Boat trip to Laboe

วันต่อมาทุกคนตื่นแต่เช้าเตรียมตัวไปเที่ยวกัน วันนี้เราตื่นเต้นมากเพราะเป็นวันแรกที่จะได้ไปเที่ยวกับเพื่อนจริงๆจังๆซักที

ตอนแรกที่เราติดต่อกับ Lea กับ Max ทางเฟสบุ๊ค สองคนนั้นวางแผนกันว่าเราจะนั่งรถของ Max ไปเที่ยวเมือง Hamburg กัน แต่มันอยู่ค่อนข้างไกลจาก Kiel แล้วเราก็ไม่ได้อยากจะไปไหนเป็นพิเศษอยู่แล้ว แค่อยากมาหาสองคนนี้ เค้าเลยเปลี่ยนแผนเป็นไปนั่งเรือเฟอร์รี่ล่องไปตามทะเลบอลติก ไปยังเมืองเล็กๆที่ปากอ่าว ที่ชื่อว่า Laboe แทน

หลังจากแต่งตัวกันเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็เดินเท้าจากบ้านไปยังท่าเรือ ผ่านย่านบ้านเดี่ยวทำด้วยอิฐหลังเก่าๆหน้าตาคล้ายหมู่บ้าน Little Whinging ในเรื่อง Harry Potter แล้วก็ผ่านย่านคนมีฐานะของเมือง Kiel ซึ่งมีบ้านสวยๆและรถเยอรมันหรูๆจอดอยู่ข้างทาง

Lea เล่าให้ฟังว่าที่เยอรมัน ปกติคนจะไม่ค่อยอยากอวดรวยกัน การโอ้อวดเรื่องฐานะถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่น่าชื่นชม รวมถึงการเปิดเผยเรื่องส่วนตัวให้คนอื่นรู้มากๆก็เป็นเรื่องไร้สาระ

ผ่านไปไม่กี่อึดใจพวกเราก็เดินมาถึงถนนท่าเรือเลียบทะเลบอลติก ในวันที่อากาศหนาวแบบนี้คนเดินถนนผ่านไปมาค่อนข้างบางตา Max เล่าว่าครั้งหนึ่งในฤดูร้อนตอนที่เมือง Kiel กำลังมีงานเทศกาลคอนเสิร์ตครั้งใหญ่ เพื่อนๆท้า Lea ให้กระโดดลงไปในทะเลบอลติก ไม่มีใครคิดว่าเค้าจะทำจริงๆ แต่สุดท้าย Lea ก็กระโดดลงไป! วันนั้น Lea ก็กลับบ้านไปอย่างแฮปปี้พร้อมกับเงินจากการชนะคำท้านั้น!

Lea กับ Max พาเราไปดูบ่อเลี้ยงแมวน้ำเล็กๆข้างๆศูนย์วิจัยสวนสัตว์น้ำเมือง Kiel แล้วก็เดินเล่นแถวนั้นซักพักเพื่อรอขึ้นเรือเที่ยวต่อไป หลังจากนั้นเราก็เดินไปขึ้นเรือที่ท่าเรือกัน เรือเฟอร์รี่สีขาวลำเล็กๆ ติดป้ายโฆษณาที่เขียนด้วยตัวอักษรสีสันสดใสจดรออยู่ที่ปลายท่า ตอนที่เราไปถึงมีคนอื่นมารอขึ้นเรืออีกประมาณสิบคนได้ ที่ทางเข้าเรือมีพนักงานขายตั๋วยืนต้อนรับอยู่ Lea กับ Max จัดการซื้อตั๋วไปกลับให้เรา แล้วทุกคนก็เข้าไปนั่งข้างใน ด้านในเรือมีบรรยากาศคล้ายๆร้านอาหารที่ค่อนข้างดูดี มีโต๊ะกับที่นั่งเบาะยาวตั้งอยู่เป็นมุมๆ บนเรือค่อนข้างว่าง นั่งตรงไหนก็ได้ตามสบาย นอกจากนี้ก็ยังมีร้านกาแฟกับขนมเล็กๆอยู่บนเรือด้วย

P1000525.JPG

เรานั่งๆนอนๆจิบกาแฟอยู่บนเรือกันประมาณครึ่งชั่วโมงเรือก็เข้าเทียบท่าเรือ Laboe ระหว่างที่มองวิวอยู่เพลินๆก็มองเห็นธงชาติไทย!!! แต่ถ่ายรูปไม่ทัน หยิบกล้องมาอีกทีเรือก็แล่นเลยไปไกลแล้ว เซงเบย

