Arriving in Berlin

909201_10200973933938438_511314535_nแล้วก็มาถึงคืนวันก่อนเดินทาง โอกาสสุดท้ายของการจัดกระเป๋า เราไม่ได้เอาเสื้อผ้าไปมากเพราะคิดว่าอากาศหนาวคงใส่เสื้อผ้าซ้ำๆ (กับไม่อาบน้ำ ฮี่ๆ) แล้วไม่อยากหอบของพะรุงพะรังด้วย เสื้อผ้าที่เอาไปก็มีเสื้อเชิ้ตแขนยาว กางเกงขายาว เสื้อแจ๊คเก็ต เสื้อสเวตเตอร์ กับลองจอห์น อย่างละ 2 ตัว เสื้อกันหนาวขนเป็ด 1 ตัว หมวก ผ้าพันคอ และถุงมือสำหรับกันหนาว ถุงเท้าหนาๆ 2 คู่ รองเท้าผ้าใบที่เพิ่งซื้อจากเซลล์ 1 คู่ แล้วก็กางเกงใน 7 ตัว กรั่กๆๆ ทั้งหมดนี้ถูกเก็บรวมไว้กับสัมภาระอื่นๆในกระเป๋าสะพายหลังสองใบ ใบใหญ่หนึ่งใบ ใบธรรมดาหนึ่งใบ

คืนวันเดินทาง เราทั้งครอบครัวไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิก่อนเวลาประมาณสองชั่วโมงเลยไปกินข้าวเย็นก่อน เสร็จแล้วก็ทำใจเย็นร่ำลากันอยู่พักใหญ่ก่อนเดินอ้อยอิ่งไปเคาน์เตอร์เช็คอิน ปรากฏว่ามีคนต่อแถวอยู่ยาวประมาณกิโลนึงได้ แถมไม่ได้เช็คอินออนไลน์ล่วงหน้ามาอีก นึกว่าจะตกเครื่องซะแล้วแต่โชคดีที่เค้าเปิดอีกเคาน์เตอร์ ก็เลยขึ้นเครื่องได้ทันแบบมีเวลาหายใจหายคอ

899096_10200976697327521_1619079239_o

สนามบินโดฮาที่ว่างเปล่า

ผ่านไปไม่กี่อึดใจหลังจากเที่ยวบินนานสิบกว่าชั่วโมงกับนั่งรอเปลี่ยนเครื่องที่โดฮาอีกแปดชั่วโมง เครื่องบินก็บินเข้าน่านฟ้าประเทศเยอรมัน มองจากกระจกลงไปด้านล่างเห็นแต่แผ่นเมฆสีขาวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา เครื่องบินลงจอดที่สนามบิน Tegel เมืองเบอร์ลินประมาณหกโมงกว่าๆ ท้องฟ้ายามย่ำค่ำถูกปกคลุมไปด้วยเมฆสีเทาหม่น หิมะเกล็ดเล็กๆนับแสนนับล้านเกล็ดปลิวผ่านกระจกผู้โดยสารไประหว่างที่เครื่องกำลังลงจอด เป็นครั้งแรกเลยที่เราได้เห็นหิมะโปรยปรายของจริงอย่างนี้ หลังจากเครื่องบินจอด รับกระเป๋าอะไรเสร็จเรียบร้อย เราก็หยิบเสื้อแจ๊คเก็ตตัวใหญ่ออกมาสวมก่อนจะเดินผ่านประตูสนามบินออกมาปะทะกับลมหนาวและหิมะที่ปลิวว่อนด้านนอก แล้วก็เดินไปรอขึ้นรถเมล์ที่วิ่งเข้าตัวเมือง ตำรวจที่ป้ายรถเมล์ซื้อตั๋วเดินทางจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติให้เราพร้อมกับยื่นแผนที่เมืองเบอร์ลินมาให้ด้วย ในแผนที่นั้น ด้านหนึ่งเป็นแผนที่ถนนหนทางในเมือง อีกด้านเป็นแผนที่คมนาคม เป็นแผนที่ๆครอบคลุมและมีประโยชน์มากๆ ที่สำคัญคือฟรีด้วย

ตั๋วเดินทางในเมืองเบอร์ลิน

ที่เยอรมัน หลังจากซื้อตั๋วเดินทางมาแล้วต้องประทับตราตั๋วนั้นก่อนถึงจะใช้งานได้ ส่วนใหญ่เครื่องประทับตราก็จะอยู่แถวๆที่ขายตั๋ว และบนรถเมล์แต่ละคันก็จะมีเครื่องประทับตราอยู่ แต่ถ้าเราซื้อตั๋วจากคนขับรถเมล์ตอนเราเดินขึ้นรถ เราสามารถใช้ตั๋วนั้นได้เลยโดยไม่ต้องประทับตรา เรานั่งรถเมล์จากสนามบินจนมาถึงสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด (Beusselstraße S-Bahn) แล้วก็ลงรถเมล์เพื่อไปขึ้นรถไฟ สามีภรรยาชาวเยอรมันที่เราถามเค้าเรื่องการใช้ตั๋วตอนขึ้นรถเมล์ถามเราว่ารู้รึเปล่าว่าจะเดินทางไปไหนและจะไปต่อยังไง เราตอบกลับไปว่ารู้ก่อนจะบอกลากัน

