Berlin 2nd Time

DSCF4166มาเมืองหลวงของประเทศเยอรมันครั้งที่สองนี้ เราได้ตั๋วโปรโมชั่นของ Meinfernbus มา เลยจ่ายค่าตั๋วรถบัสเที่ยวกลางคืนไปกลับแค่เที่ยวละ 11 ยูโรเท่านั้น (จากราคาปกติที่เริ่มต้นที่เที่ยวละ 25 ยูโร) ขาไปโชคดีที่คนน้อย เราเลยได้ที่นั่งสองที่ติดกัน เลยพอนอนขดตัวได้บ้าง แต่ขากลับนี่คนแน่นเอี้ยด นั่งคอพับหลับๆตื่นๆตลอดทางยันเช้า -,.-

เพราะว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง เราเลยไม่รู้จะทำไรดี (อ้าว) เพราะที่เที่ยวหลักๆครั้งที่แล้วก็ไปมาหมดแล้ว ตอนที่จองตั๋วก็ไม่ได้คิดไร เพิ่งมานึกได้ตอนที่มาถึงนี่แหละ แต่ไหนๆก็มาถึงแล้วนึกอะไรไม่ออกก็ไปเดินๆตามที่เที่ยวหลักๆอีกรอบก่อนละกัน วันแรกก็เลยเดินๆสวมรอยนักท่องเที่ยวหน้าใหม่เดินฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ ถ่ายรูปตามมุมมหาชนพอเป็นพิธี รอจนถึงเวลาที่นัดกับโฮสต์

DSCF3640

อาคารรัฐสภา Reichstagsgebäude

DSCF3648

Brandenburg Gate

DSCF3652

Memorial to the Murdered Jews of Europe

DSCF3704

St. Mary’s Church

DSCF3678

Berlin Cathedral Church

โฮสต์ของเราใน Berlin ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นหนึ่งในพิธีกรวิดีโอ Easy German ใน Youtube นั่นเอง เซอร์ไพรส์มากตอนเจอโปรไฟล์เค้าในเว็บ Couchsurfing ไหนๆก็ไหนๆแล้วแอบช่วยโปรโมทวิดีโอของเค้า (กับของเรา) หน่อย อิอิ

Easy Thai เป็นโปรเจคในเครือของ Easy Languages ที่เราเริ่มทำไว้กับเพื่อนอีกคนนึง แต่ว่ายังไม่ได้หาใครไว้สานต่อเจตนารมณ์เลยก็ต้องมาเยอรมันแล้ว เสียดายมากๆๆ จริงๆคนติดตามเยอะนะ พวกฝรั่งที่เรียนภาษาไทยอะไรยังงี้ ถ้าเกิดมีใครสนใจอยากมาทำต่อก็ติดต่อมาเน้ออ

DSCF3697

จริงๆแล้วไฮไลต์ของ Berlin 2nd Time ที่อยากเขียนถึงคือ โรงพยาบาลร้างทางฝั่งเบอร์ลินตะวันออก (ไกล) ที่เราไปบุกรุกสำรวจมา แต่ขอยกไปไว้ตอนหน้าละกัน

ไฮไลต์อีกอย่างที่เราได้มาเห็นใน Berlin 2nd Time ที่ไม่ได้สังเกตเห็นในครั้งที่แล้วที่มาก็คือร่องรอยต่างๆของชีวิตความเป็นอยู่ในสมัยคอมมิวนิสต์ในช่วงสงครามเย็นที่ยังคงแฝงตัวอยู่ทั่วไปในบ้านเมืองเบอร์ลินยุคปัจจุบันนี้

DSCF3668

อย่างแรกเลยก็คือพวกอาคารที่อยู่ต่างๆที่ถูกก่อสร้างขึ้นในยุคคอมมิวนิสต์ อาคารพวกนี้จะเป็นแฟลตสูงๆทื่อๆ ไม่มีสีสัน ไม่มีรายละเอียดอะไรมากมาย ทุกคนได้รับการจัดสรรปันส่วนไปอย่างละเท่าๆกัน ไม่มีตึกไหนสวยกว่าตึกไหน ตึกพวกนี้นี่ในฝั่งเบอร์ลินตะวันตกจะแทบไม่มีให้เห็นเลย แต่ถ้ายิ่งข้ามไปฝั่งตะวันออกไกลมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งมีให้เห็นมากขึ้นเท่านั้น

