WWOOF ครั้งแรกในชีวิต

หลังจากกลับมาถึง Karlsruhe เราก็กลับมาค้างที่บ้านของ Stephan วันนั้นอากาศหนาวมาก Stephan ให้เรายืมเสื้อสเวตเตอร์มาตัวนึงแล้วก็บอกว่าให้เตรียมตัวไว้ ถ้า Karlsruhe ที่ตั้งอยู่ในแถบที่อุ่นที่สุดในเยอรมันยังหนาวขนาดนี้ ในป่าดำที่เรากำลังจะไปทำงานคงจะหนาวกว่านี้มาก อาจลงไปถึง 0 องศาเซลเซียส พอเช้าวันต่อมาเราก็ออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปขึ้นรถบัสไป Freiburg ตอนตื่นมาก็รู้สึกเจ็บคอ แถมวันนี้อากาศยังหนาวมากๆ หนาวจนสั่นหงึกๆ แถมหมอกยังลงจัด มองไกลๆไม่เห็นอะไรเลย รถบัสก็มาเลทไปเกือบชั่วโมง ต้องยืนรอสั่นแหงกๆอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แล้วในที่สุดรถก็มาถึง แล้วเราก็นั่งรถบัสประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ไปถึง Freiburg ระหว่างทางก็มีหมอกขาวๆลงเป็นระยะๆพอให้จิ้นว่ากำลังนั่งรถบัสอยู่ใน Silent Hill

IMG_3930

หลังจากมาถึง Freiburg เราก็รีบซื้อตั๋วรถไฟแล้วรถนั่งขบวนถัดไปเข้าไปทางป่าดำ Black forest เพื่อไปยังฟาร์มที่เราจะไปทำงาน

IMG_3931

สถานีรถไฟ Freiburg

IMG_3932

สถานีรถไฟ Freiburg

 

หลังจากที่ได้ที่อยู่ใน Karlsruhe แล้ว เราตั้งใจว่าจะย้ายเข้าวันที่ 1 ตุลา จะได้ไม่ต้องมาคิดค่าเช่าแบบไม่เต็มจำนวนวันให้วุ่นวาย แต่ว่าก็ไม่อยากอยู่รบกวน Stephan ไปจนสิ้นเดือน ก็เลยนึกถึง WWOOF ขึ้นมา เราเลยเข้าเว็บ WWOOF ของประเทศเยอรมันแล้วสมัครสมาชิกไปเดี๋ยวนั้นเลย ก่อนจะเขียนอีเมลล์ส่งไปสองสามฟาร์มที่ตั้งอยู่บนเขา ขอไปทำงานหนึ่งอาทิตย์ แล้วก็มีฟาร์มแห่งหนึ่งใกล้ๆเมือง Münstertal ในป่าดำตอบตกลงมา

สถานีรถไฟ

สถานีรถไฟ Münstertal

เจ้าของฟาร์มขับรถจี๊บมารับเราที่สถานีรถไฟ Münstertal แล้วเค้าก็ขับรถพาเราไปตามเนินเขาไปยังฟาร์มของเค้า พอลงรถเค้าก็พาเราไปห้องนอนของเราที่อยู่ในตัวบ้านซึ่งเป็นบ้านไม้สไตล์เยอรมัน สวิส ประมาณนั้น ที่บ้านนี้มีเจ้าของฟาร์ม ภรรยา กับลูกชายอีกสองคนอยู่ด้วยกัน นอกจากตัวบ้านก็ยังมีโรงนากับตึกอื่นๆอีกตึกสองสามตึกอยู่ใกล้ๆกัน ฟาร์มที่นี่จะอยู่ห่างจากตัวหมู่บ้านและบ้านอื่นๆออกมาเล็กน้อย แต่ว่าเหมือนทุกคนในหมู่บ้านจะรู้จักกันหมด เพราะพอใครขับรถผ่านก็จะยกมือทักทายกันทุกครั้ง

DSCF1561

ห้องนอนของเราที่ฟาร์ม

ห้องนอนของเราที่ฟาร์ม

ห้องน้ำ แชร์กับลูกชายคนโต

ห้องน้ำ แชร์กับลูกชายคนโต

DSCF15067090_10205044305855192_7762075167061332501_n.jpgDSCF1509DSCF1503DSCF1485DSCF1486DSCF1512DSCF1504

 

