Cycling in Potsdam

อากาศแย่มาก นอกจากจะหนาวเข้าไปถึงทรวงแล้วท้องฟ้ายังมืดมิด ปราศจากแสงแดดอันอบอุ่น มีแต่เมฆสีทึมๆปกคลุมไปทั่ว

อากาศแย่มาก นอกจากจะหนาวเข้าไปถึงทรวงแล้วท้องฟ้ายังมืดมิด ปราศจากแสงแดดอันอบอุ่น มีแต่เมฆสีทึมๆปกคลุมไปทั่ว

วันที่ 1 เมษายน เช้าวันที่ 2 ในเบอร์ลิน เราตื่นแต่เช้าอีกเช่นเคย มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นหิมะร่วงโปรยปรายอยู่ด้านนอกเช่นเดียวกันกับเช้าเมื่อวาน เราลุกจากโซฟาแล้วก็เดินเข้าครัวไปอาบน้ำ Ask ยังหลับอยู่บนฟูกปูพื้น

วันนี้เรายังคงมีปัญหากับตู้อาบน้ำเหมือนเมื่อวาน จริงๆเมื่อวาน Ask ก็อธิบายให้ฟังแล้วว่าไอ้เครื่องนี้มันใช้ยังไงแต่พอจะลองใช้จริงๆก็ไม่รู้ต้องกดปุ่มอะไรอยู่ตรงไหน แต่ว่าไม่ได้อาบน้ำมา 2 วันกว่าแล้ว ยังไงก็ต้องลองดู T^T เลยลองเปิดฝักบัวดู น้ำยังค้างไม่ไหลลงท่ออยู่ แต่พอสังเกตดูดีๆก็พอเห็นว่ามันยังระบายออกอยู่บ้าง ก็เลยก้าวเข้าไปแล้วปิดประตูอาบเลย แล้วพยายามใช้น้ำให้น้อยที่สุด แต่พออาบเสร็จก็ยังเห็นน้ำไหลล้นออกมาท่วมพื้นไม้ลอกๆกระดำกระด่างของห้องครัวอยู่ดี เลยต้องรีบเช็ดรีบถูพื้น ทำทุกวิถีทางทั้งพัดทั้งเป่า กลัว Ask ตื่นมาเจอ ระหว่างที่กำลังยืนเอาผ้าเช็ดตัวโบกใส่พื้นห้องอยู่นั่นเองก็เหลือบไปเห็นสวิตช์เล็กๆที่ฐานของตู้อาบน้ำ ด้วยความสงสัยเราเลยลองกดดู ปรากฏว่าตู้อาบน้ำข้างหน้าอยู่ดีๆก็มีเสียงหึ่งๆของเครื่องยนต์ดังขึ้น แล้วทันใดนั้นเองน้ำที่เจิ่งอยู่ในตู้ก็ไหลลงท่อระบายไปหมด โอ๊ย เห็นแล้วอยากจะเขกกะโหลกตัวเอง ผ้าเช็ดตัวในมือมันสั่นไปหมด

ปรากฏว่าเราทำให้น้ำบนพื้นห้องครัวแห้งไปได้ทันเวลาก่อนที่ Ask จะตื่นพอดี ถึงพื้นจะยังชื้นๆอยู่ก็ไม่ผิดสังเกตมาก รอดตัวไป กรั่กๆๆ ระหว่างที่ Ask อาบน้ำเราก็ไปเตรียมข้าวของ วางแผนสำหรับวันนี้ แล้วก็ออกจากห้องไป

เช้าวันนี้เราตั้งใจจะไปเดินเล่นแถวสถานีรถไฟใต้ดิน Kurfürstendamm ซึ่งเป็นใจกลางของอดีตเบอร์ลินตะวันตกหลังจากที่เมื่อวานใช้เวลาเกือบทั้งวันไปกับเบอร์ลินฝั่งตะวันออก แล้วนั่งรถไฟไปเมือง Potsdam ที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเบอร์ลินและอยู่ในเขต C ของระบบขนส่งมวลชนกรุงเบอร์ลินเพื่อไปเที่ยวชมพระราชวังฤดูร้อนของพระราชาเยอรมัน หรือที่เรียกว่าปรัสเซียในสมัยโบราณ