DSCF3894 DSCF3890 DSCF3885DSCF3892DSCF3902DSCF3903DSCF3906

แต่นอกจากอาคารที่อยู่อาศัยอันจืดชืดเหล่านี้แล้ว ฝั่งเบอร์ลินตะวันออกก็ยังมีสิ่งก่อสร้างที่เอาไว้เชิดหน้าชูตา ประกาศศักดาความยิ่งใหญ่แข่งกับพวกทุนนิยมฝั่งตะวันตกเช่นกัน สิ่งก่อสร้างเหล่านั้นก็คือพวกอาคารต่างๆที่ตั้งอยู่ริมถนน Karl-Marx-Allee ซึ่งได้ชื่อมาจากนักปรัชญาชาวเยอรมันชื่อ Karl Marx ซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดลัทธิคอมมิวนิสต์

DSCF3937DSCF3942DSCF3947

อาคารต่างๆที่ตั้งอยู่ริมถนน Karl-Marx-Allee นี้ประกอบไปด้วยห้องชุดสุดหรู ร้านค้า ภัตตาคาร โรงแรม และโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่ อาคารพวกนี้จริงๆก็ไม่ได้สวยงามอะไร เป็นตึกทื่อๆไม่มีสีสันคล้ายๆแฟลตที่อยู่ทั่วๆไปอะแหละ แต่ว่ามีขนาดใหญ่โตมากและตั้งอยู่ติดๆกันอย่างเป็นระเบียบและดูขึงขัง แสดงถึงความยิ่งใหญ่น่าเกรงขามของคอมมิวนิสต์เบอร์ลินตะวันออก

DSCF3938DSCF3930DSCF3944DSCF3949DSCF3939DSCF3956DSCF3958

อีกหนึ่งความแตกต่างที่สังเกตได้ระหว่างเยอรมันตะวันตกและตะวันออก (รวมถึงเบอร์ลินตะวันตกและตะวันออก) คือสัญลักษณ์รูปคนในสัญญาณไฟจราจร (Ampelmännchen) ทางฝั่งตะวันตก คนในไฟจราจรจะไม่ใส่หมวก แต่ทางฝั่งตะวันออก คนในไฟจราจรจะใส่หมวก

จริงๆแล้วหลังจากที่เยอรมันรวมประเทศกันแล้ว เกือบจะมีการยกเลิกการใช้ไฟจราจรแบบฝั่งตะวันออกไปซะแล้ว แต่ไปๆมาๆปรากฏว่าไฟจราจรรูปคนใส่หมวกกลับกลายเป็นที่ชื่นชอบมากกว่า! แถมรูปทรงคนตัวอ้วน หัวโต ใส่หมวกก็มีพื้นที่ให้ไฟส่องแสงผ่านออกมาเยอะกว่าด้วย ทำให้คนสามารถสังเกตเห็นสีของไฟจราจรได้ชัดกว่า สัญลักษณ์ไฟจราจรแบบเยอรมันตะวันออกนี้จึงเป็นหนึ่งในไม่กี่สิ่งจากยุคคอมมิวนิสต์ที่ยังคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ แถมยังมีการทำเป็นสินค้าออกมาขายเป็นของที่ระลึกในรูปแบบต่างๆมากมาย

DSCF3702

และสิ่งสุดท้ายจากยุคคอมมิวนิสต์ที่ยังหลงเหลืออยู่ทั่วไปในกรุงเบอร์ลินก็คือพวกตึกร้างต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นบ้านร้างที่เจ้าของอพยพทิ้งไปเมื่อนานมาแล้วหรือโรงงานที่ปิดตัวลงด้วยเหตุผลต่างๆ ตึกร้างเหล่านี้เป็นสถานที่ชั้นดีสำหรับจัดปาร์ตี้ลับๆของวัยรุ่นชาวเบอร์ลินในสมัยที่ตำรวจยังไม่เพ่นพ่านไปทั่วเหมือนทุกวันนี้ ตึกร้างเหล่านี้ (จริงๆก็เกือบทุกตึกในเบอร์ลินนั่นแหละ) จะถูกแต่งแต้มไปด้วยกราฟิตี้ต่างๆมากมาย บางตึกก็ถูกกลายสภาพไปเป็นผับบาร์ ไปเป็นสถานที่จัดปาร์ตี้อย่างเป็นทางการไปจริงๆ บางตึกที่เก่าโทรมเกินเยียวยาก็อาจจะถูกทุบทิ้งสร้างใหม่ หรือไม่ก็ถูกกั้นไว้ไม่ให้คนเข้าไปได้ (แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่รอดเงื้อมมือชาวเมืองและนักท่องเที่ยวมือบอนทั้งหลาย)