 

 

 

 

 

 

พอเข้าห้องแล้วเจ้าของฟาร์มก็บอกว่าเดี๋ยวมากินข้าวกันตอนบ่ายสาม เราก็นอนพักซักพักก่อนจะออกมาเดินเล่น พอเปิดประตูห้องออกมาก็ถึงกับเกือบหยุดหายใจเพราะวิวทิวทัศน์จากหน้าประตูห้อง

10626606_10205044306055197_2800375407712459592_n.jpgระหว่างที่รอกินข้าว เราก็เดินสำรวจฟาร์มกับเนินเขาแถวนั้น ที่ฟาร์มนี้เลี้ยงวัวไว้เกือบยี่สิบตัว เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้ใกล้ชิดกับวัวตัวเป็นๆขนาดนี้ พวกวัวนี่เวลาเราเดินเข้าไปใกล้ๆหรือเดินผ่านนี่มันหันมาจ้องตาเป็นมันเลยนะ จ้องแล้วก็หยุดยืนนิ่งเลย ตอนแรกกลัวมันจะวิ่งเข้ามาขวิดมากเพราะมันยืนมองกันนิ่งมาก ไมรู้ว่าวัวมันตกมันเหมือนช้างได้รึเปล่า 555

DSCF1502 DSCF1501DSCF1520DSCF1541DSCF1510DSCF1572DSCF1535DSCF1569DSCF1570DSCF1482DSCF1517IMG_3936IMG_3942พอได้เวลาเราก็เดินกลับไปที่บ้านแล้วก็ขึ้นไปที่ชั้นสองซึ่งเป็นบริเวณที่เจ้าของฟาร์มกับลูกชายคนเล็กอยู่กัน อาหารกลางวันวันนั้นเป็นไส้กรอก มันฝรั่งบด กับน้ำเกรวี่ อร่อยมากๆ ส่วนเครื่องดื่ม ที่นี่จะดื่มแต่น้ำแอปเปิลที่ทำเองเท่านั้น หลังจากกินเสร็จก็เริ่มงานแรก เราก็ขึ้นรถไปกับเจ้าของฟาร์มขึ้นไปบนเนินเขาใกล้ๆ ระหว่างที่ขับรถขึ้นไปเจ้าของฟาร์มก็บอกว่าภูมิประเทศแบบที่นี่น่ะสวยจริง แต่ยากต่อการทำงานมาก ซึ่งก็จริงอย่างที่เค้าพูด งานแรกของเราคือการปักรั้วกันไม่ให้แกะเดินออกนอกเขต ซึ่งต้องเดินปักรั้วไปตามเนินเขาที่ชันมากๆ แล้วก็ต้องเดินขึ้นๆลงๆ หยิบของ เกือบกลิ้งตกเขา ถ้าเป็นเนินราบๆธรรมดาคงเดินชิวๆสบายแฮ 555

บริเวณที่เราต้องปักรั้ว

บริเวณที่เราต้องปักรั้ว

รั้ว

รั้ว

หลังจากปักรั้วเสร็จแล้วเราก็นั่งรถกลับลงมาที่ฟาร์ม แล้วก็ไปต่อแบตเตอรี่เข้ากับกับลวดที่เชื่อมกับรั้ว เพื่อที่รั้วที่กั้นสัดว์จะได้มีไฟฟ้าอ่อนๆไหลเวียน แล้วก็ขับรถขึ้นไปบนเขาอีกครั้งเพื่อเอาแบตเตอรี่อันใหม่ไปเปลี่ยนกับอันเก่าบนเขา

หลังจากนั้นเราก็กลับลงมาที่ฟาร์มอีกครั้ง แล้วเค้าก็ให้เวลาเราพักครึ่งชั่วโมง พอหมดเวลาพักเราก็ตามเจ้าของฟาร์มขึ้นไปบนเนินเขาติดกับฟาร์มที่เราเดินไปดูวัวมา เจ้าของฟาร์มก็เปิดรั้วกั้นออกแล้วก็เรียกวัวให้เดินตามมา ไม่รู้ว่าเค้าทำได้ไง แค่ตะโกนว่า “โอ้ เซๆๆๆๆๆ” วัวก็หันมามองแล้วก็เริ่มเดินตามมา 555