gghhวันนี้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเมืองร้าง ไม่มีคนบนถนนเลย ที่สถานีรถไฟ Sonnenallee เราซื้อตั๋วเดินทางประเภท ABC ซึ่งมีระยะเวลาใช้งานหลังจากประทับตราตั๋ว 2 ชั่วโมง แล้วก็นั่งรถไฟไปยังสถานี Innsbruker Platz ตอนกำลังนั่งอยู่บนรถไฟก็ได้ยินเสียงคนไทยคุยกัน ปรากฏว่าเป็นผู้หญิงไทยวัยกลางคนสองคนที่นั่งอยู่แถวด้านหน้าเรา ก่อนจะลงรถเราเลยเดินไปคุยกับเค้านิดหน่อย เค้าบอกว่ากำลังจะไปโบสถ์กัน

สถานีรถไฟ Sonnenallee

P1000165ที่สถานี Innsbruker Platz จริงๆเราต้องนั่งรถไฟใต้ดินต่อ แต่ว่าเห็นว่าแถวนี้บรรยากาศร่มรื่นดี เลยเปลี่ยนใจมาเดินเล่นแถวนี้แทน ท้องถนนยังว่างเปล่าเหมือนเดิม ระหว่างที่เดินนี่เจอแค่คนเดินจูงหมาอยู่คนนึงกับคนขี่จักรยานผ่านไปอีกคนนึงเท่านั้น อย่าว่าแต่คนเลย ขนาดร้านค้าต่างๆก็ยังปิดหมด กะจะหาข้าวเช้ากินซะหน่อย ไม่มีร้านไหนเปิดเลย วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น

ระหว่างที่เดินๆอยู่ก็ไปเจอตึกแถวตึกหนึ่งที่มีช่องทางเดินเล็กๆอยู่ตรงกลาง ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเลยเดินทะลุช่องนั้นเข้าไป ภาพที่ปรากฏต่อสายตาก็คือลานหิมะสีขาวโพลนกว้างใหญ่ บนพื้นตรงนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหนาแทบทุกตารางนิ้ว ตรงกลางของลานเป็นที่ราบต่ำกว่าพื้นที่รอบๆ มีวัยรุ่นสองคนพาหมาสองตัวมาวิ่งเล่นไปมา

P1000176นอกจากสองคนนี้แล้วก็ยังมีคนอีกสองสามคนจูงหมาเดินเล่นกับวิ่งจ๊อกกิ้งอยู่รอบๆ ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าถึงหิมะจะตกเค้าก็ยังวิ่งจ๊อกกิ้งกันอยู่ จากตรงนี้เราเดินลัดริมสวนหิมะนี้ไปเรื่อยๆ ผ่านอะไรน่าสนใจหลายอย่าง ทุกอย่างถูกปกคลุมไปด้วยหิมะหมด

fds

ระหว่างที่กำลังเดินอยู่นั้นเราได้ยินเสียงระฆังเหง่งหง่างดังไม่หยุด เราเลยเดินตามเสียงระฆังนั้นไป ทะลุสวนเล็กๆที่อยู่ระหว่างตึกที่อยู่อาศัย แล้วก็ไปเจอกับโบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นต้นกำเนิดของเสียงระฆังนั้น ที่หน้าโบสถ์นี้มีคนเยอะแยะเลย เพิ่งนึกได้ตอนนั้นเองว่าสงสัยวันนี้คงเป็นวันอาทิตย์ ร้านค้าเลยปิดกันหมด

llty

P1000198จากนั้นเราก็กางแผนที่ดูแล้วก็เดินไปสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ที่สุด ระหว่างทางก็ผ่านบริเวณที่มีบ้านไม้พร้อมสวนหลังเล็กๆหลายๆหลัง หลังจากกลับมาถามเพื่อนทีหลังก็ได้รู้ว่าบ้านสวนเหล่านี้มีไว้สำหรับผู้รักการทำสวนที่อาศัยอยู่ในห้องแถวในเมืองใหญ่ที่ไม่มีบริเวณให้ทำสวน คนเหล่านั้นสามารถจับจองบ้านสวนเหล่านี้ได้เพื่อจะได้มีบริเวณเล็กๆให้ตัวเองใช้ปลูกต้นไม้ในเวลาว่าง

