขอเพิ่มอีกคำถามครับ…เราต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อให้ประสบความสำเร็จในการเรียนต่อที่ Studienkolleg และ TU KIT…ขอบคุณมากมากครับ

    • ขยันทบทวนเยอะๆ ทำโจทย์เยอะๆ หาอ่านเพิ่มในเรื่องที่ไม่เข้าใจ ถามครู ถามเพื่อน ไม่ว่าเรียนที่ไหนก็ประสบความสำเร็จครับ

  25. 1) การสอบเข้า Studienkolleg KIT ถ้าเราเพิ่งจบ ม.6 ก็จะสามารถสอบได้จะเป็นเดือนกันยา ตอน Winter เท่านั้น ตอน Summer เดือนกุมภาพันธ์ไม่น่าทันเพราะหลักฐานจบชั้นม.6ยังไม่ออก ยื่นแล้วจะไม่ผ่าน….ใช่ไหมครับ
    2) เท่าที่ดูในwebsite ภาษาเยอรมัน B1 เหมือนกับไม่เพียงพอต่อ admission requirement, B2?ครับ
    ขอบคุณครับ

    • ใช่ครับ น้องมีหลักฐานสอบผ่านภาษาแล้วใช่มั้ยครับ แต่ว่าเข้าเรียนตอน Winter Semester จะดีกว่าครับ เพราะเรียนจบตอลเลจจะได้เข้ามหาลัยในเทอมถัดไปได้เลยไม่ต้องรออีกเทอมนึง
      B1 พอสำหรับบางที่ ต้องดูในเว็บของแต่ละคอลเลจครับว่าเค้าต้องการระดับไหน ถ้าที่ Karlsruhe เอาแค่ B1 ครับ

  26. เป็นอาร์ติเคิ่ลที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ T v T แต่ขอถามรายละเอียดหน่อยนะคะ
    1. ตอนเขียนใบสมัครใน uni-assist นี่ต้องใส่ประวัติการศึกษาเยอะแค่ไหนคะ ย้อนุถึงประถมเลยมั้ย555 หรือแค่ม.ปลายก็พอ (จะไปเรียนตรีค่ะ)
    2. บางมหาลัยเค้าให้สมัครผ่าน uni-assist แต่บอกว่าไม่ต้องส่ง physical copy มาให้ ถ้าแบบนี้จะได้ใบ VPD มาได้ยังไงเหรอคะ? เพราะเข้าใจว่า uni-assist จะออก VPD ให้เฉพาะถ้าส่งเอกสารตัวจริงไปให้ ; v ;
    2.1 ต่อจากข้อสอง 555 แต่มีอีกมหาลัยนึงที่จะส่ง physical copy ไปให้อยู่แล้ว กรณีนี้ใช้ VPD สำหรับมหาลัยนี้ไปยื่นให้มหาลัยแรกได้มั้ยคะ หรือมันคนละอันกัน555

    ขอบคุณมากค่า

    • สวัสดีครับ ขอบคุณนะครับอิอิ
      1. ใส่แค่ม.ปลายก็พอครับ
      2. ปกติถ้าสมัครผ่าน uni-assist ก็ส่ง physical copy ไปที่ที่อยู่ของ uni-assist ไม่ต้องส่งไปที่มหาลัยนะครับ uni-assist จะจัดการทุกอย่างหลังจากนั้นให้เองหลังจากที่ได้ใบสมัครกับ physical copy ที่เราส่งไปแล้ว

  27. ขอถามเรื่องประกันสุขภาพหน่อยค่ะ
    เราควรทำรายเดือนรึ1ปีดีค่ะ และทำกับ
    บริษัทไหนดี ที่ราคาไม่แพงจนเกินไปค่ะ รบกวนหน่อยนะคะ..ขอบคุณค่ะ

    • ผมจ่ายเป็นรายเดือนครับ ตอนเรียน Studienkolleg มีตัวแทนประกันมารับสมัครตอนรายงานตัวเลยผมเลยสมัครไปไม่ได้คิดไรมาก ตอนย้ายมาเข้ามหาลัยเปลี่ยนเป็นประกันของรัฐ ผมสมัครบริษัท TK ครับเพราะมีคนแนะนำมาว่าดี จ่ายประมาณเดือนละ 80-90 ยูโร แต่เรื่องรายละเอียดต่างๆของบริษัทต่างๆผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ลองถามในกรุ๊ปนี้ดีกว่าครับ https://www.facebook.com/groups/thaistudentverein/

  28. อยากคุยกับพี่ถามรายละเอียดในไลน์ค่ะ ขอไลน์ได้ไหมคะ

  29. พี่สอบผ่านB1ตั้งแต่อยู่ไทยแล้วรึป่าวครับ?

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s