DSCF3975DSCF3965DSCF3976DSCF3987DSCF3963DSCF3977DSCF3978DSCF3990DSCF3995DSCF3994

สถานที่ที่ถูกทิ้งร้างที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเบอร์ลินก็คือสวนสนุก Spreepark สวนสนุกในเขตเบอร์ลินตะวันออกที่เคยคร่ำคราไปด้วยผู้คนมากมายในสมัยสงครามเย็น แต่ก็ต้องล้มละลายและถูกปิดตัวลงในเวลาต่อมา เหลือทิ้งไว้แต่ซากเครื่องเล่นต่างๆ รวมถึงซากชิงช้าสวรรค์อันโด่งดัง ที่นักท่องเที่ยวขาผจญภัยทั้งหลายอยากจะมาเห็นกับตาตัวเองซักครั้ง

มาถึงเรื่องที่สำคัญที่สุด คือเรื่องของกิน!! คนเยอรมันทั่วไปจะรู้กันดีว่ามาเบอร์ลินต้องมากินอาหารต้นตำหรับสองอย่างด้วยกัน ก็คือ Currywurst และ Döner ซึ่งสองเมนูนี้ก็มีต้นกำเนิดมาจากเบอร์ลิน แถมร้าน Currywurst ชื่อดัง และร้าน Döner ชื่อดังที่สุดในเบอร์ลินก็ยังตั้งอยู่เกือบจะติดๆกันเลยที่สถานีรถไฟใต้ดิน U-Bahn Mehringdamm จำไม่ได้แล้วว่าออกประตูไหน แต่ว่าออกมาแล้วจะเจอร้าน Döner อยู่ตรงหน้าทางเข้าเลย เป็นซุ้มเล็กๆข้างทาง สังเกตไม่ยากเพราะจะมีคนต่อคิวอยู่ยาวเหยียด ร้านชื่อ Mustafas Gemüsekebap ถ้าจะไปกินควรจะเผื่อเวลาต่อคิวไว้อย่างน้อยครึ่งชั่วโมง ส่วนร้าน Currywurst ก็อยู่ถัดไปนิดเดียว ชื่อร้าน Curry 36 อันนี้คิวก็ยาวเหมือนกันแต่ว่าตอนนั้นไม่ได้ไปกินอะเลยไม่รู้รายละเอียด ไม่รู้ต้องรอนานแค่ไหน (เอาจริงๆ Currywurst ที่ไหนก็อร่อยหมดแหละ 555) เรื่องรสชาติของ Döner เจ้านี้ จะว่าอร่อยก็อร่อยแหละ เค้าใช้เนื้อไก่ เนื้อนิ่มมาก และที่พิเศษก็คือเค้าต้ม (หรือทอดไม่รู้) ผักก่อนจะเอามาใส่ด้วย ส่วนผสมทุกอย่างมันเลยนุ่มไปหมด กัดง่ายละลายในปาก แต่เอาจริงๆ Döner ตามร้านทั่วๆไปก็อร่อยไม่แพ้กันหรอก หายากมากร้านที่ทำไม่อร่อย เผลอๆพวกเนื้อนี่จะมาจากแหล่งเดียวกันหมดเลยด้วยซ้ำ

DSCF4088 DSCF4089

มีอาหารอีกอย่างที่ไม่รู้ว่ามาจากเบอร์ลินรึเปล่า แต่ว่ามีชื่อเรียกว่า Berliner ซึ่งก็คือโดนัทกลมๆสอดไส้แยม เคลือบน้ำตาลไอซิ่งที่เห็นกันทั่วไปในร้านโดนัทบ้านเรานั่นเอง (อร่อยมากๆๆๆๆๆๆ) Berliner นี้เป็นศัพท์ที่คนใช้เรียกโดนัทชนิดนี้กันทั่วไปในเยอรมัน แต่ว่าในเบอร์ลิน คนจะเรียกโดนัทชนิดนี้ว่า Pfannkuchen ซึ่งคำว่า Pfannkuchen จริงๆแล้วในภาษาเยอรมันมาตรฐานแปลว่า แพนเค้ก แต่คนเบอร์ลินจะเรียกแพนเค้กว่า Eierkuchen ส่วนคำว่า Berliner นอกจากจะใช้เรียกโดนัทชนิดนี้ได้แล้วยังแปลว่า “ชาวเบอร์ลิน” ได้ด้วย เพราะฉะนั้นคงจะแปลกพิลึกถ้าเดินเข้าไปในร้านเบเกอรี่ในเบอร์ลินแล้วไปสั่งว่า “ขอชาวเบอร์ลินที่นึง” เลยเป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมคนเบอร์ลินถึงไม่เรียกโดนัทชนิดนี้ว่า Berliner

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s