10686736_10205044306535209_722379700753323672_n.jpg

จากบริเวณเนินเขาที่วัวยืนเล็มหญ้ากันอยู่นั้น มีทางเดินสำหรับวัวที่ขนาบข้างไปด้วยรั้วไฟฟ้าเชื่อมลงมาจนถึงห้องรีดนมวัวที่อยู่เชื่อมติดกับโรงนา แต่ว่าบางส่วนก็ตัดผ่านถนน หน้าที่ของเราก็คือเปิดประตูที่ขวางทางเดินของวัวออกให้หมด แล้วก็คอยปิดประตูไม่ให้วัวเดินขวางถนนเวลามีรถวิ่งผ่านมา แล้วก็เร่งให้วัวเดินไปถึงห้องรีดนมวัวไวๆ ซึ่งวัวส่วนใหญ่ก็จะมึนๆ เดินอยู่ดีๆก็หยุด หันมาทำหน้ามึน เราก็ต้องเอาไม้ไปตีขาวัวให้วัวออกเดินอีกครั้ง ตีไปก็เสียวโดนวัวขวิดไป 55

IMG_3978IMG_3979

ห้องรีดนมวัวของที่นี่ใช้เครื่องอัตโนมัติสำหรับรีดนมวัว ซึ่งจะรีดนมวัวได้ครั้งละห้าตัวพร้อมกัน พอรีดนมวัวห้าตัวนี้เสร็จแล้ว เจ้าของฟาร์มก็จะต้อนให้วัวห้าตัวนี้เดินเข้าไปในโรงนา ส่วนเราก็ต้องไปต้อนวัวอีกห้าตัวเข้ามาในห้องรีดนมวัว พอวัวทุกตัวเข้าไปอยู่ในโรงนาแล้วเราก็ต้องไปเขี่ยฟางที่ถูกมัดอยู่ด้วยกันเป็นม้วนใหญ่ๆให้วัวกิน ซึ่งฟางพวกนี้ถูกมัดอยู่ด้วยกันแน่นมาก ต้องกระตุกแรงมากถึงจะแยกออกจากกันได้ แล้วก็ต้องลากๆกองฟางแบ่งไปให้วัวทุกตัวได้กินเท่าๆกัน แล้วก็ต้องคอยเขี่ยกองฟางให้เข้าไปอยู่ใกล้ปากวัวตลอดเวลา หลังจากเสร็จงานนี้แล้วเจ้าของฟาร์มก็ให้เวลาเราพักอีกครึ่งชั่วโมง เสร็จแล้วลูกชายคนโตที่อายุ 16 ปีก็มาพาเราขึ้นไปกินข้าวเย็น ซึ่งก็เป็นขนมปังแผ่นแข็งๆกับของสารพัดอย่างให้เลือกกินกับขนมปังตามสไตล์เยอรมันแท้ๆ หลังจากกินเสร็จแล้วเจ้าของฟาร์มก็บอกว่าพรุ่งนี้เริ่มงานตอน 7 โมง เสร็จแล้วเราก็ลงไปอาบน้ำ เล่นเน็ตถึงสี่ทุ่มแล้วก็เข้านอน ที่นี่เค้าจะเปิดเน็ตให้ใช้ถึงแค่สี่ทุ่ม ส่วนสัญญาณมือถือก็แทบไม่มี

DSCF1505 IMG_3974

คืนนั้นเราตื่นขึ้นมากลางดึกหลายรอบมาก แล้วก็รู้สึกเจ็บคอมากๆ แต่ก็นึกในใจว่าเดี๋ยวพอพรุ่งนี้ก็คงหายเอง ปรากฏว่าวันรุ่งขึ้นพอลุกจากเตียงขึ้นมานี่แทบเซ รู้สึกปวดหัวเหมือนจะเป็นไข้ แต่ก็นึกว่าเดี๋ยวก็คงหาย แล้วก็ไปอาบน้ำแล้วก็เดินไปหาเจ้าของฟาร์มที่กำลังรีดนมวัวอยู่ในโรงนา พอไปถึงเจ้าของฟาร์มก็ให้เราใส่รองเท้าบู้ทแล้วก็พาเดินเข้าไปในโรงนา แล้วก็บอกให้เรากวาดพวกขี้วัว ฉี่วัวมากองรวมๆกัน ซึ่งโรงนาตอนนั้นก็เต็มไปสิ่งปฏิกูลจากน้องวัวที่เพิ่งได้พักผ่อนมาอย่างเต็มที่ ทั้งกลิ่นขี้กลิ่นฉี่ผสมปนเปกันตลบอบอวลไปหมด เราก็กวาดๆขี้วัวมากองรวมกัน แต่พอวัวบางตัวที่โดนรีดนมเสร็จแล้วเดินกลับเข้ามาก็มาฉี่ต่อ แล้วเวลาวัวฉี่แต่ละทีเนี่ย ไหลเป็นฝักบัวเลยนะ เห็นแล้วรู้สึกชุ่มฉ่ำอย่างบอกไม่ถูก

