กว่าจะได้มาเยอรมัน (1) : หาข้อมูลมหาลัย

IMG_2997

พอดีวันนี้อยู่ดีๆก็เกิดอารมณ์อยากจะเขียนเล่าว่ากว่าจะได้หอบผ้าหอบผ่อนข้ามน้ำข้ามทะเลมาเรียนที่แดนอินทรีเหล็กแห่งนี้นี่ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านขั้นตอนอะไรมาบ้าง ตื่นเต้นจัง ถ้าเป็นหนังก็คงเปรียบเป็น X-Men First Class 5555 จะไม่เขียนไปในแนวแนะนำข้อมูลอะไรพวกนี้ละเอียดนะเพราะว่ามันกว้างมากกกกก และข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ แล้วก็น่าจะมีคนอื่นเขียนไว้พอสมควรแล้วในเน็ต (ยกตัวอย่างเช่นกระทู้ “ไปเรียนต่อที่เยอรมันยังไง ไม่ให้เกินงบปีละ สามแสน” http://pantip.com/topic/30057430) แต่จะเขียนไปทางแนวเล่าเรื่องมากกว่า ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้าง เผื่อบางคนอาจจะเอาไปใช้เป็นแนวทางได้

DSCF0975

จะเริ่มต้นที่เหตุผลที่เลือกมาเรียนที่เยอรมันละกัน เหตุผลสำคัญสุดเลยคือ… เพราะมันเรียนฟรี 555 ส่วนเหตุผลถัดๆมาก็คือ เพราะเยอรมันก็มีชื่อเสียงเรื่องวิศวกรรม เทคโนโลยี อะไรพวกนี้อยู่แล้ว แถมยังเป็นประเทศผู้นำ EU เศรษฐกิจก็ดี คนตกงานน้อย ประเทศก็อยู่กลางๆทวีปไปเที่ยวประเทศอื่นๆในยุโรปง่าย แล้วจริงๆแล้วก็ชอบประเทศเยอรมนีมาตั้งนานมากๆแล้วด้วย และภาษาเยอรมันก็เป็นภาษาหนึ่งที่เราคิดว่าน่าจะใช้ประโยชน์ได้มาก

DSCF1059

หลังจากตัดสินใจเลือกประเทศได้แล้ว ก็มาดูในข้อมูลพื้นฐานกว้างๆของประเทศเยอรมันและการเรียนที่เยอรมันกัน ถ้าอยู่กรุงเทพ ก็สามารถจะไปขอคำปรึกษาที่สำนักงาน DAAD ได้เลย (http://www.daad.or.th/th/) ตอนที่เราตัดสินใจว่าอยากมาเรียนที่เยอรมัน เราก็มาถามเรื่องขั้นตอนการสมัครเรียน เรื่องรายละเอียดมหาลัย อะไรพวกนั้นที่นี่เหมือนกัน แต่ว่าก็ต้องระวังนิดนึง เจ้าหน้าที่บางคนก็โหดมาก ถ้าไปแบบไม่มีข้อมูลอะไรมาก่อนเลยอาจจะโดนเหวี่ยงกลับมาได้ นอกจากนั้นก็ยังสามารถหาข้อมูลอื่นๆในอินเตอร์เน็ตได้ทั่วไป แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นภาษาอังกฤษ อย่างเช่นในเว็บ https://www.study-in.de/en/ หรือ http://www.studying-in-germany.org/

IMG_4478

ต่อไปก็ต้องมาดูว่าจะไปเรียนคณะอะไร ที่มหาลัยไหน ซึ่งก็จะมีเว็บที่รวบรวมรายละเอียดของคณะทั้งหมดทุกวิชาทุกมหาลัยในเยอรมันไว้อยู่ที่เว็บ https://www.daad.de/deutschland/studienangebote/en/ เราสามารถเข้าไปในนั้น เลือกตรง “All study programmes in Germany” แล้วก็ไปเสิร์ชหาข้อมูลได้ อย่างสำหรับเราก็เสิร์ชชื่อคณะ Mechanical Engineering กับ Mechatronics แล้วก็เข้าไปดูในลิสต์ว่ามีที่ไหนเปิดสอนบ้าง รายละเอียดเป็นยังไงบ้าง อะไรประมาณนั้น และนอกจากนี้ ในหน้าเว็บนั้นก็ยังมีหัวข้อ “Ranking of German universities” ซึ่งจะมีลิงค์ที่พาเราไปยังหน้าของเว็บไซต์ที่เราสามารถเช็คการจัดลำดับมหาวิทยาลัยในเยอรมนี แยกหมวดหมู่ไปตามแต่ละคณะได้ แต่การจัดลำดับที่ว่านี้จะไม่ได้จัดมาเป็นอันดับ 1,2,3,… อย่างนี้ แต่จะเป็นการบอกเฉยๆว่า ในหัวข้อการประเมินต่างๆนั้น มหาวิทยาลัยนี้อยู่ในระดับบน ระดับกลาง หรือระดับล่าง

