Colorful Berlin

เช้าวันที่ 3 ในเบอร์ลิน วันนี้เริ่มปรับเวลาเข้ากับที่นี่มากขึ้น เลยตื่นค่อนข้างสาย วันนี้หิมะไม่ตกแล้ว หิมะเมื่อวานคือหิมะสุดท้ายของฤดูหนาวอันยาวนานของต้นปีนั้น วันนี้เราตั้งใจจะไปเที่ยว  Charlottenburg Palace ซึ่งเป็นพระราชวังขนาดใหญ่ในเบอร์ลิน เรานั่งรถไฟจากสถานี Sonnenallee ไปลง Berlin Westend ซึ่งเป็นสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่จากตรงนี้เราต้องนั่งรถเมล์ต่อ ตอนนั้นแอบกังวลนิดนึงเพราะขนาดรถเมล์ในไทยยังไม่ค่อยกล้าขึ้นเลย แต่คิดว่าคงไม่เป็นไรเพราะรถเมล์ที่นี่คงเป็นระเบียบ มีมาตรฐาน แต่สุดท้ายก็ตกรถเมล์ไปคันนึงเพราะอ่านป้ายผิดเอง -.- หลังจากยืนตากลมรอรถเมล์คันต่อไปอีกซักพัก ในที่สุดก็ได้ขึ้นรถเมล์มาถึงพระราชวังอย่างราบรื่น ยังดีที่ไม่ลงเลยป้าย

รถเมล์ในเยอรมันก็หน้าตาไม่ต่างจากรถเมล์ปรับอากาศในกรุงเทพเท่าไหร่เลย แค่ไม่มีกระเป๋ารถเมล์ ตั๋วก็ซื้อจากตู้แล้วประทับตราที่เครื่องประทับตราในรถหรือซื้อจากคนขับได้เลยแบบไม่ต้องประทับตรา ตั๋วที่เราใช้นั่งรถไฟก่อนหน้านี้มายังไม่หมดเวลาใช้งาน เราเลยเดินขึ้นไปนั่งบนรถได้เลย รถจอดทุกป้ายแล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าจะลงเลยป้ายเพราะมีป้ายไฟแสดงอยู่ในรถ

ที่ Charlottenburg Palace จะมี Audio guide ให้ผู้เข้าชม ก็คือเป็นเครื่องเล่นไฟล์เสียง ตามจุดต่างๆในวังจะมีหมายเลขติดไว้ พอกดเลขนั้นบนเครื่องเล่นไฟล์เสียง เครื่องก็จะเล่นไฟล์ที่บรรยายความเป็นมาของบริเวณนั้นๆที่มีตัวเลขแปะอยู่ ด้านในวังตรงบริเวณชั้นล่างตกแต่งได้สวยงามประณีตมากตามมาตรฐานวังยุโรปทั่วไป แต่ตรงชั้นบนโดนระเบิดไปตอนสงครามโลกแล้วถูกสร้างขึ้นใหม่ ด้านในชั้นสองเลยเป็นแค่ห้องสี่เหลี่ยมเรียบๆ หลังจากได้ฟังเรื่องประวัติศาสตร์เยอรมันอย่างเต็มอิ่มแล้ว ความรู้ทั้งหมดก็ถูกคืนกลับไปให้เจ้าหน้าที่พร้อมกับ Audio guide ก่อนจะออกจากวัง ตอนนี้ก็ลืมไปหมดแล้วด้านในหน้าตาเป็นยังไงมีอะไรบ้าง รู้สึกเสียดายตังเล็กๆ 555 พวกวังพวกพิพิธภัณฑ์อะไรอย่างนี้ถ้าไม่ได้อินกับศิลปะ กับประวัติศาสตร์จริงๆก็ไม่จำเป็นต้องเข้าหรอก

ด้านหลัง Charlottenburg Palace มีสวนขนาดใหญ่ แต่ขี้เกียจเข้าไปดู และตอนนั้นยังปวดขาอยู่ด้วย เราเลยขึ้นรถเมล์ต่อไปลง Zoologischer Garten ซึ่งเป็นบริเวณใจกลางของอดีตเบอร์ลินตะวันตก แวะกินข้าวกลางวันแมคโดนัลด์ (ซึ่งอร่อยน้อยกว่าในไทย) แล้วก็เดินเล่นต่อ จุดหมายคือซากโบสถ์ Kaiser Wilhelm Memorial Church ที่ถูกระเบิดทำลายไปในสงครามโลก