IMG_3972 IMG_3973 IMG_3970 IMG_3971

IMG_3989หลังจากเสร็จจากงานกวาดขี้วัว เราก็มาเกลี่ยฟางตรงที่นอนของวัวทุกตัวให้ราบเรียบสม่ำเสมอกัน แล้วก็เสร็จงานของเช้าวันนั้น หลังจากนั้นเราก็ขึ้นไปกินข้าวเช้าที่ชั้นบนบ้าน ซึ่งก็เป็นขนมปังแผ่นแข็งๆกับของสารพัดอย่างให้เลือกกินกับขนมปังตามสไตล์เยอรมันแท้ๆ ขนมปังแข็งๆยิ่งเจ็บคออยู่นี่กินแล้วยิ่งทรมานมาก หลังจากกินเสร็จและพักสามสิบนาทีก็เริ่มงานใหม่ ซึ่งก็คือการใช้ปืนฉีดน้ำฉีดน้ำทำความสะอาดแผ่นไม้ที่เค้าตัดเอาไว้ทีละแผ่น จริงๆแล้วงานมันไม่มีอะไรเลย แต่ว่าตอนนั้นเริ่มไข้ขึ้นแล้ว ทั้งเพลียทั้งปวดหัว เลยแทบไม่มีแรงทำ

พอฉีดน้ำทำความสะอาดแผ่นไม้เสร็จ เจ้าของฟาร์มก็กลับมาพอดี แล้วเค้าก็บอกให้ขึ้นรถ เดี๋ยวจะไปเก็บแอปเปิลกัน แล้วเจ้าของฟาร์มก็ขับรถแทร็กเตอร์ขึ้นไปบนเนินเขาใกล้ๆ ส่วนเราก็นั่งไปบนที่ตักดินด้านหน้ารถแทร็กเตอร์ พอขึ้นไปถึงบนเนินที่มีต้นแอปเปิลปลูกอยู่ห้าหกต้น เจ้าของฟาร์มก็ไปเดินเขย่าๆต้นแอปเปิลให้ผลมันร่วงลงมาเพิ่ม ส่วนเราก็หยิบถังพลาสติกออกมาแล้วก็เริ่มเดินเก็บแอปเปิลตามพื้น ตอนนั้นแหละเป็นช่วงที่จะตายเอา เพราะว่าต้องก้มๆเงยๆ เก็บแอปเปิลบนพื้น ปวดเมื่อยหลังมาก แถมหัวก็ปวดอยู่ ก้มหัวทีนึงนี่หัวแทบจะระเบิด แถมพื้นก็ชัน ต้องเดินขึ้นๆลงๆเขาเอาแอปเปิลที่เก็บได้มาเทใส่กระสอบ แต่ตอนที่รู้สึกว่าจะไม่ไหวแล้ว กระสอบก็เต็มหมดพอที เจ้าของฟาร์มก็ขับรถลงเนินเขากลับไปที่ฟาร์ม ส่วนเราก็เดินตามมาติดๆ เสร็จแล้วก็พักครึ่งชั่วโมง เราก็กลับไปนอนสลบในห้อง ปวดหัวมากๆ