DSCF2331

มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยนิดนึง คือระดับการศึกษาตอนช่วงมหาลัยของที่เยอรมันจะแบ่งเป็นสองชนิดใหญ่ๆ ชนิดแรกก็คือ University (Universität) ซึ่งก็จะเน้นในเรื่องทฤษฎี การวิจัย อะไรทำนองนั้น สามารถเรียนต่อไปได้ถึงปริญญาเอก ไปเป็นนักวิจัยได้ ส่วนชนิดที่สองคือ University of Applied Sciences (Fachhochschule) ซึ่งจะเน้นในเรื่องปฏิบัติมากกว่าทฤษฎี จะอยู่ในระดับต่ำกว่า University และถ้าอยากจะเรียนต่อไปเรื่อยๆถึงปริญญาเอกก็จะต้องไปเรียนเพิ่มเติม อยู่ดีๆจะเรียนต่อเลยไม่ได้ อะไรประมาณนั้น ถ้าใครชอบทฤษฎีหรืออยากจะทำวิจัยต่อก็ควรไป University ส่วนใครที่ชอบการปฏิบัติก็ควรไป University of Applied Sciences แต่ถ้าใครชอบคบเผื่อเลือกก็ควรจะไป University เพราะว่าระดับมันสูงกว่า ถ้าเกิดอยากจะต่อโทต่อเอกทีหลังจะได้ไม่มีปัญหา

DSCF2719

หลังจากตัดสินใจจะไปเยอรมันแล้ว เราก็สมัครเรียนภาษาคอร์สเร่งรัดที่สถาบัน Goethe เริ่มเรียนตั้งแต่เริ่มต้น สวัสดี คุณชื่ออะไร สบายดีมั้ย ฯลฯ นู่นเลย ตอนคอร์สแรกๆนี่บันเทิงมาก มีทำกิจกงกิจกรรม เดินคุยกับคนอื่นรอบห้อง รู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเด็กอนุบาลเริ่มเรียนภาษาอังกฤษอีกครั้ง ตอนมาเรียน Goethe ก็ได้เจอเพื่อนร่วมชั้นเรียนหลากหลายประเภทมาก บางคนก็เป็นครู บางคนก็เป็นแอร์ บางคนก็เป็นแม่บ้าน บางคนก็เป็นนักเรียน เหมือนได้เปิดโลกกว้างเลย เพราะว่าเมื่อก่อนอยู่แต่กับเพื่อนชั้นเดียวกัน เป็นนักเรียนเหมือนกัน เรียนคณะเดียวกัน เพื่อนก็มีไลฟ์สไตล์อารมณ์เดียวๆกัน พอได้มาเจอกับคนจากต่างสายอาชีพ ต่างทางเดินในสังคมแล้วทำให้เราได้เรียนรู้อะไรจากคนอื่นมากขึ้นอีกเยอะเลย ได้รู้ว่าโลกใบนี้มันก็ไม่ได้มีแค่มุมมองที่เรารู้จัก ที่เราคุ้นเคย มันยังมีหลายแง่หลายมุม ยังมีอีกหลายสิ่งทั้งดีและไม่ดีที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อน ถือว่าเป็นอีกบทเรียนที่ดีมากๆที่ได้จากสถาบัน Goethe นอกจากความรู้ภาษาเยอรมัน