P1000285

 

 

 

 

 

 

วันนั้นลมแรงมากๆ ถ้าเดินบนถนนเส้นที่เป็นทิศทางลมพอดีนี่แทบจะโดนพัดปลิว เราเดินฝ่าลมเย็นเฉียบมาจนถึงตัวโบสถ์ ด้านในไม่มีอะไรเลยเพราะโดนระเบิดหายไปหมด มีโมเดลจำลองโบสถ์เล็กๆ แล้วก็รูปปั้นทางศาสนากับของจิปาถะอีกเล็กน้อย ตอนนั้นมีไกด์ยืนอยู่ แต่เค้าพูดเยอรมันฟังไม่รู้เรื่อง เราเลยเดินออกมา

p1000287

ตรงด้านหน้าซากโบสถ์มีซุ้มขายเสื้อผ้า ขายอาหาร ของที่ระลึก อยู่บริเวณนั้นด้วย สิ่งหนึ่งที่ขายกันแทบทุกร้านก็คือไส้กรอกย่างหน้าตาเย้ายวนใจ แต่ละร้านก็ติดป้ายว่า Real Berliner Currywurst คือต่างก็เคลมว่าร้านตัวเองเป็นต้นตำรับของแท้จากเบอร์ลิน เราเลยลองแวะซื้อร้านนึง นอกจากไส้กรอกแล้วเค้าจะใส่ผงกะหรี่ลงไปกับบีบซอสมะเขือเทศใส่มาด้วย เมนูนี้เรียกว่า Currywurst เป็นอาหารขึ้นชื่อของเบอร์ลินเลย หลังจากได้มาแล้วก็ไม่รอช้ารีบจิ้มไส้กรอกร้อนๆคลุกผงกะหรี่กับซอสมะเขือเทศเข้าปากไปคำนึง รสชาติอร่อยเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ รีบกินต่อแทบไม่ทัน แต่ว่าเพราะอากาศที่หนาวมากๆและลมที่แรงมากๆ เดินต่อไปไม่กี่ก้าวไส้กรอกก็เย็นแล้ว T.T

จากนั้นเราก็ขึ้นรถไฟใต้ดินไปเดินเล่นแถว Potsdamer Platz ตอนนั้นมีวงดนตรีอินดี้เล่นดนตรีกันอยู่ตรงกลางถนนหน้าสถานีรถไฟใต้ดิน

p1000292

เบอร์ลินเป็นเมืองที่มีศิลปินขนานต่างๆเยอะมากๆ นอกจากนี้เค้ายังสนับสนุนทุนให้นักเรียนจากต่างชาติมาเรียนศิลปะในเบอร์ลินด้วย ตามส่วนต่างๆของเมืองเราจะเห็น ภาพกราฟิตี้เท่ๆบนตึกอยู่ทั่วไป พวกผับบาร์ต่างๆก็จะมีหน้าตาโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และเกือบทุกครั้งที่ขึ้นรถไฟก็จะเจอคนเล่นดนตรี หรือไม่ก็นั่งสเกตช์ภาพอะไรบางอย่างอยู่ ถึงเบอร์ลินจะเป็นเมืองหลวง แต่ก็เป็นเมืองที่มีอัตลักษณ์ต่างจากเมืองอื่นๆของประเทศเยอรมัน คนในเบอร์ลินจะไม่เคร่งครัดเรื่องกฏระเบียบเหมือนคนเยอรมันทั่วไป การจัดการต่างๆในเมืองก็จะไม่ได้เป็นระเบียบเหมือนเมืองอื่นๆ ไม่ได้สะอาด ทุกอย่างเพอร์เฟคเหมือนเมืองอื่น ผู้คนก็จะมีความเป็นศิลปิน มีความยืดหยุ่นแล้วก็จะใจกว้าง เปิดกว้างต่อสิ่งต่างๆ ผับ บาร์ และงานปาร์ตี้ต่างๆก็จะหลุดโลกไปเลย ทำให้เบอร์ลินมีชื่อเสียงมากเรื่องที่เที่ยวกลางคืน

จาก Potsdamer Platz เราเดินไปดู Brandenburg Gate อีกครั้งหนึ่ง ก่อนจะขึ้นรถไฟใต้ดินไปที่อื่น ตอนนี้เราตั้งใจจะไปเดินดูย่าน Kreuzberg หนึ่งในย่านที่มีชื่อเสียงเรื่องผับบาร์ และความเป็น “ฮิปสเตอร์” ของเมืองนี้