IMG_3996 IMG_3992 IMG_3994 IMG_3991

ข้าวกลางวันวันนั้นเป็นสปาเกตตี้ซอสเนื้อธรรมดา หลังจากกินเสร็จก็เริ่มงานบ่ายวันนั้นต่อ งานแรกก็คือการเก็บผลไม้อีกแล้ว (ไม่นะ =[]=) แต่คราวนี้เป็นลูกแพร์ซึ่งอยู่แค่ข้างๆฟาร์มนี้เอง แล้วคราวนี้เราไปเก็บกับลูกชายเจ้าของฟาร์ม ซึ่งขับรถแทร็กเตอร์ได้อย่างโปรมาก คราวนี้ไม่ลำบากเหมือนตอนเก็บแอปเปิลเพราะเป็นพื้นราบ แล้วก็มีลูกแพร์หล่นอยู่เยอะมากจนแค่นั่งลงก็ยื่นมือออกไปเก็บลูกแพร์รอบๆตัวมาใส่ถังได้เยอะแล้ว เลยพอมีเวลาหายใจหายคอ ชื่นชมธรรมชาติ ป่าเขารอบๆตัวอยู่บ้าง พอเก็บลูกแพร์เสร็จเราก็กลับห้องไปสลบไสลอีกรอบ แล้วอีกครึ่งชั่วโมงก็กลับไปทำงานอีก ตอนนั้นฝนตกแล้ว เจ้าของฟาร์มเลยให้เราแค่ไปเขี่ยๆฟางในโรงนาให้วัวกิน แต่ว่ามันต้องออกแรงเยอะ ตอนนั้นเราไม่ค่อยมีแรงแล้วเลยทำได้ช้ามาก เจ้าของฟาร์มต้องมาช่วยทำตอนท้าย
IMG_4008IMG_4004IMG_4009 IMG_4006

พองานเสร็จแล้วเราก็ขึ้นไปกินข้าวบนบ้านกัน ซึ่งก็เป็นขนมปังแผ่นแข็งๆกับของสารพัดอย่างให้เลือกกินกับขนมปังตามสไตล์เยอรมันแท้ๆ (ไม่เบื่อกันบ้างเหรอ =[]=) ระหว่างกินข้าวเราก็บอกเจ้าของฟาร์มไปว่าไข้ขึ้นตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วก็ขอกลับบ้านวันพรุ่งนี้ จริงๆไม่อยากขอกลับก่อนเลยนะเพราะรู้สึกว่ามันดูไม่ดี แต่ว่าตอนนั้นรู้สึกแย่จริงๆ เจ้าของฟาร์มกับภรรยาก็โอเค แล้วภรรยาเจ้าของฟาร์มก็บอกว่าจริงๆแล้วช่วงนี้ถือว่างานน้อยแล้ว ถ้าเป็นช่วงหน้าร้อนงานจะเยอะกว่านี้มาก

IMG_3958 DSCF1525

เช้าวันต่อมาฝนยังตกอยู่ปรอยๆ มีเมฆหมอกมาปกคลุมยอดเขาที่มองเห็นจากประตูห้องนอน สวยมากๆ แต่ก็หนาวมากๆด้วย

IMG_4018

DSCF1577เราอาบน้ำแต่งตัวแล้วก็เก็บข้าวเก็บของ แล้วเจ้าของฟาร์มก็ขับรถจี๊บไปส่งเราที่สถานีรถไฟ ระหว่างที่นั่งรถไฟกลับไป Freiburg เราก็จองตั๋วรถบัสจาก Freiburg กลับไป Karlsruhe ในอินเตอร์เน็ตทางมือถือเดี๋ยวนั้นเลย ที่ต้องจองออนไลน์ไปก่อนเพราะว่าถ้าไปซื้อตอนขึ้นรถจะราคาแพงกว่ามาก พอกลับมาถึง Freiburg ก็นั่งกลั้นน้ำมูกไหลมาตลอดทางจาก Freiburg จนในที่สุดก็กลับมาถึง Karlsruhe  เป็นอันว่าจบประสบการณ์ WWOOF และประสบการณ์การทำงานในฟาร์มออแกนิคครั้งแรกในชีวิตที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ จริงๆถ้าไม่ป่วยคงจะดีกว่านี้เยอะ แล้วก็ถ้าฟังภาษาเยอรมันเข้าใจมากกว่านี้ด้วย แล้วก็เราแอบรู้สึกว่าเจ้าของฟาร์มไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ เอาเป็นว่าขอพักยาวๆไปก่อน คราวหน้าถ้ามีโอกาสและอะไรๆลงตัว อาจจะลองกลับไปทำที่ฟาร์มอื่นๆบ้าง

IMG_3957

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s