10906432_10205859298829507_3643774430169098469_n

ในระหว่างช่วงที่กำลังเรียนภาษาเยอรมันที่ Goethe อยู่ เราก็ไปหาข้อมูลของมหาวิทยาลัยต่างๆที่เปิดสอนคณะที่เราอยากเรียนจากแหล่งเว็บต่างๆ จากคนนั้นคนนี้ จากการถามในพันทิพย์ แล้วก็จากเพื่อนคนเยอรมันที่รู้จักจาก Couchsurfing ทั้งที่เรียนวิศวะและไม่ได้เรียนวิศวะไปด้วย แล้วก็ลิสต์รายชื่อมหาวิทยาลัยที่น่าสนใจออกมาได้สี่ห้าชื่อ ซึ่งมหาวิทยาลัย KIT หรือ Karlsruhe Institute of Technology ก็เป็นหนึ่งในนั้น หลังจากนั้นเราก็เข้าไปอ่านรายละเอียดของคณะนั้นๆ และรายละเอียดเรื่องการสมัครเรียนในเว็บของแต่ละมหาวิทยาลัย ซึ่งตรงนี้เป็นขั้นตอนที่หนักหนาสาหัสมาก เพราะว่าเราต้องไปเสาะหาเอาในเว็บเอาเองว่าพวกข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับการสมัครเรียนมันอยู่ตรงส่วนไหน มีข้อมูลอะไรที่ต้องรู้บ้าง (เช่น เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการสมัครเรียน, เกณฑ์ขั้นต่ำที่เค้าจะรับคนเข้าเรียน, วิธีการสมัครเรียน, ช่วงเวลาเปิดรับสมัคร ฯลฯ) แล้วก็ไม่ใช่ดูแค่เว็บเดียว แต่ต้องเข้าไปดูในเว็บของทุกมหาลัยที่เราสนใจ ซึ่งส่วนใหญ่โครงสร้างเว็บมันก็ไม่เหมือนกัน ก็ต้องมางมหาข้อมูลของแต่ละมหาลัยจากในเว็บอีก บางทีข้อมูลบางอย่างก็มีแต่ภาษาเยอรมัน เราก็ต้องมาเข้า Google translate แปลเอาเองอีก แล้วก็ต้องดูดีๆด้วยว่ามีข้อยกเว้นอะไร หรือมีกระบวนการพิเศษอะไรสำหรับนักเรียนต่างชาติโดยเฉพาะรึเปล่า ยกตัวอย่างเช่น ที่มหาลัย TU Darmstadt จะเปิดรับสมัครเรียนสำหรับนักเรียนจากยุโรปถึงวันที่ 15 กรกฎาคม แต่สำหรับนักเรียนต่างชาติจะเปิดรับสมัครถึงแค่วันที่ 15 เมษายนเท่านั้น (อันนี้เราพลาดมาแล้ว ตกใจมาก นึกว่าที่อื่นก็เป็นแบบนี้หมด ปรากฎว่าเป็นแค่ไม่กี่มหาลัย โชคดีไป) หรือบางมหาลัยก็ให้นักเรียนจากยุโรปสมัครผ่านเว็บมหาลัยโดยตรงเลยได้ แต่ว่านักเรียนต่างชาติต้องสมัครผ่านเว็บของ uni-assist (เดี๋ยวมาต่อบทหน้าว่ามันคืออะไร)

สำหรับโพสต์นี้ก็ขอพูดถึงแค่เรื่องการหาข้อมูลของมหาวิทยาลัยก่อน แต่ถ้าใครมีคณะที่อยากเรียน และมีมหาลัยในใจแน่วแน่แล้ว เดี๋ยวเราไปต่อเรื่องขั้นตอนการสมัครเรียนในโพสต์ต่อไปกันเลยโนะ

20170515_164036

Advertisements

10 thoughts on “กว่าจะได้มาเยอรมัน (1) : หาข้อมูลมหาลัย

  1. พี่ยังอยู่เยอรมันไหมคะตอนนี้ ถ้าพี่ไม่ว่าอะไรขอคอนเเทค หรือเฟสติดตามได้ไหม

  2. พี่ครับ ถ้าเรียนภาษาเยอรมันไม่ทัน B1 พอมีทางอื่นรึเปล่าครับ ลองคิดเวลาดูเเล้วไม่มีทางทันเลยอะครับ (ปิดเทอม กพ. ปิดรับสมัคร กค. เวลาเรียนเต็มๆอย่างมาก4เดือน T T)
    เเล้วถ้าไปเข้าเรียนตอน Summer ก็เหมือนว่าเราเรียนช้ากว่าคนอื่นไปปีนึงเลยรึเปล่าครับรู้สึกว่ารู้ตัวช้ามาก ว่าอยากไป555

    • สวัสดีครับ พี่คิดว่าทำได้แค่รีบเรียนรีบสอบให้ผ่านแหละครับ เพราะว่าจะสมัครเข้ามหาลัย ยังไงเค้าก็เรียกอย่างต่ำ B1 ถ้าไปเริ่มเรียนตอน Summer ถ้าโชคดีสอบเข้า Studienkolleg ได้คะแนนเยอะเค้าก็จะให้ข้ามไปเรียนเทอมสองเลย ก็จะได้เข้ามหาลัยตอนเทอมถัดไปเลย แต่ถ้าไม่ก็จะต้องรอปีหน้า แต่สำหรับที่เยอรมัน การเริ่มเรียนมหาลัยช้ากว่าคนอื่นไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ บางคนยังไม่พร้อม ก็ไปทำนู่นทำนี่ เที่ยวบ้าง ทำงานบ้าง ค้นหาตัวเองก่อน พร้อมเมื่อไหร่ค่อยเริ่มเรียนมหาลัย เพราะฉะนั้นการเรียนช้าไปปีสองปีไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ

  3. พี่ครับถ้าสอบ ged เทียบแล้วสามารถไปส่ง studienkollg ของ kit ได้เลยหรือเปล่าครับ

    • Requirement ของ Studienkolleg คือใบจบกับใบเกรดจากโรงเรียนม.ปลาย กับหลักฐานการสอบผ่านภาษาเยอรมันระดับ B1 (หรือ B2 สำหรับบางที่) ถ้าอยากรู้ว่าใช้หลักฐานอื่นๆนอกจากนี้แทนได้รึเปล่า แนะนำว่าให้ติดต่อสอบถามไปยังคอลเลจโดยตรงดีกว่าครับ จะแน่นอนกว่า https://www.stk.kit.edu/

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s