พอลงเรือกันแล้วก็มาแวะหาอะไรรองท้องกันที่ร้านอาหารเล็กๆด้านหน้าท่าเรือ ร้านนี้ขายอาหารท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นปลาหลากชนิด เราสั่งเบอร์เกอร์ปลาหน้าตาธรรมดาๆเหมือน แมคฟิชของแมคโดนัลด์ แต่ Max สั่งเบอร์เกอร์ปลาเฮอริ่ง ซึ่งเป็นปลาเฮอริ่งดิบๆใส่เบอร์เกอร์เลย เราลองชิมไปคำนึง รสชาติคล้ายๆปลาดิบของญี่ปุ่นเลย อร่อยดี หลังจากกินเสร็จเราก็เดินเลาะไปตามชายหาดที่ไร้ผู้คน ทรายที่นี่ขาวสะอาดมาก แต่ถ้าไปเทียบกับชายหาดสวยๆเยอะแยะมากมายในไทยนี่ ที่ไทยถือว่าเป็นสวรรค์เลยก็ว่าได้ 55 ที่สำคัญ อากาศช่วงที่เดินลัดเลาะไปตามหาดนี่หนาวมากๆ หนาวจับใจ อากาศหนาวเกาะกินไปทั่วทั้งสรรพางค์ แล้วลมยังแรงมากๆ ลมพัดมาแรงๆทีนึงหนาวจนก้าวขาไม่ออก หน้าแห้งปากแห้ง เป็นครั้งแรกที่จำเป็นต้องหยิบผ้าพันคอขึ้นมาพัน

หลังจากเดินไปตามชายหาดไปเรื่อยๆ เราก็มาถึงหอคอย Laboe Tower ซึ่งเป็นอนุสรณ์สถานแด่ทหารที่เสียชีวิตไปในสงครามต่างๆ ด้านในหอคอยจะมีทางเดินลงไปยังห้องโถงใต้ดินซึ่งมีพวงดอกไม้มากมาย แต่ละพวงก็เป็นที่ระลึกถึงทหารแต่ละคน ตรงปลายห้องโถงเป็นส่วนพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับการเดินเรือซึ่งมีแบบจำลองของเรือรบต่างๆมากมายตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน

p1000551

พอออกมาจากพิพิธภัณฑ์ เราก็เข้าไปในหอคอยอีกครั้ง คราวนี้เราขึ้นลิฟต์ไปยังด้านบนสุดของหอคอยซึ่งเป็นจุดชมวิว

p1000552

หลังจากชมวิวเสร็จ เราก็กลับลงไปข้างล่าง แล้วเรากับ Max ก็เข้าไปเดินดูในเรือดำน้ำด้านหน้าหอคอย แล้วก็กลับออกมาหา Lea แล้วก็เดินย้อนกลับไปท่าเรือกัน ระหว่างทางก็แวะกินข้าว เราสั่ง Currywurt กับมันฝรั่งทอด แต่ว่ารสชาติอร่อยเทียบกับในเบอร์ลินไม่ได้เลย 55

พอกินเสร็จก็กลับมาขึ้นเรือด้วยบัตรเที่ยวกลับที่ซื้อมาตั้งแต่ตอนขามา พอกลับถึง Kiel ก็เดินกลับบ้านกัน แต่ Lea กับ Max จะแวะซื้อต้นไม้ก่อนเลยให้กุญแจเราเข้าไปบ้านก่อน ค่ำนั้น ระหว่างที่เราออกไปเดินเล่น Lea ก็ทำอาหารพื้นบ้านเยอรมันชุดใหญ่อีกครั้ง มีเพื่อนผู้หญิงของ Lea จากเมื่อคืนคนนึงมาร่วมโต๊ะด้วย ชื่อ Sarah เค้าบอกว่าเค้าจะดู Game of Thrones ด้วยกันหลังมื้อเย็น

พอกินข้าวเสร็จ เราเก็บของเรียบร้อย เราก็บอกลา Lea กับ Sarah แล้ว Max ก็พาเรามาส่งที่สถานีรถบัสที่เป็นอาคารใต้ถุนสูงไม่ใหญ่มาก บรรยากาศมืดๆทึมๆมีไฟสลัวๆ ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟหลัก ตอนแรกเราไม่แน่ใจว่าต้องขึ้นรถตรงไหน แถมพอถึงกำหนดเวลาขึ้นรถก็ไม่เห็นรถของ Eurolines ซักคันเดียว เราเลยเริ่มตระหนก แต่ Max ก็บอกว่าไม่ต้องกังวล ลองรออีกซักพัก เพราะถ้านับย้อนจาก Arrival time ในตารางเวลาที่เค้าให้มาแล้ว อีกประมาณ 15 นาทีรถน่าจะมาถึง เพราะว่าจาก Kiel ไป Hamburg ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมง แล้วอีกประมาณ 15 นาทีรถก็มาถึงจริงๆ! เราเอากระเป๋าใบใหญ่ใส่ไว้ในช่องสัมภาระแล้วก็บอกลา Max ก่อนจะเดินขึ้นรถไป บนรถตอนนั้นยังไม่ค่อยมีคนเราเลยเลือกที่นั่งได้สบายๆ อีกไม่กี่อึดใจรถเมล์ก็ออกเดินทางตรงไปยัง Hamburg ซึ่งเราต้องเปลี่ยนรถครั้งนึง ก่อนจะตรงไปยัง Amsterdam จุดหมายของเราในวันพรุ่งนี้

p1000584

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s