Prelude to Departure

หลังจากที่เราได้วีซ่ามาแล้ว ก็ถึงเวลาของการซื้อตั๋วเครื่องบิน จริงๆเรานั่งเช็คราคาตั๋วเครื่องบินเล่นๆมาตั้งหลายเดือนก่อนจะตั้งต้นวางแผนแล้ว ช่วงปีนั้นพวกสายการบินทาง Scandinavia มีโปรโมชั่นอยู่พอดีราคาเลยถูกเป็นพิเศษ สายการบินหนึ่งที่ดูไว้ก็คือ Finnair ซึ่งราคาค่อนข้างถูกกว่าสายการบินอื่นๆ แถมยังได้แวะเปลี่ยนเครื่องใน Helsinki, Finland ซึ่งสามารถออกไปเที่ยวระหว่างรอเปลี่ยนเครื่องได้ด้วยถ้าเรามี Schengen Visa ชนิด Multiple สำหรับสายการบินนี้ เราจับตาดูมาตั้งแต่ราคายังแค่สองหมื่นปลายๆแล้ว แต่ว่าซื้อไม่ได้เพราะไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าสุดท้ายเราจะได้ไปเที่ยวรึเปล่า และจะไปวันไหน กลับวันไหน เลยได้แต่คอยเฝ้ามองราคาขยับขึ้นอย่างช้าๆแต่ไม่หยุดหย่อนด้วยใจร้าว พอถึงเดือนมีนาคมที่พร้อมจะซื้อตั๋วเครื่องบิน ตั๋วถูกๆก็ไปหมดแล้วพร้อมกับลมหนาว

Finnair_logoNorwegian_to_pngscandinavian-airlines_008

เราตัดสินใจติดต่อ STA Travel ซึ่งเป็นเอเจนซี่ท่องเที่ยวสำหรับนักเรียนนักศึกษาเพราะคิดว่าเค้าน่าจะมีตั๋วเครื่องบินราคานักเรียนกับของอีกสิ่งหนึ่งที่เราอยากได้ก็คือบัตรนักเรียนนานาชาติ หรือ ISIC Card (International Student Identity Card)

ISIC_SAMPLE

บัตรนักเรียนนานาชาติ สามารถซื้อได้ที่ STA Travel ด้วยราคา 400 บาท (http://www.statravel.co.th/isic_card.htm) เราสามารถใช้บัตรนี้เพื่อรับส่วนลดจากบริการต่างๆได้เยอะแยะมากมายทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น พิพิธภัณฑ์ ที่พัก อาหาร การเดินทาง ความบันเทิง ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสามารถใช้บัตรนี้เพื้อซื้อตั๋วเครื่องบินราคานักเรียนกับ STA Travel ได้ด้วย ด้วยอภิสิทธิ์แห่งบัตรนักเรียนนานาชาตินี้ ทำให้เราสามารถซื้อตั๋วเครื่องบินจากกรุงเทพไปเบอร์ลิน และจากปารีสกลับมากรุงเทพได้ด้วยราคาที่ถูกกว่าจากการหาด้วยตัวเองเยอะ (จริงๆก็ยังแพงอยู่ ไปกลับประมาณสามหมื่นห้า แต่ว่ากำขี้ดีกว่ากำตด)

สำหรับนักท่องเที่ยวหลายคนที่วางแผนเที่ยวยุโรป Eurail Pass (http://www.eurail.com/eurail-passesเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีประโยชน์มากสำหรับการเดินทาง เนื่องจาก Eurail Pass คือบัตรที่เราสามารถใช้เพื่อเดินทางไปกับรถไฟข้ามเมืองเมื่อไหร่ก็ได้ กี่ครั้งก็ได้ ขบวนไหนก็ได้ (ยกเว้นขบวนที่บังคับให้จองก่อนเดินทาง) โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆเลย สิ่งที่เราต้องทำก็แค่เสียเงินซื้อ Eurail Pass ชนิดที่เหมาะสมกับแผนการเดินทางของเรา ครอบคลุมประเทศและจุดหมายที่เราต้องการเดินทางไป และครอบคลุมช่วงเวลาที่เราต้องการเดินทาง ปัญหาใหญ่ที่สุดของการใช้ Eurail Pass ก็คือ เราต้องวางแผนและคำนวณค่าใช้จ่ายเปรียบเทียบระหว่างเมื่อใช้ Eurail Pass ชนิดต่างๆ กับเมื่อไม่ใช่ Pass อย่างรอบคอบเพื่อดูว่าแบบไหนเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่ากัน จึงไม่เหมาะกับคนที่ไม่ชอบวางแผนหรือชอบเที่ยวแบบตามใจฉัน และเนื่องจาก Eurail Pass มีหลายชนิด หลายราคามาก การคำนวณเพื่อหาว่าแผนการเดินทางและการใช้ Pass แบบใดที่จะทำให้เราประหยัดได้มากที่สุดจึงอาจจะเป็นเรื่องที่น่าปวดหัว

สำหรับทริปนี้ เราไม่ได้ซื้อ Pass เพราะว่าตามแผน เราต้องเดินทางยาวข้ามเมืองแค่ 3 ครั้งเท่านั้น และตอนแรกเราตั้งใจว่าจะใช้แค่บริการ Mitfahrgelegenheit หรืออาจจะลองโบกรถข้างทางด้วยซ้ำ หรือไม่งั้นก็อาจจะเดินทางโดยรถประจำทางซึ่งก็ยังถูกกว่ารถไฟเยอะมากแม้จะใช้ Pass แล้วก็ตาม