ที่พักแรกในเบอร์ลิน เป็นห้องเช่าเล็กๆในแฟลตเก่าๆ

ที่พักแรกในเบอร์ลิน เป็นห้องเช่าเล็กๆในแฟลตเก่าๆ

จากสถานี Beusselstraße เราซื้อตั๋วจากเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติอีกครั้งก่อนจะประทับตราแล้วก็ขึ้นรถไฟไปยังสถานี Sonnenallee สถานีใกล้บ้านโฮสต์คนแรกของเรา บนรถไฟค่อนข้างว่าง มีแค่ชายชราแต่งตัวปอนๆผมเผ้ารกรุงรังนั่งถือขวดเหล้าอยู่คนนึงกับคนอื่นๆอีกสามสี่คน นั่งไปได้ซักพักก็มีผู้หญิงคนนึงเดินขึ้นรถมาแล้วก็ชูหนังสือพิมพ์อะไรบางอย่างพร้อมกับพูดภาษาเยอรมันยาวๆก่อนจะเดินเรี่ยไรเงินบริจาคจากคนในตู้รถไฟนั้นแล้วก็เดินข้ามไปตู้อื่น

พอนั่งรถไฟมาถึงสถานีปลายทางเราก็โทรไปบอกโฮสต์คนแรกให้มารับแล้วก็ยืนเก้ๆกังๆรออยู่บนสถานี ตอนนั้นค่อนข้างดึกมากแล้ว เพิ่งรู้สึกตัวเดี๋ยวนั้นเองว่าเรากำลังอยู่ตัวคนเดียวกลางค่ำกลางคืนในบ้านเมืองที่ไม่รู้จัก อะไรๆดูแปลกไปหมด หิมะตก อากาศก็หนาวแบบไม่เคยพบมาก่อน มืดก็มืด เงียบก็เงียบ คนรอบๆข้างก็หน้าตาประหลาด หลังจากยืนรออย่างกระวนกระวายซักพักโฮสต์ก็เดินมารับที่สถานีรถไฟแล้วเราก็เดินไปบ้านเค้าด้วยกัน อากาศเย็นยะเยือก ตามท้องถนนไม่มีคนเลย แต่ไม่ว่าจะเดินผ่านร้านอาหารหรือบาร์เล็กๆร้านไหนก็จะเห็นคนนั่งอยู่เต็มร้านเสมอ

P1000419โฮสต์คนแรกของเราชื่อ Ask เป็นคนนอร์เวย์ที่ย้ายมาอยู่เบอร์ลินเพื่อมาเรียนศิลปะ เค้ามาอยู่เบอร์ลินได้ประมาณหนึ่งปีแล้ว ระหว่างที่อาศัยอยู่ก็ฝึกภาษาและทำงานไปด้วยเพื่อเก็บสะสมผลงานไว้ใช้สมัครเข้ามหาลัยที่นี่

Ask เช่าห้องชุดเล็กๆอยู่ในย่าน Neukölln ย่านที่อยู่อาศัยราคาถูกในกรุงเบอร์ลินซึ่งเป็นย่านที่เคยเต็มไปด้วยอาชญากรรม แต่ได้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นย่านที่รวมตัวของศิลปิน ผับและบาร์สไตล์ฮิปๆ ปัจจุบันเป็นย่านที่นักเรียนชอบมาเช่าห้องอยู่กันเพราะราคาไม่แพงและมีที่เที่ยวและผับบาร์เยอะพอสมควร

ห้องของ Ask น่าจะใหญ่ประมาณห้องสตูดิโอทั่วๆไปในกรุงเทพ แต่ว่าภายในห้องถูกแบ่งเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ บรรยากาศโดยรวมดูค่อนข้างห่างหายจากการดูแลรักษามานาน ผนังสีก็ลอกๆ พื้นไม้ก็ลอก บางจุดในห้องก็มีสายไฟห้องระโยงระยาง แต่ว่าก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ ได้เห็นสภาพห้องที่คนที่อาศัยอยู่ที่นี่จริงๆอยู่ ถ้าไปนอนโรงแรมก็คงไม่ได้เห็นอะไรแบบนี้แน่นอน

P1000141ในห้องนั่งเล่นแบ่งเป็นส่วนที่ใช้นั่งทำงานกับส่วนพักผ่อน มีโซฟา โต๊ะกาแฟ เปียโนไฟฟ้าสองเครื่อง (ที่ไม่มีลำโพง ต้องใส่หูฟังเล่น) แล้วก็ฟูกหนาๆที่ Ask ใช้นอน ในห้องครัวมีโต๊ะมีตู้เล็กน้อย มีเตาอบ อ่างล้างจาน ตู้เย็น และเก้าอี้ตัวเล็กๆข้างหน้าต่างที่ประจันหน้ากับสี่แยกด้านหน้าตึก และที่ประหลาดก็คือมีตู้อาบน้ำด้วย แบบที่เห็นในเกม The Sims เด๊ะๆเลย เกิดมาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกนี่แหละ สาเหตุที่ต้องเอาตู้อาบน้ำมาตั้งไว้ข้างนอกอย่างนี้เพราะคนยุโรปจะแบ่งห้องน้ำเป็นสองห้องแยกกันไปเลย ห้องหนึ่งไว้สำหรับตั้งชักโครกเท่านั้น ส่วนอีกห้องหนึ่งไว้สำหรับอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟัน

ห้องน้ำในห้องชุดของ Ask เป็นห้องแคบๆยาวๆ พื้นผนังและเพดานเป็นหินทั้งหมด มีชักโครกตั้งอยู่ด้านในสุด ให้อารมณ์ประมาณห้องขังนักโทษโรคจิต มองผ่านๆก็สะอาดดี แต่กลิ่นเหม็นสุดจะทนมาก เหม็นแบบเกิดมาไม่เคยเหม็นฉี่แบบนี้มาก่อน เหม็นแบบเข้มข้น เหม็นจนแสบปอด สูดลมหายใจเข้าไปครั้งนึงเชื่อว่าได้รับแอมโมเนียมากกว่าออกซิเจน ก่อนจะเข้าห้องน้ำทุกครั้งเราต้องทำใจอยู่ห้านาที และทุกครั้งต้องพยายามกลั้นหายใจให้นานที่สุด ถ้าจะเป็นลมก็ขอลากสังขารออกมานอกห้องน้ำให้ได้ก่อนค่อยเป็นลม

Döner kebab เมนูขึ้นชื่อราคาถูกจากตุรกี

Döner kebab เมนูขึ้นชื่อราคาถูกจากตุรกี

หลังจากเก็บข้าวของเสร็จแล้วเราก็ลงไปหาอะไรกินที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตตรงข้ามตึกที่ Ask อยู่ ตัวซุปเปอร์มาร์เก็ตปิดแล้วแต่ว่าร้านเคบับเล็กๆด้านหน้ายังเปิดอยู่ คนขายเป็นคนตุรกีและพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ เราสั่งเมนูสเต๊กไปแต่ดันได้เคบับแบบต้นตำรับราคาถูกสุด (ประมาณ 3.5 ยูโร) มาแทน ไหนๆก็ไม่เคยกินเคบับมาก่อนในชีวิตแล้วก็ขอลองเลย กะว่ากินแป๊บเดียวคงหมด ปรากฏว่ากินไม่หมด! มันเยอะและอิ่มกว่าที่คาดมาก แต่ก็อร่อยมากๆเลยด้วย

พอกินเสร็จก็ออกไปเดินเล่นต่อ ตอนนี้รู้สึกใจชื้นขึ้นเยอะเลย เราเดินไปตามทางที่ Ask บอก ผ่านสวนเล็กๆและสนามเด็กเล่นที่เต็มไปด้วยหิมะ ผ่านตึกสวยๆ ผ่านรถยุโรปที่จอดอยู่ข้างทาง ผ่านร้านอาหารเล็กๆที่เต็มไปด้วยผู้คน แสงไฟสีเหลืองนวลที่ส่องออกมาจากร้านอาหารทำให้คิดถึงบ้านขึ้นมาเล็กน้อย

เราเดินออกมาที่ถนนหลักที่ค่อนข้างคึกคักขึ้นมาเล็กน้อย มีร้านรวงต่างๆเยอะขึ้นและมีคนเดินตามถนนเยอะขึ้น ผ่านโบสถ์ ผ่านโฮสเตลเล็กๆข้างสถานีรถไฟ ผ่านตึกที่เต็มไปด้วยรอยกราฟิตีจากสีเปรย์ แล้วก็วนกลับมายังห้องชุดอันอบอุ่นคละเคล้ากลิ่นแอมโมเนียของ Ask

คืนนั้น Ask ทำงานจนดึก พอเรากลับมาเค้าก็อธิบายแผนที่เมืองคร่าวๆให้เราฟังแล้วก็ดับไฟในห้องให้เราเข้านอนก่อนจะลุกไปนั่งขัดสมาธิบนโซฟาข้างหน้าต่างบานใหญ่ในห้องนั่งเล่นแล้วนั่งทำงานต่อภายใต้แสงจากเทียนไขที่วางอยู่บนหน้าต่าง พรุ่งนี้จะเป็นวันแรกของเราในทริปอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่าเรากำลังนอนอยู่บนโซฟาเล็กๆในห้องพักเก่าๆโทรมๆของคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนในเมืองที่อยู่ห่างจากบ้านเกิดเมืองนอนไปเกือบเก้าพันกิโลเมตรแห่งนี้อยู่จริงๆ

P1000271

Sonnenallee ย่านที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเบอร์ลินที่ไม่ได้โดนระเบิดในสงครามโลก ย่านที่พักในคืนแรกของเรา

P1000068P1000069P1000071

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s