หลังจากนั้นก็เดินตรงดิ่งมายังสถานีรถไฟเพื่อเดินทางตรงไปยังเมือง Potsdam ระหว่างที่กำลังรอรถไฟก็เหลือบไปเห็นว่านาฬิกาเรือนใหญ่ที่ชานชาลาเดินเร็วกว่านาฬิกาของเรา 1 ชั่วโมง แปลกใจมากเพราะเราปรับเวลาแค่ครั้งเดียวตอนออกจากเครื่องบินมา หลังจากนั้นก็ไม่ได้ปรับเวลาอะไรอีกเลย

ระหว่างที่กำลังรอเปลี่ยนรถไฟที่สถานีแห่งหนึ่ง มีชายผิวดำคนนึงเดินมาถามทางเรา แล้วก็คุยกันต่ออีกนิดหน่อย เค้าบอกว่าเค้าเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากอเมริกามาเรียนที่สเปน ตอนนี้กำลังมาเยี่ยมเพื่อนที่เบอร์ลิน เสร็จแล้วก็บอกลากันเพราะเค้าต้องไปรออีกชานชาลา

รถไฟชานเมืองจากฝั่งตะวันตกของเบอร์ลินไปยังเมือง Potsdam วิ่งผ่านป่าสนเขียวขจีกว้างใหญ่และทะเลสาบเล็กๆอีกหลายแห่งที่อยู่นอกเมือง ตลอดข้างทางจะเห็นแต่ป่าไม้กับบ้านพักตากอากาศสวยๆ อยากจะลงรถไปเดินเที่ยวทุกสถานีที่จอดเลย แต่ว่าวันนี้ยังไงก็ต้องไป Potsdam ก่อน ถ้าวันหลังมีเวลาค่อยกลับมาใหม่

P1000202รถไฟมาหยุดที่สถานี Potsdam ซึ่งเป็นสถานีปลายทาง พอออกจากรถไฟก็มีคนมาแจกใบปลิวบริการพาทัวร์เมือง ตรงข้างๆบริเวณที่รถไฟจอดมีร้านเช่าจักรยานอยู่ เราเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปยังตัวสถานีรถไฟที่อยู่บนชั้นสอง ร้านต่างๆในสถานียังเปิดอยู่ รวมทั้งร้านอาหารต่างๆด้วย ดีใจน้ำตาจะไหล ในที่สุดวันนี้ก็ได้กินข้าว เราแวะร้านฟาสต์ฟู้ดอาหารทะเลร้านหนึ่งที่มีคนไม่เยอะแล้วก็สั่งอาหารชุดแนะนำซึ่งก็คือชุดเบอร์เกอร์ปลาแซลมอนกับโค้กไม่ใส่น้ำแข็ง ขนมปังที่เยอรมันแห้งแข็งและเย็นชืดทุกที่เลย กินไปคิดถึงขนมปังฟาร์มเฮาส์นุ่มๆที่ไทยไป

P1000205หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็กลับลงไปชั้นล่างเพื่อเช่าจักรยาน พนักงานเป็นชายวัยกลางคนท่าทางใจดี พูดภาษาอังกฤษคล่อง ก่อนจ่ายเงินค่าเช่าเค้าก็ขอบัตรนักเรียนเราดูเพื่อจะได้ลดราคาให้ เราเลยหยิบบัตร ISIC ที่เตรียมไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะส่งให้เค้า เค้าปราดตาดูแว้บเดียวแล้วก็บอกเราว่าขอบัตรที่เป็นของจริงได้มั้ย เงิบ! อุตส่าห์เสียเงินทำมา มาขอบัตรภาษาไทยไปดูซะงั้นอะ

หลังจากทำการเช่าเรียบร้อยเราก็ปั่นจักรยานออกจากสถานีตามแผนที่ที่ได้จากร้านเช่าไป อากาศตอนนั้นยังหนาวเหมือนเดิม ฟ้ายังปิดอยู่แต่หิมะหยุดตกแล้ว ลมเย็นเฉียบที่พัดผ่านหน้าไประหว่างที่กำลังปั่นจักรยานอยู่นั้นทำให้รู้สึกสดชื่นมาก