สถานีรถประจำทาง Eurolines ที่ชานเมืองอัมสเตอร์ดัม

สถานีรถประจำทาง Eurolines ที่ชานเมืองอัมสเตอร์ดัม

หลังจากจัดการเรื่องการเดินทางเสร็จสิ้น เราก็เริ่มต้นค้นหาโฮสต์ในเมืองต่างๆที่เราวางแผนจะเดินทางไป การค้นหาโฮสต์นั้นใช้เวลาเยอะมากและไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดไว้เลย ส่วนหนึ่งเพราะว่าเราค่อนข้างพิถีพิถันกับการเลือกคนที่จะไปพักด้วย เราเลยใช้เวลาไปกับกับการอ่านหน้าโปรไฟล์รวมถึง references ของแต่ละคนซะนาน หลังจากที่เจอโฮสต์สองสามคนในเบอร์ลินที่ดูน่าสนใจแล้วเราก็เขียนถึงโฮสต์เหล่านั้น เราเริ่มเขียน request ขอที่พักไปก่อนหน้าวันเดินทางจริงค่อนข้างนาน โฮสต์ส่วนใหญ่เลยยังไม่แน่ใจว่าเค้าจะสามารถให้เราไปพักด้วยได้รึเปล่า ส่วนโฮสต์คนแรกที่เราเขียนถึงในเบอร์ลินก็ตอบปฏิเสธกลับมาเพราะเค้าจะกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ในช่วงนั้นพอดี พอได้รับคำปฏิเสธจากโฮสต์แรกที่ส่งไปก็ใจเสียไปเยอะเลย แต่ในท้ายที่สุดเราก็ได้โฮสต์สองคนในเบอร์ลิน กับได้คุยกับชาวเบอร์ลินเนอร์คนอื่นอีกสองสามคนว่าเดี๋ยวพอไปถึงที่นั่นแล้วเค้าจะพาเราเที่ยว และนั่นก็พอแล้วที่จะทำให้เรายิ้มไม่หุบไปหลายวัน

สำหรับอัมสเตอร์ดัม เราได้รับ invite ให้ไปพักด้วยจากโฮสต์ผู้น่ารักสองสามคน เป็นความประทับใจแรกที่มีต่อเมืองนี้เลย แต่ว่าเราวางแผนจะค้างคืนที่นี่แค่คืนเดียว จริงๆแล้วไม่ได้คิดจะมาด้วยซ้ำ แต่ตัดสินใจมาเพราะเราจะมาเจอเพื่อนที่เราเคยโฮสต์ในกรุงเทพที่นี่ เราเลยมีโฮสต์แค่คนเดียว เป็นนักเรียนคณะเศรษศาสตร์มหาวิทยาลัยอัมสเตอร์ดัมที่เราส่ง request ไปก่อนหน้านั้น แต่ว่าเราก็ขอเบอร์โฮสต์คนอื่นๆไว้เผื่อจะมีเวลานัดเจอกัน

สำหรับเมือง Kiel เราวางแผนว่าจะไปพักกับเพื่อนสองคนที่เราเคยโฮสต์ในกรุงเทพมาก่อน เป็นแขกสองคนแรกที่เราโฮสต์อย่างเป็นทางการ

ส่วนสำหรับปารีส เดี๋ยวค่อยไปหาโฮสต์ทีหลังระหว่างทริป

นอกจากนี้เรายังติดต่อกับฟาร์ม WWOOF บางแห่งในสวิตเซอร์แลนด์ด้วย มีเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่งในเทือกเขาแอลป์ตกลงรับเราไปทำงานด้วยเป็นเวลา 1 อาทิตย์ แต่เราต้องปฏิเสธเค้าไปหลังจากที่ต้องเปลี่ยนแผนจาก 5 อาทิตย์ เหลือ 2 อาทิตย์

A small village in the Alps in which the farm that accepted me is located

หมู่บ้านเล็กๆบนเทือกเขาแอลป์ที่ฟาร์มที่รับเราเข้าทำงานตั้งอยู่

ทีนี้ ตั๋วเครื่องบินมีแล้ว วีซ่าก็มีแล้ว ที่พักก็มีแล้ว แผนการก็ค่อนข้างคงตัวแล้ว ก็คงไม่มีอะไรต้องกังวล เหลือแค่ชอปปิ้งเล็กน้อยๆ พวกอุปกรณ์กันหนาว กระเป๋าเดินทาง ของจิปาถะทั้งหลาย ไปซื้อถูกๆแถวแพลตตินัม ช่วงนั้นปลายเดือนมีนาคม แดดกำลังแรงมากๆ เดินชอปปิ้งไปร้องโหยหวนไป แต่ว่าอีกไม่กี่วันเท่านั้น เราก็จะได้ไปยืนหนาวขาสั่นอยู่ในอุณหภูมิติดลบ ท่ามหลางหิมะโปรยปราย ล้อมรอบด้วยสถาปัตยกรรมยุโรปอันงดงามของกรุงเบอร์ลิน เมืองหลวงแห่งประเทศเยอรมันแล้ว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s