Kreuzberg เป็นย่านที่กินบริเวณกว้างมาก เราไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนเลยถามคนเยอรมันที่นั่งใกล้ๆในรถไฟ เค้าเอาแผนที่ของเราไปดูแล้วก็อธิบายมาซะยืดยาว บอกว่าให้ไปตรงนี้ๆๆ ตรงนี้มีนู่นมีนี่ให้ดู ตรงนี้ไม่ต้องไป ฯลฯ วันนี้ดีจัง เจอคนใจดี ช่วยอธิบายซะละเอียด จากนั้นเราก็เลยนั่งไปลงสถานีที่เค้าบอก แล้วก็เดินเตร็ดเตร่ดูนู่นดูนี่ไปเรื่อยๆ

จาก Kreuzberg ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ Spree ไปจะเป็นบริเวณกำแพงเบอร์ลินเก่าที่ไม่ได้ถูกทุบทิ้ง ปัจจุบันกลายเป็นผืนผ้าใบให้เหล่าศิลปินรุ่นใหม่ได้มาวาดลวดลายแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และไอเดียต่างๆ ใกล้ๆกันจะเป็นเหมือนชมรม (หรือแหล่งซ่องสุม?) ของพวกศิลปิน ตรงนี้มีคนผิวดำเยอะมาก ตรงกำแพงเบอร์ลินเก่าบริเวณนี้เรียกว่า East Side Gallery

ใกล้ๆกับ East Side Gallery มีโฮสเตลเท่ๆที่อยู่ในเรือที่ลอยลำอยู่เหนือแม่น้ำ Spree  กับสะพานรูปร่างเหมือนกำแพงปราสาท

จาก East Side Gallery เราข้ามสะพานนี้กลับไปอีกฝั่งซึ่งเป็นใจกลาง Kreuzberg บริเวณนี้เต็มไปด้วยอาคารหน้าตาประหลาด ร้านอาหาร ผับ บาร์ และ กราฟิตี้เยอะแยะละลานตาไปหมด เป็นย่านที่มีสีสันและมีชีวิตชีวามาก

วันนี้นอกจากเดินเที่ยวดูเมืองแล้ว ยังเป็นวันแรกที่เราได้ใช้อินเตอร์เน็ต ตอนที่เราเพิ่งมาถึง Kreuzberg ตอนแรก เราเดินผ่านร้านเน็ตพอดีเลยแวะเข้าเลย จำค่าเน็ตไม่ได้แล้วแต่ว่าพอๆกับที่ไทยแหละ ไม่ได้แพง พอเข้าเน็ตก็จดที่อยู่ เบอร์โทร โฮสต์คนต่อๆไปของเรา แล้วก็แชทเฟสขอเบอร์เพื่อนที่อยู่ในเยอรมันเผื่อเอาไว้ มีคนเยอรมันสองคนที่เป็นแฟนกันอยู่ที่เมือง Frankfurt เราเคยโฮสต์เค้าในกรุงเทพสองครั้ง เค้าบอกอยากให้เราไปหา จริงๆก็อยากไป๊อยากไปนะ แต่ว่ามันออกนอกเส้นทางไปไกลมาก หลังจากใช้เน็ตเสร็จ เราก็ออกไปเดินเที่ยว แต่ว่าระหว่างเดินอยู่เกิดปวดฉี่ขึ้นมา แต่ว่าไม่มีห้องน้ำเลย ไม่รู้จะไปเข้าที่ไหน สุดท้ายก็ขึ้นรถไฟไปสถานีรถไฟหลักเพื่อไปเข้าห้องน้ำ แล้วค่อยขึ้นรถไฟย้อนไปเที่ยวที่อื่นต่อ 55

รถรางสายชานเมือง ในใจกลางเมืองจะไม่มีรถรางวิ่ง

รถรางสายชานเมือง ในใจกลางเมืองจะไม่มีรถรางวิ่ง

ออฟฟิศเก๋ๆ

ออฟฟิศเก๋ๆ

P1000405P1000410

จาก Kreuzberg เรานั่งรถไฟมาย่าน Prenzlauerberg ซึ่งเป็นอีกย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องผับบาร์ แต่ว่าไม่เจออะไรเลย สงสัยจะไปผิดที่ แต่ว่าขี้เกียจหาแล้ว ก็เลยแค่เดินๆเล่นดูเมืองไปเรื่อยๆ แถบนี้จะออกไปทางชานเมืองแล้ว บรรยากาศสงบกว่าตรงใจกลางเมืองเยอะ