เมือง Potsdam เป็นเมืองเล็กๆสงบๆ มีบ้านเดี่ยวโบราณๆสวยๆหลังใหญ่ๆเยอะแยะ ไม่เหมือนเบอร์ลินที่มีแต่ตึกแถวเรียงกันเป็นตับ ตัวเมืองมีทะเลสาบและสวนสาธารณะขนาดใหญ่ แถมยังมีเลนสำหรับจักรยานครอบคลุมทั้งตัวเมืองเลย รวมทั้งมีไฟจราจรสำหรับจักรยานโดยเฉพาะด้วย ที่เยอรมันจะมีกฏสำหรับการขี่จักรยานโดยเฉพาะ แต่เราไม่รู้กฏอะไรเลย ขี่มั่วไปหมด ไม่รู้เลนไหนเลนรถเลนคน ไม่รู้ต้องขี่เลนซ้ายเลนขวา โชคดีที่ไม่โดนจับ 55

fdsa2ตอนแรกก็ขี่ไปตามเส้นทางในแผนที่ ซักพักก็ขี่ตามใจ ข้ามทะเลสาบ ผ่านบ้านผ่านปราสาท ขึ้นเขาลงห้วยไปเรื่อยๆ หลงทางไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ แต่คิดในใจแค่ว่าถ้าปั่นลงใต้ไปเรื่อยๆจะไปเจอสถานีรถไฟเอง

kjhg

ผ่านไปซักพักก็กลับมาเจอเส้นทางในแผนที่ คราวนี้เราขี่ตรงไปยังบริเวณพระราชวังเลยเพราะเริ่มเหนื่อยแล้ว คราวนี้ต้องขี่ผ่านใจกลางเมือง ทำให้ยากขึ้นไปอีกเพราะไม่รู้ต้องข้ามถนน รอไฟจราจร รอคนข้ามอะไรยังไงเมื่อไหร่ แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญหาอะไร มาถึงเขตอุทยานพระราชวังอย่างปลอดภัย

พระราชวังฤดูร้อนมีชื่อว่า Sanssouci ตัวพระราชวังตั้งอยู่ในสวนขนาดใหญ่มาก ซึ่งในสวนนั้นก็ยังมีพระราชวังอื่นๆตั้งอยู่อีกด้วย เช่น New Palace, Charlottenhof Palace และ Orangery Palace ด้านหน้าวัง Sanssouci จะมีสวนขนาดใหญ่ แต่ตอนที่เราไปต้นไม้แห้งหมด ไม่สวยเลย พอขึ้นไปถึงตัววังดันตั๋วหมดอีก อดเข้าไปดู แต่ก็ดีเหมือนกันไม่ต้องเสียเงิน ถึงเข้าไปเดินฟังคำบรรยายจบ ออกมาก็ลืมอยู่ดี

จากวัง Sanssouci เราก็เดินต่อไปวัง Orangery ที่อยู่ใกล้ๆกันแต่ปิดไม่ให้เข้าชม เรากะจะเดินไปดูวังอื่นๆต่อด้วย แต่ว่าตอนนั้นปวดขามากๆ ทั้งเมื่อยขาเมื่อยเท้าจากการเดินทั้งวัน ทั้งรองเท้ากัด ทั้งรองเท้ารัด เท้าเย็น ฯลฯ แถมยังเหนื่อยจากการปั่นจักรยาน ถ้าให้เดินต่ออีกคงนอนตายอยู่หน้าพระราชวังฤดูร้อนนั่นแหละ เลยถอนใจค่อยๆเดินลากขากลับไปยังที่จอดจักรยาน ตอนนั้นเราเดินได้ช้ามากๆ โดนคนอื่นเดินแซงไปหมด มานึกย้อนกลับไปยังแปลกใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงปวดขาได้ขนาดนั้น ระหว่างทางมีเด็กเล่นโยนหิมะใส่กันด้วย น่ารักดี

พระราชวัง Sanssousi ในฤดูหนาว (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

พอกลับมาถึงจักรยานเราก็บึ่งกลับไปยังสถานีรถไฟเลย ระหว่างทางก็ขี่ผ่านงานเทศกาลงานหนึ่งคล้ายๆกับที่เจอในเบอร์ลิน แต่อันนี้ดูเหมือนเป็นงานวัดบ้านเรามากกว่าเพราะว่ามีบ้านผีสิง มีชิงช้าสวรรค์ อะไรพวกนี้ด้วย พอกลับมาถึงสถานีก็เอาจักรยานไปคืนแล้วก็หาข้าวกินในสถานีก่อนจะเดินทางกลับด้วยความเหนื่อยอ่อน

ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับนั้น หิมะก็ตกลงมาอีกครั้ง

ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับนั้น หิมะก็ตกลงมาอีกครั้ง

คืนนั้นเรากับ Ask ออกไปกินข้าวนอกบ้านกันที่ร้านเคบับบนถนนเส้นหลักใกล้ๆ ระหว่างที่กินข้าวกันก็คุยเรื่องนู้นเรื่องนี้กันไปเรื่อยๆ จำไม่ได้แล้วว่าคุยอะไรกันไปบ้างแต่ว่าจำได้ว่า Ask เป็นคนที่ฉลาดมาก ถึงจะทำงานที่เกี่ยวกับศิลปะแต่ก็เป็นคนที่คิดอะไรเป็นเหตุเป็นผลและมีหลักการณ์ และมีความรู้รอบตัวเยอะด้วย

Ask เล่าว่าวันนี้นอกจากจะเป็นวันอาทิตย์แล้วยังเป็นวันอาทิตย์อีสเตอร์ด้วย คนบนท้องถนนเลยน้อยเป็นพิเศษ แล้วก็บอกว่าทุกๆเที่ยงคืนของวันอาทิตย์แรกของเดือนเมษายนในประเทศทางซีกโลกเหนือจะเลื่อนเวลาไปข้างหน้าเป็นเวลา 1 ชั่วโมงเพราะว่าตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มมีแสงสว่างเร็วขึ้นกว่าปกติ และจะเลื่อนเวลาถอยหลังกลับมา 1 ชั่วโมงในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือนตุลาคม

หลังจากกินข้าวเสร็จเราก็เดินกลับบ้าน คืนนั้นอากาศหนาวมากเป็นพิเศษ เป็นครั้งแรกที่รู้สึกหนาวจนจะทนไม่ไหว หนาวจนตัวสั่นไปหมดทั้งๆที่ก็ใส่เสื้อผ้าหลายชั้นเหมือนทุกวัน ดีใจมากที่ในที่สุดก็เดินกลับมาถึงบ้านพักอันอบอุ่น คืนนั้นเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะนอนที่บ้าน Ask คืนวันพรุ่งนี้เราต้องย้ายไปอยู่กับโฮสต์อีกคนที่อาศัยอยู่คนละฟากของเบอร์ลิน โดยรวมแล้ววันนี้เป็นวันที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวานมาก แต่ก็ยังแอบรู้สึกแย่จากเหตุการณ์เมื่อวานอยู่ เลยพาลทำให้รู้สึกเหงาด้วย วันนี้ระหว่างที่เรากำลังขี่จักรยานใน Potsdam อยู่ แม่โทรเข้ามาหา คุยนู่นคุยนี่แล้วก็ถามเราว่าเลื่อนเที่ยวบินมาแล้วบินกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเลยได้มั้ย เป็นห่วง พอได้ยินอย่างนั้นแล้วเรารู้สึกแย่มาก ไม่ใช่ว่าเพราะไม่พอใจแม่ แต่ว่าเพราะเราก็อยากบินกลับบ้านเดี๋ยวนั้นเลยเหมือนกัน ถึงจะประทับใจกับอะไรหลายๆอย่างแต่ก็ไม่ได้รู้สึกสนุกอะไรเท่าไหร่ และรู้สึกเหงาด้วย ไม่มีอินเตอร์เน็ตใช้ ติดต่อใครก็ไม่ได้ จะหากิจกรรมอะไรทำจากเว็บ Couchsurfing ก็ไม่ได้ ร้านเน็ตก็ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ทั้งหมดนี้ก็เพราะโดนขโมยโทรศัพท์เท่านั้นแท้ๆ แต่ให้กลับตอนนั้นก็เสียเปล่า อุตส่าห์มาแล้วก็อยู่ต่อไปแหละ ไม่รู้จะเจออะไรอีกบ้างแต่คงไม่แย่ไปกว่านี้แล้วแหละ(มั้ง) 55

pop

งานเทศกาลใน Potsdam

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s