หลังจากเดินเล่นจนค่ำเราก็นั่งรถเมล์กลางคืนกลับเข้าไปยังใจกลางเมือง แล้วก็นั่งรถไฟกลับไปหา Ask ก่อนจะเก็บกระเป๋าแล้วก็บอกลากัน ตอนเดินจากด้านหน้าตึกไปยังสถานีรถไฟเค้าก็โบกมือให้เราจากในห้องอีกทีหนึ่งก่อนจะหรี่ไฟลงนั่งทำงาน

จากนั้นเราก็ขึ้นรถไฟข้ามเมือง ไปยังอีกฟากหนึ่งของเมืองที่ชื่อว่า Wedding ย่านนี้เป็นอีกย่านที่เคยเป็นแหล่งเสื่อมโทรมในอดีตแต่ตอนนี้ถูกพัฒนาให้น่าอยู่ขึ้น โฮสต์คนใหม่ของเราเป็นพ่อลูกชาวดัตช์ คนพ่อชื่อ Jurgen คนลูกชื่อ Seth ตอนเราไปถึงค่อนข้างดึกแล้ว Seth หลับไปแล้ว Jurgen มาเปิดประตูให้เราแล้วก็โชว์โซฟากับเครื่องนอนให้ เค้าบอกเราว่าใช้ห้องน้ำกับเครื่องทำความร้อนได้ตามสบายแล้วก็เข้าไปนอน

p1000422

บ้านของโฮสต์คนที่สองเป็นห้องชุดขนาดกลางๆ อยู่บนชั้นสองของตึกแถวหกชั้น ในห้องชุดนั้นมีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องน้ำ หนึ่งห้องครัว หนึ่งห้องนั่งเล่น กับหนึ่งห้องเล็กๆหน้าประตูทางเข้า โซฟาที่เรานอนตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งบรรยากาศอบอุ่นมาก และยิ่งน่าอยู่มากขึ้นไปอีกเมื่อเทียบกับห้องผนังเปลือย สายไฟระโยงระยาง ไม่สมประกอบของ Ask 5555 ไม่ได้จะบ่นหรือจะบอกว่าห้องของ Ask แย่อะไรนะ แต่พอมาเห็นห้องของ Jurgen แล้วรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ยิ่งพอมาเห็นห้องน้ำอันสะอาดสะอ้าน ปราศจากกลิ่นฉี่ กับฝักบัวน้ำอุ่นที่ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้วรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่รอบสอง 555 เหมือนยกภูเขาหิมาลัยออกจากอก วันนี้จะได้อาบน้ำอย่างสบายใจซักที ว่าแล้วก็รีบเข้าไปอาบน้ำอย่างกระเหี้ยนกระหือรือ ถึงอากาศจะหนาวจนน้ำอุ่นไม่ค่อยช่วยอะไรแต่ก็รู้สึกสบายกายสบายใจขึ้นเป็นปลิดทิ้ง ในที่สุดก็ได้อาบน้ำสระผม ชำระคราบไคลสิ่งสกปรกทั้งหลายให้เต็มอิ่มซักที หลังจากอาบน้ำเสร็จ ก่อนจะเตรียมตัวเข้านอน เราก็พินิจพิจารณาเครื่องทำความร้อนอยู่ครู่หนึ่งเพราะว่าเปิดไม่เป็น ก่อนจะตัดสินใจว่าอย่าดีกว่าเดี๋ยวทำไฟไหม้บ้าน แต่อย่างไรก็ตาม โซฟากับผ้าห่มของ Jurgen เป็นอะไรที่อบอุ่นและสบายตัวมากๆ ทั้งยังหนาและนุ่มมากๆด้วย จริงๆโซฟาของ Ask ก็สบายมากแล้ว แต่มาเจอของ Jurgen นี่ขั้นพรีเมี่ยมเลย ถึงอากาศจะหนาว และขาจะยังปวดอยู่มาก แต่วันนี้จะต้องหลับสบายแน่ๆ วันนี้เป็นวันแรกที่อะไรๆจบลงด้วยดีมากๆ นอนหลับลงอย่างมีความสุข ไม่กังวลถึงอะไรทั้งสิ้นทั้งปวง

p1000409

ลานจอดจักรยานสาธารณะใน Prenslauerberg

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s